
'หลวงพ่อคูณ'สดชื่น-ไม่มีไข้
แพทย์เผย'หลวงพ่อคูณ'สดชื่น ไม่มีไข้ คาดกลับวัดบ้านไร่ได้หลังตรุษจีน
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด ที่เข้าพักรักษาอาการอาพาธด้วยภาวะปอดอักเสบ ที่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ 9821ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 26 ม.ค.56 ที่ห้อง 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ ได้เข้าตรวจอาการหลวงพ่อคูณอย่างละเอียด เนื่องจากเมื่อช่วงเย็นของเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกลงมาในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนจากหนาวเป็นชื้น มีละอองฝน และ ไม่มีแดด จึงต้องทำการตรวจวัดไข้ ความดัน ชีพจร หลอดลม ระบบการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย และอาการถุงลมโป่งพอง โดยกำชับพยาบาลและลูกศิษย์ให้หลวงพ่อคูณอยู่แต่ภายในห้องเท่านั้น และควบคุมอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ โดยก่อนหน้านี้ช่วงเช้าได้ถวายภัตตาหารทางช่องท้อง ให้ฉันยาฆ่าเชื้อ พ่นยาขยายหลอดลม และให้ยาละลายเสมหะ
นพ.พินิศจัย กล่าวว่า จากที่คณะแพทย์เกรงเรื่องอากาศเปลี่ยนจากหนาวมีฝนตกลงมา และละอองฝนปกคลุม จึงต้องตรวจร่างกายท่านละเอียดขึ้นในช่วงนี้ แต่จากการตรวจไม่พบว่า มีไข้และหลวงพ่อก็ตอบสนองโต้ตอบได้ดี พูดคุยชัดเจน จำลูกศิษย์ได้ทุกคน โดยเฉพาะช่วงนี้บ่นจะกลับวัดบ้านไร่ตลอดเลย แต่ยังอารมณ์ดี ไม่ซึม หรือนิ่งเฉย ออกกำลังกายทำกายภาพบำบัดปั่นจักรยานไฟฟ้าภายในห้อง ยกแขนสลับขึ้นลง ยกขาสลับขึ้นลงช้าๆได้คล่องขึ้น ลูกศิษย์พยุงตัวเดินได้พอสมควร แต่ยังมีเพลียเล็กน้อย
นพ.พินิศจัย กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องทางเดินปัสสาวะช่วงนี้ยังคงให้ท่านล้างกระเพาะปัสสาวะต่อไป เนื่องจากสียังขุ่นอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับสีขุ่นเหลืองเข้มมัวมาก ส่วนการจะหยุดล้างกระเพาะปัสสาวะเราคงต้องปรึกษากับคณะแพทย์ทาง รพ.ศิริราชฯ ก่อน คิดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะดีขึ้นกว่านี้ แต่เนื่องจากการใส่สายสวนนานๆ ถือว่า เป็นปรกติที่จะเกิดปัสสาวะขุ่นได้อยู่แล้ว ส่วนอาการถุงลมโป่งพอง และปอดคงเดิม ยังไม่พบปัญหาอะไรแทรกซ้อน เพียงแต่วัน เวลา อายุของหลวงพ่อทำให้แย่ลงตามสภาพ แต่ก็ยังไม่กำเริบขึ้นมา ทั้งนี้ตนได้กำชับให้ลูกศิษย์ดูแลใกล้ชิดและให้หลวงพ่ออยู่แต่ในห้องเท่านั้น ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ เปิดเครื่องฟอกอากาศตลอดเวลา เพื่อให้ท่านได้รับอากาศที่ดีที่สุด ซึ่งแนวโน้มอาการโดยรวมดีขึ้นตลอดกว่า 10 วัน
"ส่วนการกลับวัดบ้านไร่ได้น่าจะประมาณกลางเดือนหน้า หรือคงจะราวๆหลังเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว คือหลังวันที่ 10- 12 ก.พ. 2556 ไปแล้ว แต่ทั้งนี้เราก็ต้องรอเรื่องการปรับปรุงกุฎิของหลวงพ่อที่วัดบ้านไร่ เพราะมีการปรับปรุงห้อง มีการรื้อกำแพงห้องแล้วทำเป็นกระจกหมด โดยเป็นกระจกกั้นสองชั้น โดยมี 2 เหตุผลที่คณะแพทย์และลูกศิษย์หารือกันจำเป็นต้องทำและดำเนินการมาเกือบจะสมบูรณ์แล้ว เพื่อไม่ให้หลวงพ่อคูณออกมารับญาติโยมศิษย์ยานุศิษย์ข้างนอกห้องกระจก สามารถมองเห็นได้ชัดเจนข้างนอก โดยไม่อนุญาตให้เข้าไปกราบภายในห้องกระจาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และเพื่อเป็นการควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้คงที่ รวมทั้งเรื่องกำแพงเป็นกระจก ประตูกระจก และหน้าต่าง ทำแบบกั้นเปิด-ปิดสองชั้นหมด" นพ.พินิศจัย กล่าว



