
ญี่ปุ่นจะรอดต้องฟื้นสัมพันธ์จีนและสลัดสหรัฐออกจากหลัง
ญี่ปุ่นจะรอดต้องฟื้นสัมพันธ์จีนและสลัดสหรัฐออกจากหลัง : หน้าต่างอาเซียน โดยทนง ขันทอง
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายนัตซูโอะ นามากูชิ ผู้นำพรรคนิว โกเมอิโตะ ซึ่งเป็นพรรคร่วมผสมรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ไปเยือนจีนในฐานะทูตพิเศษ เพื่อพูดคุยและพยายามลดความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศ ปรากฏว่านายนามากูชิได้มีโอกาสพบกับนายสี จิ้นผิง ผู้นำจีนอีกด้วย
การเยือนจีนของมือวางซามูไรที่ไม่มีอันดับครั้งนี้ ถือได้ว่า ญี่ปุ่นยังคงสงวนท่าที และความสัมพันธ์กับจีนยังคงมีความตึงเครียดกันอยู่ในระดับสูง
ระหว่างเดือนมกราคมนี้เดือนเดียว ผู้นำญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ ได้ไปเยือนเวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย ส่วนรองนายกฯและรมว.คลังนายทาโร อาโซ ได้ไปเยือนพม่า และรมว.ต่างประเทศฟูมิโอะ กิซิดะ ได้ไปเยือนสิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ ทั้งความมั่นคงและเศรษฐกิจกับประเทศในภูมิภาคนี้
ถ้าพิเคราะห์ให้ดี จะเห็นได้ว่า ญี่ปุ่นกำลังดำเนินนโยบายปิดล้อมจีน ตามหมากที่สหรัฐอเมริกาได้วางไว้ พูดง่ายๆ ญี่ปุ่นทำตัวเป็นนอมินีให้สหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังสกัดกั้นไม่ให้จีนผงาดเป็นผู้นำโลก ญี่ปุ่นเน้นย้ำกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางยุทธศาสตร์หลักสี่ประเทศในภูมิภาคนี้ คือ เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
หนังสือพิมพ์จีน ไชน่า เดลี่ ถึงกับพาดหัวข่าวในบทบรรณาธิการว่า ญี่ปุ่นเป็นภัยอันตรายต่อโลก โดยระบุว่า ญี่ปุ่นกำลังโดนเสี้ยมโดยสหรัฐอเมริกาเพื่อปิดล้อมจีน โดยยกเรื่องข้อพิพาทหมู่เกาะเซนกากุ หรือเตียวหยู และเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนออกจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่หนักหน่วง
ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นกำลังเข้าจุดต่ำสุด หลังจากที่มีการประท้วงธุรกิจญี่ปุ่นที่ลงทุนในจีน สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งในการครอบครองหมู่เกาะดังกล่าว ความตึงเครียดได้เพิ่มขึ้นตามลำดับ หลังจากมีการยกกองเรือรบและเครื่องบินรบมาเฉียดฉิวกันเพื่อหยั่งเชิง
นายอาเบะได้ประกาศว่า จะเพิ่มงบการทหารอย่างมียนัยสำคัญ มีความเสี่ยงที่ภูมิภาคนี้จะเกิดการปะทะทางทหารขึ้น ถ้าหากว่าประเทศต่างๆ ในเอเชียไม่สามารถจะสลัดอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาจากนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของตนเองได้
เพราะมวยคู่หลักคือสหรัฐอเมริกาและจีน
เพราะสหรัฐอเมริกากำลังเพลี่ยงพล้ำทางเศรษฐกิจ มีหนี้สินล้นพ้นที่ไม่สามารถจะชำระคืนได้ นอกจากการพิมพ์เงินที่ไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งจะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่ร้ายแรงทั่วโลกและการทำลายค่าเงินดอลลาร์ไปในตัว
ถ้าสถานการณ์ดำเนินไปตามวิถีปกติ จีนจะผงาดแทนสหรัฐอเมริกา ด้วยการลอยค่าเงินหยวน เพื่อที่จะมาแข่งรัศมีในฐานะเงินสกุลหลักของโลกเทียบคู่ดอลลาร์ที่กำลังจะไร้ค่า
โดยสหรัฐอเมริกากำลังเสี้ยมญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไทย และพม่า ให้มีความขัดแย้งกับจีน โดยให้เหตุผลว่า หลังจากประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจ
จีนกำลังจะแผ่อำนาจมาคุกคามอำนาจอธิปไตยในภูมิภาคเอเชียนี้
ปรากฏว่าแทบทุกประเทศเต้นตามเกมนี้ สร้างความหวาดระแวงในภูมิภาคนี้เพิ่มมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะปะทะกัน ต้องเข้าใจว่าญี่ปุ่นไม่อยู่ในฐานะที่จะต่อกรอะไรกับจีนได้ เพราะว่าเศรษฐกิจมีปัญหาหนักหน่วงมาก เข้าขั้นล้มละลาย
ความสามารถในการแข่งขันลดถอยมานาน ปีที่แล้วขาดดุลการค้า 78,000 ล้านดอลลาร์ หนี้ภาครัฐอยู่ที่ 12 ล้านล้านกว่าดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 230% ต่อจีดีพี เศรษฐกิจซบเซามาร่วม 20 กว่าปีแล้ว จีนเป็นคู่ค้าใหญ่สุดของญี่ปุ่น ส่งออกอาหารให้ญี่ปุ่นซึ่งผลิตไม่พอการบริโภค
ถ้าจีนบีบญี่ปุ่นด้วยการไม่ค้าขายด้วย ไม่ขายอาหารให้ญี่ปุ่นจะลำบากหนักขึ้นไปอีก การที่ญี่ปุ่นหวังจะพึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาช่วยถ่วงดุลจีนหรือเป็นแหล่งการผลิตแหล่งอาหารและพันธมิตรทางความมั่นคง อาจจะช่วยประคองญี่ปุ่นไปได้ระยะสั้นๆ เท่านั้น เพราะเอกภาพในภูมิภาคนี้ยังคงเป็นเรื่องไม่แน่นอนสูง ทางรอดทางเดียวของญี่ปุ่นคือ ต้องสลัดสหรัฐอเมริกาที่ครอบงำญี่ปุ่นตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในฐานะผู้ชนะสงครามออกจากหลังให้ได้ แล้วรื้อฟื้นสัมพันธ์ใหม่กับจีน มิฉะนั้นแล้วญี่ปุ่นจะไปไม่รอด
หลังจากนั้นภูมิภาคเอเชียจะมีการปรับตัวเข้าหากัน ลดการเผชิญหน้า เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเอเชียที่แท้จริง



