ข่าว

'เฉลิม'ชม'ธาริต'ทำงานยึดหลักกม.

'เฉลิม'ชม'ธาริต'ทำงานยึดหลักกม.

30 ม.ค. 2556

'เฉลิม' ชม 'ธาริต' ทำงานตามหลักกฎหมาย ไม่เกรงกลัวอิทธิพล ลั่นเอาผิดขบวนการงาบงบฯสร้างโรงพักทดแทน พร้อมสาปแช่งให้หายนะ

                        30 ม.ค.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุม กคพ. ถึงกรณีการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 369 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า ตนขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทุกคนในการทำงาน โดยเฉพาะนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่เป็นคนตั้งใจทำงานตามหลักกฎหมายที่แม่นยำ ไม่เกรงกลัวอิทธิพล

                        ส่วนกรณีที่มีฝ่ายการเมืองบางฝ่ายกล่าวหาอธิบดีดีเอสไอทำงานรับใช้รัฐบาลนั้น ยืนยันได้ว่าไม่เป็นความจริง และตนก็ไม่เคยสั่งการใดๆให้ทำเป็นการส่วนตัว กรณีดังกล่าวหากไม่ผิดก็คงไม่สามารถสั่งการได้ การดำเนินโครงการดังกล่าวมีความผิดปกติตั้งแต่การอนุมัติสัญญาจากส่วนกลาง เป็นนโยบายจากบนลงล่างทั้งที่ควรดำเนินโครงการจากความต้องการของผู้ปฏิบัติเป็นหลัก หากฝ่ายใดเห็นว่าถูกกลั่นแกล้งก็ฟ้องร้องได้แต่ตนจะขอให้กำลังใจและยืนเคียงข้างอธิบดีดีเอสไอต่อไป

                        “ผมไม่เคยสั่งอธิบดีดีเอสไอเป็นการส่วนตัว ถ้าไม่ผิดก็สั่งไม่ได้ คนจบนิติศาสตร์และเป็นถึงอัยการเก่า ฝ่ายการเมืองมาสั่งไม่ได้ แต่เรื่องนี้มีคนร้องทุกข์ก็ต้องสอบ คนผิดก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ผิดก็แล้วไป จะพูดว่ากลั่นแกล้งไม่ได้ ผมให้กำลังใจอธิบดีและอยู่เคียงข้าง หากฝ่ายการเมืองเห็นว่าถูกรังแกก็ฟ้องร้องได้ กรณีดังกล่าวมีการเบิกงบฯไปแล้ว 800 ล้านบาท แต่ไม่เอาไม่ทำงาน เมื่อการก่อสร้างไม่มีความคืบหน้าจึงตั้งเบิกงวดต่อไปไม่ได้” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                        เมื่อถามถึงแนวโน้มการยกเลิกสัญญา ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยกเลิกคำสั่งแน่นอน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกตนว่าใกล้ครบสัญญาแล้ว แต่ตนมองว่าเมื่อสัญญาผิดตั้งแต่ต้นก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบสัญญา หลังจากนี้ใครทำสิ่งใดไว้ก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย แต่ที่สำคัญคือกฎแห่งกรรม ใครที่ได้เงินไปจากภาษีประชาชนตนขอแช่งให้หายนะและวิบัติ เร็วๆนี้ ตนจะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ จะไปภารกิจอื่นแต่จะแวะไปดูบริษัทที่เป็นคู่สัญญาก่อสร้างสถานีตำรวจที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ว่าจะสวยแค่ไหน

 

 

'เฉลิม' ชี้นิรโทษฯต้องรอบคอบ ส่ง 'ณัฐวุฒิ' แจง 'แนวร่วม 29 มกราฯ'

 

                       ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม 29 มกรา ฯปลดปล่อยนักโทษการเมือง ระบุว่าจะรวมตัวกันมาเพื่อฟังคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาลเรื่องนิรโทษกรรม ซึ่งให้เวลาถึงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรนิติบัญญัติ ในเดือนเม.ย.ว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนไปรับข้อเสนอก็ไปรับฟัง แต่จะให้ไปรับในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในทันทีคงไม่ได้ เพราะต้องนำข้อเสนอจากหลายส่วน รวมทั้งความเห็นที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบแล้ว มาพิจารณา เช่น การเสนอออก พ.ร.ก.ระหว่างเปิดสมัยประชุมสภาฯทำได้หรือไม่ ส่วนข้อเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การนิรโทษกรรมนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีเกิดขึ้นมาก่อน เพราะการจะยกเว้นโทษต้องออกแป็นพ.ร.บ. หรือพ.ร.ก ในฐานะที่อยู่ในการเมืองมานานมองว่าถ้าออกเป็นพ.ร.ก.ก็จะถูกยื่นตีความและสุดท้ายก็เป็นโมฆะเพราะไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 184

