
โจรไฮเทค..ฉกเงินตู้เอทีเอ็ม
โจรไฮเทค..ฉกเงินตู้เอทีเอ็ม : ตะลุยข่าว โดยสุวรรณี บัณฑิศักดิ์
"มิจฉาชีพ" มักก้าวล้ำตำรวจอยู่หนึ่งก้าวเสมอ ล่าสุดเกิดเหตุชิงทรัพย์ภายในตู้เอทีเอ็มของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้หัวตัดแก๊สตัดเหล็กดัดประตูด้านหลังของสำนักงาน ธ.ก.ส. สาขาท่าชนะ ก่อนจะเข้าไปตัดระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบไอทีทั้งหมด จากนั้นใช้หัวตัดแก๊สตัดช่องบรรจุธนบัตรในตู้เอทีเอ็มจากด้านในกวาดเงินไปกว่า 7 แสนบาท เมื่อช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา กว่าพนักงานจะกลับมาทำงานและแจ้งให้ตำรวจทราบ คนร้ายก็ลอยนวลไปนานแล้ว
ล่วงเลยมาเกือบ 1 เดือน ตำรวจก็ยังไม่สามารถที่จะติดตามจับกุมคนร้ายได้ เหตุการณ์ครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าชนะ ได้รับแจ้งเหตุในช่วง 7 โมงเช้าของวันที่ 2 มกราคม พ.ต.อ.ชินวัฒน์ เปรมสง่า ผกก.สภ.ท่าชนะ รีบรายงานไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ก่อนนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 8 ไปเก็บร่องรอยและลายนิ้วมือของคนร้าย
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 2 คูหา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงาน ธ.ก.ส.สาขาท่าชนะ บริเวณประตูด้านหลังมีร่องรอยการใช้หัวตัดแก๊สตัดเหล็กดัดเข้าไปตัดระบบกล้องวงจรปิดและสัญญาณระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งหมด ก่อนลงมือใช้หัวตัดแก๊สตัดเหล็กกล่องบรรจุธนบัตร ซึ่งมีจำนวน 4 กล่องไป บริเวณจุดที่ตั้งตู้เอทีเอ็มแล้ว โดยข้างในบรรจุธนบัตรในช่วง 4 วันที่หยุดราชการจำนวน 2 ล้านบาท ลูกค้าใช้บริการกดไปแล้วประมาณ 1.3 ล้านบาท
จากการตรวจสอบจากสำนักงานใหญ่ ธ.ก.ส.ระบุว่า เงินที่หายไปกว่า 7 แสนบาท ซึ่งยอดล่าสุดที่ตรวจสอบได้ถูกลูกค้ากดไปเมื่อช่วงเวลาก่อน 22.00 น. วันที่ 30 ธันวาคม ส่วนสภาพของบริเวณตู้ เอทีเอ็มด้านในมีรอยไหม้จากการใช้หัวแก๊สตัดและพบเสื้อพนักงานที่ตำรวจสันนิษฐานว่าใช้สำหรับปกปิดร่องรอยลายนิ้วมือและยังพบถุงมือยางตกอยู่ 1 คู่ และพบรอยรองเท้าพร้อมรองเท้าผ้าใบตกอยู่ 1 ข้าง
ต่อมาเวลาประมาณ 10 โมงเช้า วันที่ 2 มกราคม เจ้าหน้าที่ตำรวจพบกล่องบรรจุธนบัตรเปล่า 3 กล่อง ทิ้งไว้ในสวนปาล์มของชาวบ้าน อยู่ด้านหลังสำนักงาน ธ.ก.ส. ส่วนอีก 1 กล่อง หายไปและพบร่องรอยการเดินของคนร้ายหลายจุด ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บไว้และคาดว่ากล่องที่หายไปเป็นกล่องที่มีธนบัตรจำนวนมาก คนร้ายอาจจะงัดไม่ออกจึงนำไปด้วย
พ.ต.อ.ชินวัฒน์ ถึงกับเปรยว่า ลักษณะพฤติกรรมของคนร้ายน่าจะเป็นแก๊งที่มีความชำนาญเรื่องเทคโนโลยีเป็นอย่างดี เพราะก่อนที่จะงัดตู้เอทีเอ็มได้ตัดระบบวงจรปิดทั้งหมดก่อนลงมือ และไม่ใช่คนในพื้นที่แน่นอน
สอดคล้องกับการสันนิษฐานของ พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า คนร้ายมีความชำนาญเรื่องเทคโนโลยีเป็นอย่างดี และเชื่อว่าคนในน่าจะมีส่วนรู้เห็น ที่อาจเป็นไปได้ว่าคนในอาจจะให้ข้อมูลหรือชักชวนคนภายนอกที่มีความชำนาญมาร่วมก่อเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น จากการตรวจสอบหลายจุดพบว่า สภาพด้านหลังของธนาคารค่อนข้างจะเปราะบาง ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ประกอบกับเป็นช่วงวันหยุดยาวจึงไม่มีใครสนใจมากนัก ทั้งนี้ บริเวณด้านหน้าสำนักงานเป็นปกติทุกอย่าง เพียงแต่ตู้เอทีเอ็มใช้การไม่ได้เท่านั้น
ด้วยความที่เป็นคดีสำคัญอีกคดีหนึ่ง พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา (สบ10) ได้ติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงนักท่องเที่ยวที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากรับทราบเหตุการณ์ก็ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ตรงมาที่ สภ.ท่าชนะ เพื่อรับฟังรายงานและติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมกับให้กำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ และเชื่อมั่นการทำงานของตำรวจในพื้นที่ว่ามีฝีมือ
ภายหลังจากเกิดเหตุใหม่ๆ ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งมือกันทำงานอย่างหนักขึ้น เปรียบเสมือนการตีเหล็กกำลังร้อน หวังว่าจะได้ตัวคนร้ายอย่างแน่นอน แต่ยิ่งทำงานเท่าไหร่ก็เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทร เพราะพยานหลักฐานไม่ชัดเจน แม้จะสอบปากคำพนักงานใน ธ.ก.ส.สาขาท่าชนะ ครบทุกปากแล้วก็ตาม เพราะหลักฐานทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างไม่สามารถที่จะกู้กลับคืนมาได้
ทุกวันนี้ แม้การเปิดให้บริการของ ธ.ก.ส.สาขาท่าชนะเป็นปกติตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา มีลูกค้าใช้บริการไม่เปลี่ยนแปลง แต่เชื่อได้ว่า ยังมีคนสอบถามถึงความคืบหน้าของเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะยังค้างคาใจอยู่ หากตำรวจยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ ทั้งนี้ ก็ต้องรอลุ้นทำงานของตำรวจสุราษฎร์ธานีว่า เป็นไปตามคำกล่าวชื่นชมของ พล.ต.อ.รชต หรือไม่.. ต้องรอดูกันต่อไป!!
....................
(หมายเหตุ : โจรไฮเทค..ฉกเงินตู้เอทีเอ็ม : ตะลุยข่าว โดยสุวรรณี บัณฑิศักดิ์)



