ข่าว

'พงศพัศ'หาเสียงตลาดคลองเตย

'พงศพัศ'หาเสียงตลาดคลองเตย

29 ม.ค. 2556

"พงศพัศ" หาเสียงตลาดคลองเตย-แฟลต จัดเต็ม"กวาดขยะ-ขึ้นรถแห่-ตำส้มตำ-กินข้าวเหนียวปิ้ง-กระดกลิโพ" เตรียมทำหนังสือขออนุญาตหน่วยราชการหาเสียง

          วันที่ 29 ม.ค.56  เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดคลองเตย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ที่อยู่บริเวณนั้นมารอให้การต้อนรับ และขอถ่ายภาพ มอบดอกไม้ ขอลายเซ็น ตะโกนให้กำลังใจ ขอหอมแก้มผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.จากพรรคเพื่อไทยเป็นระยะ ซึ่งก่อนทางเข้าตลาด พล.ต.อ.พงศพัศ ได้เจอรถเก็บขยะและที่เก็บขยะของตลาดคลองเตย จึงได้เข้าไปตรวจสอบสอบถามการจัดเก็บขยะ และยังช่วยเจ้าหน้าที่ยกถังขยะเทไปบนรถขยะ ซึ่งเป็นขยะเปียกและขยะสด มีกลิ่นเหม็น และได้เดินไปที่ร้านขายไข่ สอบถามราคาและคุณภาพของไข่ พร้อมยืนยันว่า ไข่จะไม่แพงและจะจัดพื้นที่ในการขายเพิ่มให้
 
          จากนั้นผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทยได้เดินทักทายเเละสอบถามเรื่องราคาสินค้า ผัก-ผลไม้-เนื้อสัตว์ จากพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน รวมทั้งแนะนำตัว ขอคะแนนเสียง และชูนโยบายเรื่องการปรับปรุงตลาดและการกำจัดขยะภายในตลาด ซึ่งระหว่างทางได้มีหญิงวัยกลางคนเข้ามาคุยกับ พล.ต.อ.พงศพัศ  โดยหญิงคนนั้นร้องไห้ขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งพล.ต.อ.พงศพัศ รับปากว่าจะช่วยดูแลให้ หลังจากนั้นได้มีประชาชน นำกล้วยมาให้ พร้อมบอกว่า “ทำอะไรจะได้กล้วยๆ” และเมื่อเดินหาเสียงถึงกลางตลาด ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่กำลังทำความสะอาดตลาดอยู่ พล.ต.อ.พงศพัศ ได้เข้าไปช่วยกวาดและตักขยะใส่ถัง เรียกเสียงฮือฮาจากคนในตลาด ที่ต่างมามุงดู บางคนตะโกนว่า “ผู้ว่าฯ ต้องแบบนี้ อยากให้มาทำให้ทุกวัน”
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในตลาดคลองเตย ได้ติดป้ายมีข้อความว่า “พ่อค้า-แม่ค้า ชาวตลาดคลองเตย ยินดีต้อนรับและสนับสนุน พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นผู้ว่าฯกทม.”
 
          ต่อมาพล.ต.อ.พงศพัศ ได้เดินขึ้นไปบนสะพานลอย พร้อมยืนทักทายประชาชน บนสะพานลอย และได้ขึ้นรถแห่หาเสียง จากตลาดคลองเตย ไปยัง ชุมชนคลองเตย 3 แฟลต 11-18 ซึ่ง ตลอดการเดินทางมีประชาชน 2 ข้างทาง ให้ความสนใจ ส่งเสียงเชียร์ เป็นระยะ
 
          จากนั้นเมื่อเดินทางถึงแฟลตคลองเตย ได้มีประชาชนมารอต้อนรับจำนวนมาก พร้อมขอถ่ายภาพ มอบดอกไม้ ขอลายเซ็น และบางคนนำเครื่องดื่มชูกำลังมาให้ พล.ต.อ.พงศพัศ จึงเปิดยกขึ้นดื่ม พร้อมชูมือ แสดงความสดชื่น ต่อมาพล.ต.อ.พงศพัศ ได้เข้าพูดคุยกับคณะกรรมการชุมชนคลองเตย 3 เรื่องปัญหาต่างๆ ทั้งงบประมาณและปัญหายาเสพติดในชุมชน
 
