
อุบลฯเปิดภาพ'การเมืองปรองดอง'
'ชิดชัย วรรณสถิตย์' อดีตรองนายกฯ ดึงแกนนำกลุ่มการเมืองระดับชาติจากทุกพรรค เร่งผลักดันพัฒนาจังหวัด ผู้ว่าฯชี้เป็นจังหวัดแรกที่เคยพบเห็น
ที่ห้องประชุมศูนย์แสดงและจำหน่ายหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี (อบจ.) วันที่ 26 ม.ค. เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อพัฒนาอุบลราชธานี ได้เป็นประธานเปิดการประชุมรวมใจเป็นหนึ่ง เพื่อพัฒนาอุบลราชธานี ซึ่งทางมูลนิธิฯ ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีกลางในการระดมความคิดเห็นของจากทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนักการเมืองที่เป็น ส.ส. และอดีต ส.ส. ผู้บริหารท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ตัวแทนปราชญ์ชาวบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาชน กว่า 500 คน เข้าร่วมการประชุม
ในการจัดประชุมครั้งนี้มีแกนนำสำคัญของพรรคการเมืองในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกันอาทิ ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ มีนายสุทัศน์ เงินหมื่น นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและอดีตรองหัวหน้าพรรค รวมทั้ง ดร.ศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.พรรคประชาสัมพันธ์และกรรมการบริหารพรรค ส่วนตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา ได้แก่ นายตุ่น จินตเวช ส.ส.อุบลราชธานี ตัวแทนพรรคเพื่อแผ่นดิน มีนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรค และพรรคเพื่อไทยมีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี อดีต รมช.มหาดไทย และอดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย
นายสุทัศน์ กล่าวเรียกร้องให้นักการเมืองได้ปล่อยวางความคิดทางการเมือง คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ทางการเมือง แล้วมาร่วมมือกันทำงานจะทำให้การพัฒนาจังหวัดฯ เจริญก้าวหน้าที่รวดเร็วขึ้น
นายสิทธิชัย กล่าวว่า การเมืองภายในต้องนิ่ง หากการเมืองนิ่งงบประมาณเพื่อพัฒนาจะตามมา โดยที่ผ่านมามีงบประมาณลงพื้นที่จังหวัดฯ หลายหมื่นล้านบาท แต่ไม่มีผลการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม
นายสุพล กล่าวว่า เดิมนั้นเข้าใจว่าฝ่ายการเมืองจะเป็นหลักในการพัฒนาที่จะผลักดันงบประมาณเพื่อพัฒนาแต่สภาพความเป็นจริงปัจจุบัน การเมืองกลับกลายเป็นปัญหาของการพัฒนา เพราะบางครั้ง ส.ส.ดึงงบพัฒนาลงเข้าสู่พื้นที่เลือกตั้งของตนเอง ไม่เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ จึงทำให้เกิดปัญหาการพัฒนา ดังนั้นการพัฒนาจะต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน นักการเมืองต้องถอดความเป็นพรรคออก แล้วคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนาอุบลราชธานีดังกล่าว ได้มีการยกประเด็นปัญหาในระดับพื้นที่ เช่น การก่อสร้างศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในบริเวณทางเลี่ยงเมืองซึ่งถูกกำหนดเป็นพื้นที่สีเขียว ว่าดำเนินการได้อย่างไร รวมทั้งมีการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่แก้มลิง ขอให้จังหวัดฯได้เร่งตรวจสอบและดำเนินการ เพราะอาจจะมีปัญหาน้ำท่วมใหญ่ รวมทั้งเสนอให้มีแก้ไขปัญหาสภาพเส้นทางคมนาคมเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดและการพัฒนาด้านจิตใจ
พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า มูลนิธิฯได้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้องค์การภาครัฐ เอกชน ทุกภาคส่วนในท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด ซึ่งการเชิญฝ่ายการเมืองทั้งส.ส.และอดีต ส.ส. ซึ่งหลายคนเป็นอดีตรัฐมนตรี จากทุกพรรคได้เข้ามาร่วมประชุมหารือกัน นับเป็นนิมิตรหมายอันดีที่ได้เข้ามาร่วมเวทีในครั้งแรกนี้ ซึ่งตนเองมีความตั้งใจที่จะดำเนินการ แต่เดิมนั้น ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเกิดบรรยากาศเช่นนี้เกิดขึ้นได้
“อุบลราชธานี เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ในภาคอีสาน แต่พบว่ายังมี่ความล่าหลังกว่าจังหวัดอื่นๆ เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น หรืออุดรธานี ดังนั้นฝ่ายการเมืองจะได้ร่วมกันหารือเพื่อผลักดันการพัฒนากับทางจังหวัดฯ เพื่อให้พร้อมอย่างน้อยในปี 2558 จะเปิดประเทศสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งการประชุมหารือในครั้งแรกนี้ มีความเห็นร่วมกันว่าในทุก 4 เดือน จะให้ ส.ส.ทั้ง 11 เขตเลือกตั้งมารับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยจะมีการแบ่งประชุมกลุ่มย่อยในแต่ละด้านเพื่อขับเคลื่อนผลักดันงบประมาณซึ่งฝ่ายการเมือง ต่างมีศักยภาพและทราบช่องทางดำเนินการในการพัฒนาอุบลราชธานี ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยทางมูลนิธิฯ พร้อมเป็นตัวกลางช่วยประสานงานเพื่อผลักดันงบประมาณเข้าสู่จังหวัด" พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าว
นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เคยผ่านประสบการณ์การทำงานมากกว่า 5 จังหวัด ยังไม่เคยพบเห็นความร่วมมือของนักการเมืองระดับชาติที่จะร่วมมือกันทำงานเช่นนี้ แม้จังหวัดเล็ก มีไม่กี่อำเภอ ส.ส. 2- 3 คน หากต่างพรรคกันก็ไม่เกิดความร่วมมือเช่นนี้ ขณะที่จังหวัดอุบลราชธานี มี 25 อำเภอ ส.ส. 11 คน การเมืองกำลังจะนิ่ง และจะทำให้เกิดความร่วมมือและประสานงานกันเพื่อพัฒนาจังหวัดอย่างเต็มกำลัง
นายนิมิต สิทธิไตรย์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ต้องการเห็นภาพ ส.ส.รวมตัวอย่างแท้จริง ซึ่งช่วงหาเสียงก็แข่งขันกัน แต่หลังเลือกตั้งขอให้ร่วมมือกันให้เป็นหนึ่งเดียว เห็นด้วยที่จะให้มีการเปิดเวทีเช่นนี้ในทุก 4 เดือน



