ข่าว

ครูของหนูอยู่ไหน?

ครูของหนูอยู่ไหน?

30 ม.ค. 2556

ครูของหนูอยู่ไหน? : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

               คำถามที่มักจะได้ยินกันเสมอก็คือ เกิดอะไรขึ้นกับการศึกษาของไทย ทำไมครูถึงสอนเด็กในชั้นเรียนไม่ได้ผล ทำไมเด็กถึงต้องไปเรียนพิเศษกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และคุณภาพกับมาตรฐานการศึกษาของเราจะสามารถแข่งขันหรือเทียบเคียงกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้หรือไม่

               ความกังวลต่างๆ ดังกล่าวนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะการศึกษาคือพื้นฐานของการพัฒนาและความเจริญของประเทศ บ้านเมืองใดที่ประชาชนด้อยการศึกษาก็จะมีความเสียเปรียบในทางเศรษฐกิจ วิทยาการ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ ขณะที่ประเทศที่ประชาชนมีการศึกษาดีก็จะก้าวไปได้ไกลกว่า

               มีผู้กล่าวว่าการศึกษาของไทยนั้น เป็นการเรียนเพื่อให้สอบผ่านไปปีหนึ่งๆ ไม่ใช่การเรียนเพื่อรู้ ดังนั้นนอกจากพื้นจะไม่แน่นแล้วก็ยังไม่สามารถต่อยอดให้สูงขึ้นไปได้อย่างจริงจัง การศึกษาตั้งแต่ระดับประถมจนถึงอุดมศึกษา จึงมีลักษณะที่ฉาบฉวย และไม่เคี่ยวกรำในตัวขององค์ความรู้ เมื่อประกอบกับการเรียนการสอนแบบท่องจำ และการสอบแบบปรนัยกาผิดกาถูกด้วยแล้ว จึงทำให้การสอบของนักเรียนไทยเป็นแค่การเสี่ยงดวง และไม่น่าประหลาดใจที่ก่อนการสอบทุกครั้งจะต้องมีการบนบานศาลกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สอบได้

               สังคมไทยนั้นให้ค่านิยมแก่ผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มากกว่าจะคำนึงถึงความรู้ความสามารถของตัวบุคคล และในปัจจุบันการจบแค่ปริญญาตรีก็กลายเป็นเรื่องที่ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องมีการดิ้นรนเพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาโทหรือสูงขึ้นไปกว่านั้น เพียงเพื่อใช้ปริญญาเป็นใบผ่านทาง หาใช่ต้องการจะศึกษาหาความรู้ให้กว้างขวางและลึกซึ้งขึ้น

               ผู้บริหารสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า สถาบันการศึกษาของท่านมีความตกลงเรื่องแลกเปลี่ยนนักศึกษากับต่างประเทศ แต่เมื่อถึงเวลากลับปรากฏว่ามีแต่เด็กไทยไปเรียนที่ต่างประเทศ แต่ไม่มีประเทศไหนส่งนักเรียนมาเรียนในประเทศไทย ท่านอดรนทนไม่ได้จึงสอบถามไป ก็ได้ความว่าในประเทศเหล่านั้นเขามีการจัดเกรดการศึกษาของประเทศต่างๆ และการศึกษาของไทยนั้น จัดอยู่ในเกรด ซี ดังนั้น การที่นักเรียนไทยจะไปเรียนในประเทศของเขาซึ่งเป็นเกรด เอ เป็นเรื่องที่ปกติ แต่การที่จะเอาอนาคตของเด็กเขามาเสี่ยงกับการศึกษาในประเทศไทย เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างแน่นอน

               การที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นที่น่าเชื่อถือในสายตาของประชาคมโลก การศึกษาย่อมเป็นหนทางที่ดีทางหนึ่ง แต่ทำอย่างไรถึงจะทำให้ระบบการศึกษาสอดคล้องกับสภาพของสังคมและวิวัฒนาการด้านต่างๆ ทำอย่างไรถึงจะให้เด็กเรียนหนังสือด้วยความสุขไม่ใช่เคร่งเครียดกับการแข่งขันหรือตั้งหน้าตั้งตาเรียนพิเศษ ทำอย่างไรถึงจะได้คนที่มีความรักในความเป็นครูและมุ่งมั่นตั้งใจจะเป็นครูเข้ามาเรียนในสถาบันที่ผลิตครู มิใช่เพียงเพราะสอบเข้าเรียนต่อที่อื่นไม่ได้ และทำอย่างไรจึงจะให้ครูได้ทำหน้าที่ของครูอย่างเต็มที่ ไม่ใช่วุ่นอยู่กับการประเมินผลตนเอง หรือหาทางปรับวุฒิการศึกษา รวมทั้งทำงานอื่นที่นอกเหนือจากการให้ความรู้ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทำอย่างไรครูถึงจะมีรายได้ที่ดูแลตนเองและคนในครอบครัวอย่างสมฐานะและศักดิ์ศรี เพราะคงไม่มีใครอยากเห็นครูมีหนี้สินรุงรัง หรือต้องไปขายเครื่องสำอางเพื่อหารายได้เพิ่มเติม จนไม่มีกำลังใจหรือเวลาที่จะสอนเด็กหรอกครับ

               แต่สิ่งที่เราทุกคนอยากเห็นอย่างยิ่งก็คือการคืนความเป็นครูให้แก่ครู และครูนั่นแหละครับที่จะเป็นผู้สร้างสรรค์เด็กไทย และอนาคตของชาติไทย