
'นานาชาติ'ปลดหนี้ให้'พม่า'6พันล.
'นานาชาติ' ตกลงปลดหนี้ให้พม่าเกือบ 6,000 ล้านดอลลาร์
28 ม.ค. 56 รัฐบาลพม่าแถลงวันนี้ว่า รัฐบาลสามารถบรรลุข้อตกลงกับบรรดาเจ้าหนี้ต่างชาติรวม 19 ชาติ ภายใต้ชื่อกลุ่มปารีส คลับว่า ปารีส คลับจะปลดหนี้ให้กับพม่ารวมเกือบ 6,000 ล้านดอลลาร์ หรือครึ่งหนึ่งของหนี้ที่ค้างชำระ ซึ่งเป็นอีกความคืบหน้าสำคัญของความพยายามปฏิรูปในพม่า และการยอมรับจากนานาชาติ
กลุ่มปารีส คลับ ได้ข้อสรุปปลดหนี้แก่พม่าในการประชุมที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสเมื่อวันศุกร์ โดยในการปลดหนี้ครึ่งแรก ญี่ปุ่นจะยกหนี้ให้พม่ามากถึงกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ และอีกหลายชาติจะทยอยประกาศตัวเลขที่แน่ชัด ส่วนหนี้อีกครึ่งที่เหลือจะมีการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ในอีก 15 ปีข้างหน้า
นายวิน เส่ง รัฐมนตรีคลังของพม่า กล่าวว่า ข้อตกลงนี้นับเป็นการเริ่มต้นของศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับปารีส คลับ และรัฐบาลจะใช้เงินที่ได้รับยกเว้นหนี้สินในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาความยากจน
นอกจากข่าวดีดังกล่าวแล้ว ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ เอดีบี และธนาคารโลก อนุมัติเงินกู้รอบใหม่ให้กับพม่าด้วย เพื่อนำไปพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเอดีบี อนุมัติเงินกู้รอบใหม่ให้กับพม่า 512 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15,328 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปล่อยกู้แก่พม่าครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี และธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้อีก 440 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 13,173 ล้านบาท เพื่อให้พม่านำไปชำระคืนให้กับธนาคารญี่ปุ่นเพื่อการร่วมมือระหว่างประเทศ ที่ช่วยจัดสรรเงินกู้ให้พม่านำไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ก่อนหน้านี้
แอนเน็ตต์ ดิกซัน ผู้อำนวยการประจำประเทศพม่าของธนาคารโลก บอกว่า พม่าก้าวมาไกลมากในด้านการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะคนจนและผู้ด้อยโอกาส แต่ก็ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ และธนาคารโลกจะช่วยเหลือรัฐบาลพม่าในการเร่งลดจำนวนคนยากจน และสร้างความเจริญก้าวหน้าในพม่า และการร่วมมือกันระหว่างธนาคารโลกเอดีบี รัฐบาลญี่ปุ่นและอีกหลายชาติ จะช่วยดึงดูดความสนใจในการลงทุนไปที่พม่า ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างงานเพิ่มขึ้นด้วย
พม่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติ อย่างก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งเป็นประเทศกสิกรรม ที่มีแรงงานราคาถูก ทำให้น่าสนใจในการลงทุน ซึ่งทางเวิลด์แบงค์คาดว่า เศรษฐกิจของพม่าในช่วงปีงบประมาณ 2555-2556 จะเติบโตได้ถึง 6.3 เปอร์เซ็นต์ จาก 5.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีก่อน
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เห็นว่า การที่พม่าจะสามารถเติบโตได้ตามศักยภาพนั้น ต้องเพิ่มการลงทุนในภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ ที่ทางเอดีบี ตั้งใจจะช่วยสร้างปัจจัยพื้นฐานต่างๆ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งการสร้างถนน การผลิตพลังงาน รวมทั้งส่งเสริมการศึกษา และการลงทุนในภาคอื่นๆ ด้วย
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



