ข่าว

ชง'แก่งกระจาน'ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

ชง'แก่งกระจาน'ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

29 ม.ค. 2556

'ครม.'เห็นชอบ เสนอ 'พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน' ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ เผยเข้าเกณฑ์ครบ 7 ข้อ เตรียมส่งศูนย์มรดกโลก ประเทศฝรั่งเศส 1 ก.พ.นี้

               29 ม.ค. 56 นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการแห่งชาติว่า ด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (กอม.) เสนอ โดยให้แก้ไขชื่อพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน “Kaeng Krachan Forest Complex : KKFC” เป็น “Thailand Western Forest Complex” และให้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแล ในการบูรณาการและบริหารจัดการดังกล่าวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อบริหารจัดการต่อไป

               รองโฆษกประจำสำนักฯ กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญของการนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน คือ 1.ข้อมูลทั่วไป ประกอบด้วย ภาคีสมาชิกผู้จัดเตรียมการเสนอ ชื่อ ที่อยู่ สถาบัน/หน่วยงาน ไปรษณีย์อิเล็กโทรนิกส์ โทรสาร โทรศัพท์ 2.ข้อมูลแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ประกอบด้วย ชื่อของพื้นที่จังหวัด พิกัดทางภูมิศาสตร์ 3.คุณลักษณะ ประกอบด้วย พื้นที่ 5 แห่ง คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน (อยู่ระหว่างการเตรียมการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ) และพื้นที่แนวเชื่อมต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและกุยบุรี เขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตปลอดภัยทางทหาร พื้นที่ป่าแก่งกระจานจัดอยู่ในเขตนิเวศอินโดมาลายัน รวมทั้งเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำภาชี แม่น้ำปราณบุรี แม่น้ำกุยบุรี

               4.มีคุณค่าความโดดเด่นเป็นสากล และเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวิภาพที่สำคัญที่สุดแห่หนึ่งในเอเชีย โดยพบชนิดพันธุ์อย่างน้อย 720 ชนิด มีการกระจายพันธุ์จากถิ่นอาศัยทางใต้ ขึ้นไปจนถึงบริเวณเหนือสุด เช่น ไก่ฟ้าหน้าเขียว นกบั้งรอกปากแดง และนกปรอดสีน้ำตาลตาแดง ปาดป่าจุดขาว และค่างดำ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างเขตภูมิพฤกษ์ (Floristic-provinces) 4 ลักษณะเด่น ได้แก่ (1) Indo-Burmese หรือ Himalayan (2) Indo-Malaysian (3) Annamatic และ (4) Andamanese พบการปรากฎของพืชเฉพาะถิ่น เช่น จำปีเพชร (Magnolia mediocris) และจำปีดอย (M. gustavii) ซึ่งราชอาณาจักรไทยพบเฉพาะในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเท่านั้น เป็นแหล่งสำคัญของสัตว์ป่าที่ใกล้ศูนย์พันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) คือ จระเข้น้ำจืด และได้รับการประกาศเป็นมรดกแห่งอาเซียน เมื่อปี พ.ศ. 2546

               รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่ออีกว่า 5.เกณฑ์ที่เหมาะสมตรงกับเกณฑ์ข้อ 10 คือ “ถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ในถิ่นที่อยู่ (In-situ conservation) ของความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงถิ่นที่อยู่ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามที่มีความโดดเด่นเป็นสากล ทั้งจากมุมของวิทยาศาสตร์หรือการอนุรักษ์ 6.เปรียบเทียบพื้นที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้งและพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ 7.แผนบริหารจัดการพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ปี ค.ศ. 2008-2017 ในส่วนของการบริหารจัดการพื้นที่ การบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                “คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ในการประชุมครั้งที่ 1/2555 เมื่อ 7 มิ.ย.55 มีมติเห็นชอบต่อเอกสารนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน เพื่อเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางธรรมชาติ และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการนำเสนอเอกสารดังกล่าวขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป สำหรับเอกสารนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ จะต้องจัดส่งให้ศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ภายในวันที่ 1 ก.พ.ของทุกปี" นายชลิตรัต กล่าว