
'บัวแก้ว'แจงปมปราสาทพระวิหาร
'เว็บไซต์บัวแก้ว'เริ่มชี้แจงปม'พระวิหาร'เผยแพร่หนังสือ 50 ปี 50 ประเด็นถามตอบ
29 ม.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ ได้เผยแพร่ หนังสือ 50 ปี 50 ประเด็นถามตอบ กรณีปราสาทพระวิหาร โดยเป็นการชี้ว่า ที่ผ่านมาในปี 2505 ศาลโลกตัดสินคดีดังกล่าวว่าอย่างไร และไทยปฏิบัติตามอย่างไร พร้อมทั้งชี้แจงว่า ในครั้งนั้นศาลโลกได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา นอกจากนี้ ทั้งไทยและกัมพูชา ยังไม่สามารถหยิบยกกรณีดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ เพราะเลยกำหนดเวลา 10 ปี ในการยื่นขอให้ศาลโลกแก้ไขคำตัดสินแล้ว แต่การขอให้ตีความคำวินิจฉัยสามารถทำเมื่อไหร่ก็ได้
นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงถึงประเด็นที่มีการนำเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลโลกอีกครั้ง และระบุด้วยว่า รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ต่อสู้ในการที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยขอให้เหลือเฉพาะเพียงตัวปราสาท อย่างไรก็ตามมีการะบุด้วยว่า ไทยไม่ควรถอนตัวออกจากอนุสัญญามรดกโลก เพราะถือเป็นการเปิดโอกาสให้เรามีสิทธิคัดค้าน จากนั้นได้ชี้แจงเรื่องกระบวนการสู้คดีว่าได้ทำอย่างไรบ้าง รวมถึงชี้แจงว่า ไทยต้องปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลก เพราะมิเช่นนั้นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอาจจะมีมาตรการอื่นตามมา
ในหนังสือยังได้คาดการณ์แนวทางคำตัดสินของศาลโลกเป็น 4 แนวคือ (1) ศาลโลกตัดสินว่า กัมพูชาไม่มีอำานาจฟ้อง และศาลโลกไม่มีอำนาจพิจารณา พร้อมทั้งจำหน่ายคดี (2) ศาลโลกรับตีความคำพิพากษา โดยกำหนดขอบเขต พื้นที่ปราสาทพระวิหารสอดคล้องกับแนวทางของไทย กล่าวคือ ขอบเขตพื้นที่ปราสาทเป็นไปตามเส้นมติคณะรัฐมนตรีปี 2505 (3) ศาลโลกรับตีความคำพิพากษา โดยกำหนดขอบเขต พื้นที่ปราสาทพระวิหารสอดคล้องกับแนวทางของกัมพูชา กล่าวคือ ขอบเขตพื้นที่ปราสาทเป็นไปตามเส้นแผนที่ ภาคผนวก 1 (แผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 ระวางดงรัก) (4) ศาลโลกรับตีความคำพิพากษา โดยกำหนดขอบเขต
พื้นที่ปราสาทพระวิหารตามแนวทางอื่นที่ศาลโลกเห็นว่าสมควร พร้อมทั้งระบุว่า ไทยต้องทำตามคำพิพากษา แม้ศาลโลกจะไม่สามารถมีคำสั่งให้ปฏิบัติตาม แต่ไทยหรือกัมพูชา อาจะมีคำร้องขอให้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ออกมาตรการใดๆ ที่เห็นสมควรและไม่ขัดกฎบัตรสหประชาชาติ เพื่อบังคับคดีได้



