ข่าว

'สดร.'แจงดวงอาทิตย์พ่นมวลโคโรนา

'สดร.'แจงดวงอาทิตย์พ่นมวลโคโรนา

28 ม.ค. 2556

'ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์' เตือนปชช.อย่าตื่นตระหนกอันตรายจากเหตุดวงอาทิตย์พ่นมวลโคโรนาใส่โลก ยันไม่กระทบสิ่งมีชีวิต ชี้เป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

                      28 ม.ค.56 รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยว่า ข่าวการปลดปล่อยมวลของดวงอาทิตย์ที่เผยแพร่โดยองค์การนาซ่าซึ่งมีการเผยแพร่ภาพภาพและคลิปวีดีโอขณะเกิดการพ่นมวลขนาดใหญ่ออกมาจากพื้นผิวดวงอาทิตย์ เมื่อคืนวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าทิศทางของประจุไฟฟ้าพลังงานสูงดังกล่าวพุ่งมายังโลกมีความเร็วประมาณ 375 ไมล์ต่อวินาที คาดว่าอีกประมาณ 3 วัน กลุ่มประจุไฟฟ้าพลังงานสูงจะเดินทางมาถึงโลก สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนที่ทราบข่าวไปทั่วโลก

                      รศ.บุญรักษา ยืนยันว่า พายุสุริยะไม่สามารถทำอันตรายแก่สิ่งมีชีวิตและสิ่งปลูกสร้างบนโลกได้ เนื่องจากโลกของเรามีสนามแม่เหล็กเป็นเกราะป้องกัน เมื่อประจุไฟฟ้าพลังงานสูงหรือพลาสมานั้นเดินทางมาถึงโลกมันจะเคลื่อนตัวไปตามแนวเส้นแรงของสนามแม่เหล็กโลกแล้วพุ่งไปยังชั้นบรรยากาศของโลกและอนุภาคเหล่านี้จะชนกับอะตอมของแก๊สในชั้นบรรยากาศอะตอมของแก๊สต่างๆ ก็เกิดการแตกตัวและเปล่งแสงสีสันสวยงามให้เราเห็น นั่นคือ แสงออโรรา (Aurora) หรือแสงเหนือ-ใต้ ที่เรารู้จัก แต่ระยะเวลาในการเกิดอาจจะยาวนานกว่าปกติที่เคยเห็น และประจุเหล่านี้ก็จะมีพลังงานอ่อนลงเรื่อยๆ แสงออโรราก็จะจางลงเรื่อย จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติเท่านั้น

                      ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น สดร. เตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกอันตรายจากการปลดปล่อยมวลของดวงอาทิตย์ (Coronal Mass Ejection : CME) เนื่องจากโลกของเรามีสนามแม่เหล็กเป็นเกราะป้องกัน ยืนยันว่าพายุสุริยะไม่สามารถทำอันตรายแก่สิ่งมีชีวิตและสิ่งปลูกสร้างบนโลกได้ แต่อาจมีผลกระทบเพียงระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบการสื่อสาร จีพีเอส เทคโนโลยีดาวเทียมบ้างเล็กน้อยเท่านั้น

                      ทั้งนี้การพ่นมวลของดวงอาทิตย์นั้นเรียกว่าการปลดปล่อยมวลของดวงอาทิตย์ (Coronal Mass Ejection) โดยปกติแล้วปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้วบนดวงอาทิตย์ นอกจากปรากฏการณ์การปลดปล่อยมวลที่กล่าวไปแล้วนั้นยังมีปรากฏการณ์อื่น ซึ่งปรากฏการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้นต่างเกี่ยวเนื่องกันและสามารถอธิบายได้ด้วยหลักการวิทยาศาสตร์

 

 -------------------------------

 

(ภาพ : จากแฟ้มข่าว)