
ฉุน'ตัดราคา'เสี่ยคาร์แคร์ดวลปืนดับ
ฉุน'ตัดราคา' เสี่ยคาร์แคร์..ดวลปืนดับ : ตะลุยข่าว โดยอัจฉรา วิเศษศรี
ธุรกิจเปิดร้านประดับยนต์กำลังเป็นที่จับตามอง และได้รับความสนใจของนักธุรกิจหน้าใหม่เป็นอย่างมาก หลังยอดขายรถยนต์ในโครงการรถคันแรกของรัฐบาลพุ่งทะลุทะลวง ทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่อยู่ในโครงการขายดิบขายดี คนซื้อรถส่วนใหญ่มักจะเลือกซื้อในรุ่นที่ราคาไม่สูง แล้วก็นำมาตกแต่งเองตามร้านประดับยนต์ที่มีอยู่ทั่วไป ธุรกิจประดับยนต์ ซึ่งรวมไปถึงการติดตั้งเครื่องเสียง ปรับเบาะ เปลี่ยนแมกซ์ และอื่นๆ ล้วนมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น มีลูกค้าเนืองแน่นไปตามๆ กัน ยิ่งร้านไหนทำแล้วดัง แถมยังคิดตังค์ถูกอีก ร้านนั้นก็จะได้ใจลูกค้า มีการบอกกันปากต่อปาก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของงานบริการ การค้าขาย หากแต่ว่าการแข่งขัน ผู้ค้าไม่ใช้อารมณ์ เข้ามาเป็นเครื่องตัดสินคงจะไม่เกิดโศกนาฏกรรมเหมือนเช่นเรื่องนี้
ค่ำคืนวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา พ.ต.ท.รันทร ศิริพลพรม พนักงานสอบสวน สภ.ปลวกแดง รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยปลวกแดงว่า มีเหตุยิงกันและมีผู้เสียชีวิต หน้าร้าน 533 ประดับยนต์ตรงข้ามหมู่บ้านอีสเทิร์น วัลเล่ย์ หมู่ 2 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง มีผู้เสียชีวิต 1 คน และอีก 1 คนเสียชีวิตที่ รพ.ปลวกแดง ขอให้รีบไปชันสูตรพลิกศพ พ.ต.ท.รันทร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประกาศ พงษ์พานิช ผกก.สภ.ปลวกแดง พ.ต.ท.พิชิต พื้นแสน สวป.ปฏิบัติหน้าที่ สว.กก.สส.ภ.จว.ระยอง รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. 13 ปลอก พบผู้เสียชีวิตชื่อ นายวิฑูรย์ หนุนดี เจ้าของร้านสะพานสี่ประดับยนต์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 2 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ถูกยิงที่ศีรษะ และลำตัว 8 นัด พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 20 ปลอก และปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. 2 ปลอก ส่วนที่ รพ.ปลวกแดง มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตอีกคน ทราบชื่อ นายวัฒนา ตุ้มวิจิตร อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 218 หมู่ 2 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ กระสุนเข้าที่แขนซ้าย ทะลุซี่โครง ตัดขั้วหัวใจ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวิฑูรย์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านสะพานสี่ประดับยนต์ บอกว่าจะไปปรับความเข้าใจกับนายสมศักดิ์ เจียรสถิต เจ้าของร้าน 533 ประดับยนต์ ซึ่งมาเปิดร้านได้ประมาณ 1 ปี แต่อยู่ห่างกันประมาณ 5 กม. อยากจะไปพูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจที่ทำเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งเครื่องเสียง ติดอุปกรณ์ต่างๆ ในรถยนต์ ซึ่งมีข้อมูลจากลูกค้า และคนรอบข้างมักจะมาบอกว่า อีกฝ่ายทำถูกกว่า ทำได้ดังกว่า มีการแย่งลูกค้า และตัดราคา จึงอยากจะไปสอบถามความจริง และต้องการปรับความเข้าใจ เพื่อให้สามารถทำมาหากินในธุรกิจเดียวกัน และอยู่ในพื้นที่เดียวกันได้ จึงชักชวน นายวัฒนา ตุ้มวิจิตร นายคงเดช กลิ่นดอกแก้ว และนายผจญ เสาศิริ ให้ไปเป็นเพื่อน โดยขึ้นรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ขับไปถึงร้าน 533 ประดับยนต์ เมื่อไปถึงก็จอดรถไว้ที่ด้านข้างร้าน นายวิฑูรย์ ลงจากรถและเดินไปที่หน้าร้านเพื่อนที่นั่งมาด้วยอีก 3 คน ยืนรออยู่ที่ข้างรถ
เมื่อนายวิฑูรย์ และนายสมศักดิ์ เจอหน้ากัน ทั้งสองก็โต้เถียง ต่อว่ากันและกัน ประเด็นหลักที่ต่างก็เถียงกันอย่างไม่ลดละ คือเรื่องการทำงาน เกทับกันเรื่องงานติดตั้งเครื่องเสียง ต่างก็จะให้อีกฝ่ายยอม แต่ก็ไม่มีใครยอมใคร จนเกิดบันดาลโทสะด้วยกันทั้งสองฝ่าย นายวัฒนาที่ไปกับนายวิฑูรย์ เห็นท่าไม่ดี จึงเดินเข้าไปห้ามให้หยุดโต้เถียง เพราะเกรงจะเกิดเรื่องใหญ่ แต่ไม่ทันได้ระวังตัวก็มีเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันหลายนัด กระสุนถูกนายวิฑูรย์ล้มลงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วนนายวัฒนาซึ่งอยู่ใกล้นายวิฑูรย์พลอยถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตที่ รพ.ปลวกแดง นายคงเดช กับนายผจญ เห็นเหตุการณ์ไม่สู้ดี จึงวิ่งหนีเอาตัวรอด ส่วนนายสมศักดิ์ก็หลบหนีไปเช่นกัน
พ.ต.อ.ประกาศ สอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตาย ให้การว่า วันเกิดเหตุไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพียงแต่นายวิฑูรย์ เจ้าของร้านสะพานสี่ประดับยนต์ ชวนนั่งรถมาเป็นเพื่อนและยืนรออยู่หน้าร้าน ได้ยินเสียงทั้งสองคนโต้เถียงกัน สักพักก็ได้ยินเสียงปืน จึงพากันวิ่งหนี ส่วนนายสมศักดิ์ที่หลบหนีไป ได้ให้ญาติติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังรอการเข้ามอบตัวตามคำบอกเล่าจากญาติ แต่ถ้ายังไม่เข้ามามอบตัวภายในวันสองวันก็จะขอหมายจับต่อศาลจังหวัดระยองต่อไป ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นยังไม่พบ อยู่ระหว่างการติดตามของเจ้าหน้าที่ และสาเหตุเบื้องต้นก็น่าจะเกิดจากการขัดแย้งส่วนตัว
....................
(หมายเหตุ : ฉุน'ตัดราคา' เสี่ยคาร์แคร์..ดวลปืนดับ : ตะลุยข่าว โดยอัจฉรา วิเศษศรี)



