
'หงส์'ซึมร่วง'เอฟเอรอบ4'
กุนซือ 'หงส์' เซ็งผลงานลูกทีม ตกรอบเอฟเอ คัพ รอบ 4 หลังพลาด บุกไปแพ้ 'โอลด์แฮม' ขณะที่ 'ผีแดง' จับสลากชน 'เรดดิง' ในเกมรอบ 5
ตามที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยักษ์หลับจากศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หมดลุ้นถ้วยแชมป์ไปอีกหนึ่งรายการ หลังบุกไปแพ้ "หมูชรา" โอลด์แฮม ทีมรองบ่อนจากลีกวัน ที่บาวน์ดารี ปาร์ค 2-3 ในศึกฟุตบอลถ้วย "เอฟเอ คัพ" รอบ 4 เมื่อคืนวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา โดยเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก แมตต์ มาร์ติน ตั้งแต่นาที 3 แม้ทีมเยือนจะตามตีเสมอได้จาก หลุยซ์ ซัวเรซ ในนาที 17 ทว่า โอลด์แฮม กลับยิงเพิ่มได้อีกถึง 2 ลูกพร้อมกับทะยานหนีห่างเป็น 3-1 จาก แมตต์ สมิธ อีกหนึ่งเม็ดนาที 45 และ รีค วาบารา นาที 48 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะยิงตีตื้นไล่มาได้หนึ่งลูกจาก โจ อัลเลน นาที 80 ส่งผลให้ "หงส์แดง" พลาดท่าโดนทีมรองบ่อนที่อยู่ต่ำกว่าถึง 2 ดิวิชั่นเขี่ยตกรอบเป็นครั้งแรกในรอบ 54 ปี นับตั้งแต่หนล่าสุดที่เป็นฝ่ายบุกไปแพ้ วอร์เชสเตอร์ ทีมระดับดิวิชั่น 3 ในยุคนั้น 1-2 ในเกมรอบ 3 เมื่อปี 1959
หลังจบเกม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ "หงส์แดง" กล่าวรู้สึกผิดหวังผลงานของลูกทีมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบรรดานักเตะดาวรุ่งและตัวสำรองที่ได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนี้ หลังตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นจากเกมนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกที่เปิดบ้านไล่ต้อนชนะ นอริช 5-0 มากถึง 6 รายเลยทีเดียว แถมยังมีการดร็อปพวกแข้งหลักอย่าง ลูคัส เลวา, สจวร์ต ดาวนิง และ สตีเวน เจอร์ราร์ด ให้เป็นเพียงแค่ตัวสำรอง เพื่อเปิดทางให้ เบรด โจนส์, เซบาสเตียน คอเตส, อังเดร วิสดอม, แจ็ค โรบินสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รวมถึง ฟาบิโอ บอรินี ได้ลงสนามตั้งแต่นาทีแรก แต่ทั้งหมดกลับโชว์ฟอร์มได้แบบไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย
"เราต้องพบกับความผิดหวัง เพราะเราเริ่มต้นได้ย่ำแย่มาก ไม่ว่าจะเป็นในช่วงต้นครึ่งแรก หรือต้นครึ่งหลัง เราสมควรถูกลงโทษอย่างสาสม แม้เราจะมีโปรแกรมที่ต้องลงแข่งศึกพรีเมียร์ลีกรออยู่ในช่วงกลางสัปดาห์นี้ แต่ตอนนี้สภาพจิตใจของเราย่ำแย่มาก ผมผิดหวังกับผลงานของผู้เล่นดาวรุ่ง เพราะเราพยายามเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาไว้ช่วยทีมของเรา แต่พวกเขากลับทำผลงานได้น่าผิดหวังแบบที่ไม่สมควรเป็นนักเตะของลิเวอร์พูลเสียด้วยซ้ำไป เพราะถ้าหากต้องการคว้าถ้วยแชมป์ คุณต้องบุกไปเอาชนะ โอลด์แฮม ให้ได้เสียก่อน" ร็อดเจอร์ส กล่าว
ด้าน พอล ดิกคอฟ กุนซือโอลด์แฮม ตอบปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องอนาคตของตัวเอง เพราะต้องการดีใจกับชัยชนะของลูกทีมที่สวมบท "แจ็กผู้ฆ่ายักษ์" ด้วยการเขี่ยยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล ตกรอบ 4 ได้อย่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน แม้โค้ชวัย 40 ปีรายนี้จะเริ่มมีโอกาสถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อก็ตาม หลังทำผลงานในศึกลีกวันได้อย่างย่ำแย่ เนื่องจาก "หมูชรา" สามารถเก็บได้เพียงแค่หนึ่งคะแนนจาก 8 เกมหลังสุด แถมยังมีคะแนนอยู่ห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น
ส่วนผลคู่อื่น เบนท์ฟอร์ด เสมอ เชลซี 2-2, ลีดส์ ชนะ สเปอร์ส 2-1
ขณะที่ผลการจับสลากประกบคู่รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย ปรากฏว่า "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เจองานไม่ค่อยหนักได้รอเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เรดดิง เพื่อนร่วมลีกเดียวกัน ส่วนผลคู่อื่น ฮัดเดอร์สฟิลด์ หรือ เลสเตอร์ พบ วีแกน, เอ็มเค ดอนส์ พบ บาร์นสลีย์, โอลด์แฮม พบ เอฟเวอร์ตัน, ลูตัน พบ มิลวอลล์, อาร์เซนอล พบ แบล็คเบิร์น, แมนฯ ซิตี พบ ลีดส์, มิดเดิลสโบรช์ พบ เบรนท์ฟอร์ด หรือ เชลซี สำหรับเกมรอบ 5 ทั้งหมด 8 คู่ยังไม่มีกำหนดวันลงเตะที่แน่นอน แต่จะลงสนามฟาดแข้งกันในช่วงระหว่างวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์นี้
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