          ภายหลังหารือพล.ต.อ.พงศพัศ ได้เดินหาเสียงต่อภายในชุมชน ซึ่งระหว่างเดินได้แวะร้านขายส้มตำ พร้อมโชว์ตำส้มตำ ชิมและป้อนเจ้าของร้าน เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ที่มาให้กำลังใจ และได้เดินมายังร้านข้าวเหนียวปิ้ง พร้อมกินข้าวเหนียวปิ้งและป้อนเจ้าของร้าน
 
          จากนั้นพล.ต.อ.พงศพัศได้ขึ้นรถแห่ต่อมายังท่าเรือคลองเตย เพื่อให้กำลังใจ สหภาพฯการท่าเรือ ที่กำลังชุมนุมเพื่อไล่ผอ.การท่าเรือ โดยพล.ต.อ.พงศพัศ ได้มอบดอกไม้ ให้กำลังใจ พร้อมพูดคุยและรับปากจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนายกรัฐมนตรีให้  ต่อมาพล.ต.อ.พงศพัศได้ขึ้นรถแห่มายังสถานีดับเพลิงคลองเตย พร้อมพูดคุยกับเจ้าที่สถานี เรื่องปัญหาและอุปสรรคในการดับเพลิง เพราะพื้นที่ย่านนี้ส่วนใหญ่เป็นตึกสูง พร้อมกับทักทายประชาชนที่อยู่บริเวณนั้น จนกระทั่งเวลา 11.30 น.เสร็จสิ้นการหาเสียง

 

"จูดี้" ผุดไอเดีย เฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง เพิ่มประสิทธิภาพดับไฟตึกสูง

          พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมสถานีดับเพลิงคลองเตยว่า รู้สึกกังวลกรณีที่พนักงานทำความสะอาดของกทม.ทำงานตั้งแต่ช่วงมืด ซึ่งตนอยากทำเรื่องความปลอดภัยและการให้ค่าตอบแทนสร้างขวัญกำลังใจในการดูแลพนักงานทำความสะอาดกทม.ที่ทำงานช่วงเช้า สำหรับเขตคลองเตยและเขตวัฒนาเป็นพื้นที่ที่มีการสร้างตึกสูงจำนวนมากกว่า 200 ตึกมีความสูงเกิน10 ชั้น ดังนั้นระบบการดูแลอัคคีภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ  เพราะต่อจากนี้ประชาชนในกทม.จะพักอาศัยในตึกสูงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งกทม.เป็นผู้ออกใบอนุญาตการก่อสร้างตึกสูงจึงเป็นเรื่องที่ต้องดูแลเป็นพิเศษทั้งการก่อสร้างและระบบระวังภัย ในส่วนของสถานีดับเพลิง 35แห่ง จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขรถดับเพลิงรถกระเช้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  พร้อมทั้งจัดหาเฮลิคอปเตอร์เป็นการเร่งด่วนซึ่งในต่างประเทศมีการใช้เช่นกัน นอกจากนี้ต้องเพิ่มบุคลากรและอุปกรณ์ดับเพลิงในตึกสูงซึ่งในส่วนของงบประมาณคิดว่าสภากทม.จะร่วมกันพิจารณาได้


เตรียมทำหนังสือ "ขออนุญาต" หน่วยราชการหาเสียง

          พล.ต.อ.พงศพัศ  กล่าวถึงกรณีศูนย์บริการสาธารณสุข ดินแดงไม่อนุญาตให้เข้าไปหาเสียงเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ว่า คิดว่าปลัดกทม.คงทราบปัญหา ซึ่งตนไม่ต้องการสร้างความกังวลใจให้ใคร  แค่ต้องการเข้าไปหาเสียง ทั้งนี้อาจเกิดจากความไม่เข้าใจของหัวหน้าศูนย์ เพราะศูนย์บริการเป็นสถานที่เปิดสาธารณะ การที่ตนเข้าไปเพราะอยากยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่งกทม.ให้เป็นโรงพยาบาลขนาดย่อม แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนไม่ถือสา  อาจเป็นความไม่เข้าใจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนจะพยายามเข้าให้ได้ทุกพื้นที่โดยยินดีจะทำทุกทางหากทำให้สามารถทำให้เข้าไปหาเสียงได้ โดยหลังจากนี้จะทำหนังสือถึงปลัดกทม.เพื่อขออนุญาตไปหาเสียงในพื้นที่เปิดของกทม. ส่วนในพื้นที่ปิด เช่นพื้นที่ทหาร ตนก็ได้ทำหนังสือไปก่อนหน้านี้แล้ว