
'บิ๊กโอ๋'ปัดตอบแดงชงนิรโทษฯ
'สุกำพล'ปัดตอบข้อเสนอไม่นิรโทษกรรม'มาร์ค-สุเทพ-แม้ว'โยนรัฐบาลดูข้อเสนอแดง ยัน'ฮุนเซน'แฉปชป.ไม่กระทบศาลโลกตัดสิน วอนรัฐสนับสนุนงบกองทุนช่วยกำลังพลไม่เพียงพอ
30 ม.ค.56 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกับกลุ่มแนวร่วม 29 มกราฯ ปลดปล่อยนักโทษการเมือง ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลรับข้อเสนอนิรโทษกรรมของกลุ่มคณะนิติราษฎร์เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตนคงตอบไม่ได้ ต้องไปถามรัฐบาล เพราะจะมีหน่วยงานที่วิเคราะห์ สำหรับความผิดในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีการเสนอให้ยกเลิกนั้น ต้องให้เจ้าหน้าที่รวบรวมมา คงไม่ตอบ ก็ต้องมีการพูดคุยกัน และการชุมนุมของกลุ่มดังกล่าวเป็นการแสดงออกทางความคิด ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไปรับหนังสือแทน โดยรัฐบาลมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลไปพิจารณาต่อไป
เมื่อถามว่า เหมาะสมหรือไม่ที่จะมีการนิรโทษกรรมบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลและหลายส่วนต้องพูดคุยกัน ซึ่งเราได้หาข้อมูลเรื่องนี้มาตลอดว่าเป็นอย่างไร จะให้กระทรวงกลาโหมตอบนั้นคงไม่สามารถตอบได้ เรื่องนี้ต้องรอบคอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความผิดต่าง ๆ จะต้องจัดเป็นหมวดหมู่ว่าผิดน้อยหรือผิดมากหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ต้องถามคณะกรรมการหรือผู้ที่ดูแล ตนไม่ทราบว่า จะดำเนินการอย่างไร เรื่องนี้มีรายละเอียดมากมาย ตนตอบไปอาจจะเป็นเพียงแค่เสียงเดียวเดี๋ยวความคิดอาจจะไม่ถูกต้อง ส่วนกองทัพพยายามร้องขอความเป็นธรรมกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ตนอยากถามว่า ใครเป็นผู้ร้องเรียน ทั้งนี้ การเรียกร้องของครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิตเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนอื่นก็มีการร้องขอความเป็นธรรมเหมือนกัน ดังนั้นเราอย่าเพิ่งพูด เพราะมีคณะกรรมการที่รับผิดชอบกำลังดำเนินการอยู่
ต่อข้อถามที่ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า ไม่ต้องการการนิรโทษกรรมตนเอง รวมถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งที่นายอภิสิทธิ์แสดงความเห็นออกมา มีเรื่องอื่นมากมายก็ไม่เห็นแสดงความเห็นแต่มาแสดงความเห็นเรื่องนี้ก็ไม่ว่ากัน เราดำเนินการตามหลักการกันต่อไป
เมื่อถามว่า คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะยอมรับข้อเสนอนี้หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมา นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย และนายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว ก็ออกมาตอบรับกับแนวคิดของ นายอภิสิทธิ์ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ไม่ทราบต้องไปถาม พ.ต.ท.ทักษิณ ถามตนไม่สามารถตอบแทนใครได้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ยัน"ฮุนเซน"แฉปชป.ไม่กระทบศาลโลกตัดสิน
พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นำแถลงการณ์ของสมเด็จฮุนเซน ออกมาตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์เกรงจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาของศาลโลกหรือไม่ว่า ไม่ดีอย่างไร การที่นายสุรพงษ์ นำคำแถลงการณ์ออกมาเปิดเผย เพื่อเป็นการนำเสนอเท่านั้น และเป็นการพูดถึงว่าเรื่องเกิดขึ้นยุคไหน ซึ่งถือเป็นข้อเท็จจริงที่หนีไม่ออก ไม่เห็นมีอะไร เราอย่าไปคิดให้เกิดปัญหา เป็นการชี้แจงบนพื้นฐานความเข้าใจระหว่างประเทศ ไม่มีทางที่ไทยและกัมพูชาจะมานั่งทะเลาะกัน วันนี้ไม่มี เพราะคนรู้ว่าในปี2558 จะมีการเปิดประชาคมอาเซียน เป็นไปไม่ได้ที่จะมีปัญหา ตนต้องการให้สื่อมองเป็นเรื่องที่ดีบ้าง หากมองว่ามีปัญหาทั้งวันก็จะแย่
