ข่าว

มั่นใจกู้4แสนล.สร้างงาน2ล.คนศก.ฟื้น

มั่นใจกู้4แสนล.สร้างงาน2ล.คนศก.ฟื้น

31 พ.ค. 2552

"นายกฯอภิสิทธิ์"มั่นใจพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จะสามารถสร้างงานได้มากถึง 2 ล้านคน และกระตุ้นสภาพเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้ภายใน 3 ปี พร้อมการันตีมาตราการนี้มีความคุ้มค่าในการลงทุนจะเร่งรัดงาน 3 ด้านคือยาเสพติด ปัญหาภาคใต้และการทุจริตคอรัปชั่น

(31พ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคำร้องการให้อำนาจกระทรวงคลังออกพระราชการกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ว่า ในขณะนี้รัฐบาลกำลังรอคำวินิจฉัยที่จะพออกมาในสัปดาห์หน้านี้ ซึ่งหากเมื่อมีคำวินิจฉัยออกมาว่ารัฐบาลออกพ.ร.ก.ดังกล่าวชอบด้วยรัฐบาลแล้ว รัฐบาลก็จะดำเนิการนำพ.ร.ก.ดังกล่าวเข้าสู่ความเห็นของจากสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิ ตนคาดว่ามีการขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้ ตั้งแต่วันที่ 15 - 23 มิ.ย. โดยจะเอาพ.ร.ก.และพ.ร.บ.การให้อำนาจแก่กระทรวงการคลังกู้เงิน และพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2553 เข้าสู่การพิจารณาของสภา ดังนั้นตนจึงขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภา

 "ที่จริงตัวพ.ร.ก.และพ.ร.บ.ที่มีการใช้คำว่ากู้เงิน จึงทำให้ทุกคนให้ความสนใจในเรื่องของการกู้เงิน ซึ่งความจริงแล้วนัยความสำคัญของพ.ร.ก.และพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ เป็นเรื่องที่รัฐบาลเตรียมจะนำเงินงบประมาณดังกล่าวนำไปลงทุนเพื่อประชาชนคนไทย และลงทุนเพื่อประเทศให้เกิดพความเข้มแข็ง รัฐบาลมีความพยายามที่จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกร ให้มีน้ำที่มีเพียง การพัฒนาระบบขนส่งระบบราง การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน(รถไฟฟ้า) และถนนในชนทบ  การพัฒนาการศึกษา สาธารณะสุข แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งเรื่องต่างๆ เหล่านี้จำเป๋นที่จะต้องได้รับการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพให้เพิ่มมากขึ้น

 นายกฯ กล่าวอีกว่า จากการอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ล่าสุดผลการสำรวจพบว่าระดับขีดความสามารถของประเทศดีขึ้นมาหนึ่งอันดับ และส่วนการบริหารจัดการของภาครัฐบาลก็ดีขึ้นมาก แต่สิ่งที่เราพบว่ายังเป็นจุดอ่อนของประเทศไทยอยู่ คือ เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นตนจึงมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งต่างๆ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่นี้มีความคุ้มค่าในการลงทุน

 "การลงทุนอย่างนี้จำเป็นที่จะต้องดำเนินการในช่วงที่ประเทศมีเศรษฐกิจที่ไม่ดี และการจัดเก็บรายได้ต่ำ ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถจัดหาเงินได้จากงบประมาณตามปกติได้ และวิธีการที่รัฐบาลดำเนินการอย่างนี้ คือ การออกพันธบัตร โดยไม่ได้ไปกู้เงินจากต่างชาติ ตรงนี้มีความมั่นใจหากเราสามารถเดินทางแนวทางวิธีอย่างนี้ ประกอบกับที่มีการเลือกโครงการที่มีความพร้อมในการดำเนินการเร็ว จะสามารถที่จะสร้างงานได้ไม่น้อยกว่า 1.5 - 2  ล้านคน ภายใน 3 ปีข้าง ซึ่งหากตามวิธีการนี้จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วขึ้น  และจะทำให้การจัดส่งรายได้กลับเข้าสู่รัฐได้เพิ่มมากขึ้น"

 นายกฯ กล่าวต่อว่า ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา มีจุดหนึ่งที่สามารถบอกได้ว่าประเทศยังมีศักยภาพในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศ คือ มีนักลงทุนจากอุตสาหกรรมยานยนต์จำนวน 2 ราย คือ ฟอร์ด และจีเอ็ม. ได้เข้าพบเพื่อขอความชัดเจนของรัฐบาลในการให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมดังกล่าว  ก่อนที่จะมีการขยายการลงทุนในประเทศไทย

จะเร่งรัดงาน3ด้านคือยาเสพติด ปัญหาภาคใต้และการทุจริตคอรัปชั่น

นายอภิสิทธิ์   กล่าวด้วยว่า ได้รับฟังเสียงสะท้อนการทำงานจากประชาชน ซึ่งมี 3 เรื่องที่รัฐบาล จะต้องเร่งรัด คือปัญหายาเสพติด สถานการณ์ภาคใต้ และการทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาล สำหรับปัญหาทุจริตคอรัปชั่น หากประชาชนมีเบาะแสสามารถร้องเรียนมาได้ทั้งที่
ตนเอง หรือหน่วยงานที่ไว้ใจ เพื่อที่รัฐบาลจะได้ตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส ตรงไปตรงมายืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะพิจารณาทุกโครงการด้วยความรอบคอบ รักษาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งได้ทำความเข้าใจกับรัฐมนตรีทุกกระทรวงแล้ว

ส่วนปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ความถี่ของเหตุการณ์จะลดลงแต่ยังไม่น่าพอใจ ซึ่งต้องไปดูการประสานงานของหน่วยงานต่างๆ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงไปในพื้นที่ เพื่อไปเร่งรัดหัวใจของการแก้ปัญหา คือการพัฒนา รวมทั้งรัฐบาลได้ปรับโครงสร้างกำลังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งทบทวนกฎหมายพิเศษ ที่เกี่ยวกับกฎหมายความมั่นคง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงปัญหาการรับจำนำพืชผล ซึ่งมีปัญหาซื้อแพงขายถูก จนรัฐบาลขาดทุนมาโดยตลอด ขณะที่มีผู้ได้ประโยชน์ในโครงการนี้ไม่มาก ว่า จะเปลี่ยนมาใช้ระบบประกันราคาสินค้าแทน โดยให้เกษตรกรจดทะเบียนกับรัฐบาลตั้งแต่ต้นฤดูกาล จากนั้น
จะกำหนดราคาประกัน หากผลผลิตขายได้ต่ำกว่าราคา รัฐบาลจะเข้าไปชดเชยให้ ซึ่งวิธีนี้ประโยชน์จะได้กับเกษตรกรอย่างทั่วถึง ซึ่งดีกว่าใช้ระบบโควตาแบบรับจำนำแบบที่ใช้อยู่ทั้งยังไม่เป็นภาระกับรัฐบาลในการเก็บสต็อกสินค้าด้วย โดยจะเริ่มกับมันสำปะหลังเป็น
อันดับแรก