ข่าว

'อภิสิทธิ์'ติงแนวคิดลดการบ้านนร.

'อภิสิทธิ์'ติงแนวคิดลดการบ้านนร.

30 ม.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' ติงแนวคิดลดการบ้านนักเรียน เปรียบเหมือน 'ประชานิยมจูเนียร์' แนะ 'รัฐบาล' ออกกฎหมายนิรโทษฯต้องแยกแยะ หวั่นประเทศจมปลักอยู่บนความขัดแย้ง

                      30 ม.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel เกี่ยวกับการที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปฏิรูปการศึกษา โดยสั่งให้ครูลดการบ้านนักเรียนว่า ความคิดอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องผิด เพราะระบบการศึกษาของเรานั้นยังค่อนข้างที่จะสร้างภาระให้กับเด็กค่อนข้างมาก แต่แนวทางที่เสนอออกมานี้ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะปฏิบัติอย่างไร ซึ่งตนคิดว่า กระทรวงศึกษาธิการควรทบทวนหรือปรับปรุงหลักสูตร โดยวางว่า ในแต่ละเทอม แต่ละชั้นปี ต้องการให้เด็กมีความรู้เรื่องอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งก็สอนในห้องเรียนอีกส่วนหนึ่งให้เด็กได้มีเวลาที่จะฝึกทบทวน ทำการบ้าน โดยยึดเด็กเป็นหลัก เพราะเด็กแต่ละคนบางคนเก่งบางคนทำไม่ได้

                      เมื่อถามว่า เรื่องนี้รัฐบาลทำประชานิยมกับเด็กได้หรือไม่ นายอภิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นประชานิยมจูเนียร์ อย่างไรก็ตามตนคิดว่า ตรงนี้ต้องหาความพอดี ซึ่งไม่ปฏิเสธว่า ภาระเด็กเยอะเกินไปจริงๆ แต่วิธีลดอย่างไรนั้นก็ต้องไปไล่ปรับลงในเรื่องของหลักสูตร แล้วก็ต้องมีกำหนด กฎเกณฑ์ให้มันชัด คงไม่ใช่ว่าเอาความรู้สึกเป็นตัววัด และจะทำอะไรให้ระมัดระวัง อย่าประชานิยมเกินไป ฝากรัฐมนตรีว่าอยากเห็นงานการศึกษามันมีความต่อเนื่อง ในหลายๆเรื่อง ก็ยังดีใจนะว่าอย่างน้อยที่รัฐมนตรีพยายามหยิบเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาพูด ดีกว่าจมอยู่กับเรื่องจะเอาแทปเล็ตไปให้เด็ก

 

'อภิสิทธิ์' แนะ รบ.ออกกฎหมายนิรโทษฯต้องแยกแยะ

 

                      นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel  ถึงกรณีที่มีกลุ่ม 29 มกราฯ ไปประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล และลานพระบรมรูปทรงม้า ให้เวลารัฐบาลนำกฏหมายนิรโทษกรรมเข้าสภาในเดือนเมษายนนี้ จะเป็นเกมของรัฐบาลเพื่อผลักดันเรื่องนี้หรือไม่ว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายกฯ จุดยืนของตนและพรรคประชาธิปัตย์ชัดอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้ปฏิเสธว่าการนิรโทษกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการปรองดอง แต่ต้องแยกแยะว่าคนกลุ่มใด อย่างไร ควรจะได้รับการนิรโทษกรรม โดยเฉพาะถ้าเราถือหลักว่า ความเชื่อทางการเมืองทำให้เขานั้นทำผิดและฝ่าฝืนกฎหมาย หากไม่แยะแยะแล้วเอาประเด็นที่มันมีความขัดแย้งทางสังคมเข้ามา ตนมองว่าจะทำให้ประเทศเองจมปลักอยู่บนความขัดแย้ง

                      “กรณีที่ศาลพิพากษาจำคุกไปแล้วคนหนึ่ง 30 กว่าปีในคดีเอาเครื่องยิงระเบิดยิงไป ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นวัดพระแก้ว หรือกระทรวงกลาโหม การกระทำแบบนี้จะออกมาเรียกร้องว่า ทำไปเพราะความเชื่อทางการเมือง ควรจะได้รับการนิรโทษกรรม ถ้าเรายอมรับตรรกะแบบนี้ จะอันตรายมาก เพราะเป็นการกระทำซึ่งเป็นการปฏิเสธหลักการใหญ่ของเราที่บอกว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้นต้องไม่ใช้อาวุธ ถ้าต่อไปมีการกระทำผิดกฎหมายอาญาอะไร มาตราใด ข้อหาใดก็ได้ แต่ว่าเขาบอกว่า ทำด้วยความเชื่อทางการเมือง สมควรได้รับการนิรโทษกรรม คราวนี้ยุ่งแน่ ต่อไปก็ไม่ต้องชุมนุมอย่างสงบแล้ว ก็เอาปืนมายิงกันเลยก็แล้วกัน“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                      นายอภิทธิ์ กล่าวว่า การที่ออกมาคัดค้านเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการรังเกียจตัวบุคคล แต่การเสนอกฎหมายแบบนี้รับกันไม่ได้ เพราะมีการพ่วงให้นายใหญ่ไปด้วย ซึ่งก็มีความผิดไม่รู้กี่คดี ตรงนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา ดังนั้นเรื่องนี้ต้องไปถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าจะทำให้คนเสื้อแดง ในกรณีการฝ่าฝืน พรก. ได้หรือยัง ถ้ารัฐบาลทำ ประชาธิปัตย์ไม่ค้าน ไม่มีความขัดแย้ง แต่ถ้าทำเกินเลยนี้ ก็เป็นปัญหา ส่วนใครจะเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมก็เสนอได้ทั้งนั้นแต่ในทางปฏิบัติต้องเตือน เพราะหากรัฐบาลหรือส.ส.เห็นว่า เป็นหลักการเดียวกันกับกฏหมายปรองดองที่ค้างอยู่ในสภา 4 ฉบับให้มีการพิจารณาไปด้วยกันแล้วใช้เสียงข้างมากรับหลักการแล้วจะทำอย่างไรกันต่อไป ดังนั้นสิ่งแรกที่รัฐบาลทำได้คือ ต้องถอนร่าง พ.ร.บ. 4 ฉบับนี้ออกก่อนแล้วมาคุยกันทั้งหมด หากจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่มีขอบเขตที่ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ก็เดินหน้าทันทีถ้าไม่ถอนรับรองได้เลยว่า จะต้องมีคนที่ไปเอาใจนาย มีการพ่วงนิรโทษกรรมนายไปด้วย คราวนี้ก็กลับไปสู่จุดเดิมที่ขัดแย้งกันอีก