“การที่สมเด็จฮุนเซน ออกมาพูดในฐานะผู้นำประเทศคงต้องคิดแล้วว่า พูดแล้วมีประโยชน์หรือไม่ หรือทำให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ ส่วนที่มองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายกัมพูชานั้น ผมคิดว่ากัมพูชาพยายามอธิบายให้รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เมื่อเขาถูกพาดพิงก็ขอพูดบ้าง ส่วนจะเชื่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับเรา เขาพูดจบไปนานแล้ว แต่สื่อนำมาพูดอยู่ทุกวัน อยากให้เลิกพูดเสียที” รมว.กลาโหม กล่าว
ต่อข้อถามที่ว่า นายสุรพงษ์ ที่มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีของไทย แต่นำคำพูดตรงนี้มาขยายต่อ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า “มันจบแล้วก็จบไป จะมารื้อฟื้นอยู่ทำไม มันมีประโยชน์อะไรบ้าง”
เมื่อถามย้ำว่า เกรงหรือไม่ว่าศาลโลกจะหยิบประเด็นตรงนี้ขึ้นมาพิจารณา พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า “ไม่มี มันไม่เกี่ยวกับเรื่องการตัดสินของศาลโลก การที่กัมพูชาออกมาเปิดเผยเป็นเพียงต้องการให้รู้ว่าเรื่องราวที่พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการเท่านั้น สื่อต้องแปลให้ดี ถ้ามันไม่ดี ผมไม่ยอม ไม่ต้องห่วง มันไม่มีอะไร กัมพูชาเพียงแต่พูดความจริงสมัยที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลและได้ดำเนินการเรื่องนี้ ส่วนท่าทีของ รมว.ต่างประเทศคนปัจจุบันดีกว่าคนก่อนหน้า”
เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะหารือกับทางกัมพูชากรณีการที่กัมพูชาล่วงล้ำ เอ็มโอยูปี 43 สร้างที่พักอาศัยบริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่าเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุที่จะได้มีการพูดคุยร่วมกัน เรายืนยันว่าปกป้องอธิปไตยอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง เราพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามที่เอ็มโอยู 43 กำหนดให้มากที่สุด ทั้งนี้ไทยจะทำเพียงฝ่ายเดียวไมได้ แต่ต้องทำพร้อมกันทั้งคู่ที่จะมีลงนามร่วมกันกับกัมพูชา ถ้ามีการละเมิดก็จะต้องมีการพูดคุยกัน ที่ผ่านมาทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือประท้วงไปยังกัมพูชาแล้ว ซึ่งก็ประท้วงไปมากกว่า 8-9 ครั้งแล้ว
วอนรัฐสนับสนุนงบกองทุนช่วยกำลังพลไม่เพียงพอ
พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ตั้งกองทุนช่วยเหลือกำลังพลที่ปลดทุพพลภาพตั้งแต่ปี 2547 และครอบครัวกำลังพลที่มาดูแลกำลังพลกองทัพบกซึ่งบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในราชการสนาม ว่า โครงการนี้เป็นเรื่องของกองทัพบกที่ดำเนินการซึ่งตามกติกามีอยู่แล้ว และตามระเบียบ ซึ่งเงินที่กองทัพบกได้มอบให้นั้นก็ไม่มาก และมอบให้กำลังพลเฉลี่ยๆกันไปทุกคนได้ตามกติกา ซึ่งกองทัพดูแลเต็มที่ และยังมีการทำประกันให้กับทหาร ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลสนับสนุนเงินมากขึ้นเพื่อให้กับทหารที่เสียชีวิตหรือว่าบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่เป็นเรื่องของระเบียบจะใช้แค่กระทรวงกลาโหมไม่ได้
ป้องศธ.ดูแลครูใต้ดีชี้โจรใต้บึ้มเป็นธรรมดา
พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีเหตุการณ์ระเบิดชุดรักษาความปลอดภัยครูในพื้นที่ จ.นราธิวาสนั้น ว่า เป็นเรื่องธรรมดา ก็โดนกันเรื่อย ส่วนแนวคิดกระทรวงศึกษาธิการที่จะรับผู้ที่จบปริญญาตรีในพื้นที่เข้ามาสอนแทนข้อเสนอของกระทรวงกลาโหมที่จะให้ทหารเข้าไปช่วยสอนหนังสือแทนในพื้นที่นั้น ไม่ได้ปฏิเสธแนวคิดนี้ แต่ได้เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการมีทางเลือกอีกทางหนึ่งที่ทหารสามารถช่วยเหลือทดแทนได้ แต่ถ้าไม่ต้องการและมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า เช่นการไปจ้างครูที่จบปริญญาตรีในพื้นที่ก็ไม่ว่ากัน เป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่ากระทรวงศึกษาไม่ใส่ใจในการดูแลความปลอดภัยของครูและการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เท่าที่ควร พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เชื่อว่ากระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญและสนใจดูแลแน่นอน โดยเฉพาะครู หากไม่สนใจเรื่องครูจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างไร ซึ่งตนก็ไม่ได้รับทราบข่าวที่ว่าคนในพื้นที่ออกมาระบุว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ใส่ใจกับนักเรียนและครูที่เสี่ยงตายไปสอนทุกวันจะไม่สนใจนักเรียนได้อย่างไร ทหารก็ทำหน้าที่ดูแลเต็มที่แต่บางทีก็มีพลาดจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้เราได้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน ส่วนใครต้องการเปลี่ยนแปลงสามารถบอกได้ไม่มีปัญหา ขึ้นอยู่กับครูว่าต้องการให้ใครเป็นผู้ดูแล หากไม่ต้องการทหารดูแลก็ไม่ดูแล เราจะไปดูแลพื้นที่อื่นแทน หากต้องการใช้ทหารดูแลก็สนองให้ แต่ขณะนี้สถานการณ์ต่างๆก็ดีขึ้นตามลำดับ ตนพยายามจะลงพื้นที่มากขึ้น
ต้อนรับ"รมว.กห.ยูเครน"เยือนไทยเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นาย Pavlo Lebedev รมว.กลาโหมยูเครน และคณะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 29 -31 ม.ค.51 ว่า เมื่อปีที่แล้วตนได้ไปเยือนยูเครนจึงได้เชิญ รมว.กลาโหมยูเครนมาเมืองไทย ซึ่งการมาเยือนในครั้งนี้เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและยูเครน โดยได้เริ่มในยุคนี้ เนื่องจากเราใช้อาวุธยุทโธปกรณ์บางอย่างจากยูเครน อย่างไรก็ตาม การมาเยือนไทยครั้งนี้เป็นเรื่องปกติ และคงไม่มีการหารือถึงโครงการการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพราะโครงการอาวุธเป็นเรื่องกองทัพ โดยมีแผนงานในการดำเนินโครงการการจัดซื้อ โดยในวันที่ 31 ม.ค.นี้ รมว.กลาโหมยูเครนมีกำหนดการเดินทางไปเยี่ยมชมที่กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.2 รอ.) เพื่อเยี่ยมชมรถยานเกราะล้อยางบีทีอาร์-3 อี 1 ที่กองทัพบกได้จัดซื้อมาจากประเทศยูเครน ทางกองทัพบกจะโชว์สิ่งที่ได้จัดซื้อจากยูเครนว่ามีการใช้งานอย่างไร
เมื่อถามว่า จะมีการหารือเพื่อปัดฝุ่นการตั้งโรงงานผลิตรถถังจากยูเครนหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ยังไม่มี และจะคงไม่มีการพูดถึงในเรื่องนี้ แต่ว่าเราคิดในเรื่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้คิดถึงเรื่องรถยานเกราะที่สร้างขึ้นเอง ทั้งนี้ ตนได้ให้นโยบาย สทป. เรื่องรถยานเกราะแห่งชาติ เพราะเรามีความต้องการเพิ่มเติมให้ครบตามที่เราต้องการ เพราะมองว่าประเทศไทยมีขีดความสามารถในเรื่องของยานยนต์ ดังนั้นจึงให้ สทป.หน่วยงานวิจัยของเราดำเนินการดูว่าสามารถทำได้หรือไม่ อีกทั้งมีภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนและได้ทำโมเดลมาแล้ว ตนคงตอบแทนไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของเทคนิคให้ได้เพียงแต่นโยบายในการทำงาน