                       ผู้สื่อข่าวถามว่าเกรงว่าคนเสื้อแดงจะไม่พอใจ จนขยายผลรุนแรงขึ้นหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า มั่นใจว่าไม่มี เพราะเมื่อตนพูดชี้แจงไปแล้วว่าต้องฟังเหตุผลจากหลายส่วน กลุ่มคนเสื้อแดงเขาก็ทยอยเดินทางกลับ ส่วนเขาจะน้อยใจหรือไม่ตนไม่ทราบ ถึงจะเป็นพรรคพวกกันจะทำอะไรก็ต้องยึดกฎหมาย และต้องให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำเสื้อแดง ไปพูดคุยทำความเข้าใจ เพราะเขามีความผูกพันกันอยู่ เชื่อว่าสุดท้ายในหลายภาคส่วนสร้างความเข้าใจกันได้ ไม่ใช่เป็นรัฐบาลแล้วจะทำอะไรได้ตามใจชอบ เพราะต้องดูสังคมส่วนใหญ่เขาจะรับเราได้หรือไม่

                       เมื่อถามว่าความรู้สึกของคนเสื้อแดงมองว่ารัฐบาลได้อำนาจแล้วลืมประชาชนที่ช่วยต่อสู้จนได้รับเลือกเป็นรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ไม่ลืม ยังรักกันแน่นแฟ้น ขอย้ำว่าจะทำอะไรต้องยึดหลักกฎหมาย เมื่อถามว่าคิดว่าร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ที่รองนายกฯได้เสนอแนวคิดไว้ 6 มาตรานั้น จะต้องนำออกมาใช้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ความคิดตนยังเหมือนเดิมให้ออกเป็น 6 ฉบับ 6 มาตรา ถ้าเรียกใช้ก็พร้อมนำเสนอแต่ไม่ใช่ต้องเอามาโชว์ หลักการใหญ่คือต้องครอบคลุมทุกส่วน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง

 

'เฉลิม'เตรียมพบ'มหาธีร์' 4-9 ก.พ.

 

                       ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ตนเตรียมเดินทางไปพบ ดร.มหาธีร์ โมฮัมมัด อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย ที่ลังกาวีในวันที่ 4 - 9 ก.พ. และทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของมาเลเซียจะเดินทางมาพบตนในวันที่ 21 ก.พ. เพื่อพูดคุยหารือทำความเข้าใจในการแก้ไขปัญหา ขณะเดียวกันทูตประเทศอินโดนีเซียได้รับปากว่าจะช่วยในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ด้วย ทั้งนี้ตนจะไม่พูดคุยกับแกนนำผู้ก่อความไม่สงบด้วยตนเอง แต่จะพูดคุยกับมาเลเซียให้ตกผลึกกันก่อนและให้ทางมาเลเซียช่วยพูดคุยกับทางแกนนำให้

                       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า สำหรับโรงเรียนที่มีความเสี่ยงในการก่อเหตุ ควรให้ครู ตชด.เข้าไปดูแล ทั้งนี้คนในพื้นที่ต่างมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เรื่องดังกล่าวจะมีการประชุมเพื่อหาข้อสรุป นอกจากนี้ผู้ว่าฯ ทั้ง 5 จังหวัดต่างพอใจในแนวทางที่ตนได้เสนอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังเห็นว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านควรจะมีอาวุธที่ทันสมัยมากกว่านี้ เพราะขณะนี้มีการใช้ปืนลูกซอง ขณะที่ผู้ก่อความไม่สงบใช้อาวุธ เช่น ปืนอาก้า เอ็ม 16 และหากมีการนำคนในพื้นที่เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ เวลาที่มีการยิงเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเสียชีวิตทางญาติก็จะโกรธ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มาจากภาคอีสานและเหนือ ซึ่งเมื่อโดนยิงเสียชีวิตแล้วก็จะนำศพกลับไปยังบ้านเกิด ทำให้ไม่ก่อให้เกิดความสลดใจในพื้นที่

                       เมื่อถามว่าเอาอาวุธไปมอบให้ประชาชนในพื้นที่จะเป็นการสุ่มเสี่ยงหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าเราไม่ไว้ใจประชาชน เราก็เป็นรัฐบาลไม่ได้ อย่างไรก็ตามจะมีการประชุมเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ส่วนจะเป็นอาวุธระดับไหนนั้นต้องดูกันอีกที