ข่าว

คลี่ปมปริศนา : ฆ่าเผา...นักข่าวสาว

คลี่ปมปริศนา : ฆ่าเผา...นักข่าวสาว

27 ม.ค. 2556

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : 'โทรศัพท์'สืบจับคนร้าย ฆ่าเผา..นักข่าวสาวเคเบิลทีวี : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

                          ความไว้วางใจชายหนุ่ม เพราะเป็นเพื่อนเก่ามาตั้งแต่สมัยเรียน ว่าจะสามารถดูแลปกป้องให้รอดพ้นจากการถูกปองร้าย กลับกลายเป็นจุดอ่อนให้นักข่าวสาวของสถานีโทรทัศน์เคเบิลท้องถิ่นใน จ.นครปฐม ต้องจบชีวิตอย่างเหี้ยมโหด!!

                          คดีสะเทือนขวัญดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 6 ต่อเนื่องวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 ภายในห้องเช่าเลขที่ 71/169 หมู่ 3 ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม กลิ่นไหม้และควันจางๆ ตะลบอบอวลทั่วห้อง ประตูทางเข้าห้องพักมีร่องรอยถูกทุบจนลูกบิดประตูพัง อีกทั้งหน้าต่างบานเกล็ดแตกเป็นรูโหว่ ภายในห้องพบศพ น.ส.ณิชมน นิ่มเดช หรือ "รถตู้" อายุ 23 ปี ผู้สื่อข่าวสังกัดโทรทัศน์เคเบิลทีวีชื่อดังในจังหวัด นอนหงายอยู่บนโซฟา ถูกห่อด้วยผ้าห่ม ใบหน้ามีผ้าห่มและหมอนปิดทับ ถูกไฟไหม้ร่างกายบางส่วน คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้หมอนกดทับใบหน้าจนขาดอากาศหายใจจนผู้ตายแน่นิ่งแล้วจึงจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดี

                          ผู้พักอาศัยใกล้กับห้องผู้ตายรายหนึ่ง ให้เบาะแสว่า ปกติจะมีเพื่อนชายและหญิงเข้ามาหาผู้ตายที่ห้องพักหลายคน ช่วงบ่ายวันเกิดเหตุผู้ตายไม่ได้ไปทำงาน และมีชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาพบ แต่ก็ไม่ได้สนใจและไม่ทราบว่าทั้ง 2 คนออกจากห้องพักผู้ตายไปช่วงเวลาใด กระทั่งกลางดึกได้กลิ่นควันไฟคละคลุ้ง จึงเรียกผู้พักอาศัยอยู่ในห้องเช่า แต่พบว่าห้องถูกล็อกจากด้านใน จึงทุบลูกบิดประตูและกระจกบานเกล็ดแล้วช่วยกันนำน้ำมาดับไฟ

                          จากเบาะแสดังกล่าวตำรวจได้ขยายผลไปยังเพื่อนชายคนสนิทของผู้ตาย ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ที่วัดห้วยจระเข้ ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุเพียงวันเดียวผู้ตายโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่า ถูกข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย หากไม่เลิกติดต่อกับนายเอ็ม พนักงานฝ่ายช่างเคเบิลทีวีที่ผู้ตายทำงานอยู่

                          นายเอ็ม จึงถูกเชิญตัวมาสอบสวน นายเอ็มยอมรับว่าเคยคบหากับผู้ตายและเพิ่งเลิกรากันมาได้ 1 เดือน เพราะภรรยาจับได้ คืนเกิดเหตุไปทำงานที่ อ.สามพราน ซึ่งนายเอ็มมีพยานยืนยันที่อยู่ชัดเจน ตำรวจจึงต้องปล่อยตัวไป

                          ความหวังในการติดตามคนร้ายเริ่มริบหรี่ เหลือเพียงโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นกาแล็คซี่มินิ สีดำ และสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง ของผู้ตายที่หายไป อาจเป็นเบาะแสสำคัญที่จะช่วยแกะรอยคนร้าย ตำรวจได้ตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์มือถือพบว่า ครั้งหลังสุดผู้ตายได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของนายวีรพงษ์ หรือป้อ เสถียรวีระภาพ

                          จากการติดตามพบว่า โทรศัพท์เครื่องนี้ถูกนำไปขายที่ร้านโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง และทราบว่า นายวีรพงษ์เป็นผู้นำมาขายให้ในราคา 2,000 บาท ส่วนสร้อยคอทองคำ นายวีรพงษ์นำมาขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งในราคา 5,000 บาท จึงเชื่อว่านายวีรพงษ์ต้องมีส่วนรู้เห็นกับการตายของ น.ส.ณิชมล อย่างแน่นอน จึงติดตามตัวนายวีรพงษ์ ที่บ้านพัก แต่ไม่พบตัว สุดท้ายถูกจับกุมได้ที่สถานีรถไฟราชบุรี ขณะหลบหนีขึ้นรถไฟสายใต้ขบวนกรุงเทพ-ยะลา

                          "เป็นเพื่อนสนิทของตู้มาตั้งแต่เรียนชั้นประถม เช้าวันเกิดเหตุเขาโทรมาให้ซื้อข้าวไปให้ และให้ไปอยู่เป็นเพื่อน เพราะกลัวอดีตเพื่อนร่วมงานจะมาดักทำร้าย จึงไปหา จากนั้นก็นอนเล่นดูทีวีกันอยู่ในห้อง กระทั่งตู้หลับไป ผมไม่ได้หลับ ยังนั่งดูทีวีอยู่ กระทั่งประมาณบ่ายสองผมรู้สึกมีอารมณ์ทางเพศ อยากมีอะไรกับตู้ จึงเดินเข้าห้องน้ำวางแผนว่าจะทำอย่างไรดี กลับออกมาอีกทีจึงตัดสายไฟเตารีดเตรียมไว้ คิดว่าหากเขาไม่ยอมจะใช้สายเตารีดรัดคอ" นายวีรพงษ์ สารภาพหลังถูกจับกุม

                          พร้อมกับเล่าย้อนนาทีลงมือฆ่าเพื่อนสาวคนสนิทว่า ได้เดินไปที่เตียงเพื่อจะร่วมเพศกับเพื่อนสาว แต่เพื่อนตื่นขึ้นมาพอดีและไม่ยินยอมพร้อมกับด่าทอ จึงใช้สายเตารีดที่เตรียมไว้รัดคอผู้ตายจนแน่นิ่ง ขณะกำลังจะข่มขืนเพื่อนก็ฟื้นขึ้นมาอีก จึงใช้สายเตารีดรัดคอซ้ำจนเสียชีวิต แล้วรีบหยิบโทรศัพท์มือถือและถอดสร้อยคอทองคำของผู้ตายออกจากห้องไป โดยใช้กุญแจสายยูคล้องประตูไว้ แล้วนำโทรศัพท์และสร้อยคอทองคำไปขาย จากนั้นไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่ร้านเกม นึกได้ว่า ลืมสายเตารีดที่ใช้รัดคอไว้ในที่เกิดเหตุ อีกทั้งยังไม่ได้ปิดทีวีด้วย จึงชวนเพื่อนที่รู้จักที่ร้านเกมกลับไปที่ห้องผู้ตายอีกครั้ง เพื่อทำลายหลักฐาน และเผาอำพรางคดี หวังให้ตำรวจเชื่อว่าผู้ตายเสียชีวิตเพราะถูกเพลิงไหม้!!

 

 

---------------------

(คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : 'โทรศัพท์'สืบจับคนร้าย ฆ่าเผา..นักข่าวสาวเคเบิลทีวี : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)