ข่าว

ราหุลฟีเวอร์ (1)

ราหุลฟีเวอร์ (1)

31 พ.ค. 2552

ดิฉันเพิ่งกลับจากการไปร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับ "สื่อกับการรายงานข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง" รวมทั้ง "บทบาทของสื่อที่จะมีส่วนรังสรรค์สันติสุขและสันติภาพท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้ง" ที่แดนภารตอินเดีย โดยแม่งานใหญ่ได้แก่มูลนิธิฟรีดริค

 ตลอดช่วง 7 วันที่กรุงนิวเดลี ดิฉันได้รับฟังเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของบรรดานักข่าวมากประสบการณ์ในพื้นที่ที่เปี่ยมไปด้วยความขัดแย้งตั้งแต่รัฐอัสสัมไปจนถึงศรีลังกา อิรักและปาเลสไตน์ นักข่าวหลายคนเคยถูกลักพาตัวขณะปฏิบัติหน้าที่หรือข่มขู่คุกคามหมายเอาชีวิต โดยเรื่องที่พูดครอบคลุมตั้งแต่ความขัดแย้งทางการเมือง ศาสนา ชนกลุ่มน้อย มิติทางเพศ และสิ่งแวดล้อม

    แต่สิ่งที่ดิฉันได้มากกว่าที่ได้จากห้องประชุม ก็คือได้เห็นและสัมผัสกับลมหายใจแท้จริงของชาวอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่สุดร้อนและสุดแห้ง โชคดีที่วันที่เดินทางไปถึงอุณหภูมิลดลงเล็กน้อยเหลือแค่ 45-46 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง จากก่อนหน้านี้ 2-3 วันที่พุ่งปรี๊ดถึง 56 องศาเซลเชียส

 รวมทั้งได้เห็นสื่อที่เปลี่ยนใจง่ายยิ่งกว่ากามนิตหนุ่มเสียอีก เนื่องจากมีข่าวใหญ่ให้เล่นตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงก็เห็นข่าวพายุไซโคลนไอลา พัดถล่มชายฝั่งรัฐเบงกอลตะวันตก มีคนตายอย่างน้อย 82 ราย โทรทัศน์อินเดียฉายภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงความพยายามช่วยชีวิตชายคนหนึ่งที่ติดอยู่ในซากรถที่ถูกต้นไม้ล้มทับ รวมทั้งภาพของคลื่นยักษ์ที่ซัดกระหน่ำชายฝั่ง

 แต่ถัดจากนั้นเพียงวันเดียว ข่าวใหญ่นี้ก็จางหายอย่างรวดเร็วจากพื้นที่สื่อราวกับไม่เคยเกิดโศกนาฏกรรมมาก่อน ขณะทุกสื่อหันไปประโคมข่าวจลาจลทั่วรัฐปัญจาบ ทางเหนือของประเทศ เมื่อชาวซิกข์เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุด ได้พร้อมใจกันปิดถนน เผารถไฟ ทุบทำลายรถประจำทาง เพื่อประท้วงที่ผู้นำศาสนา 2 คนถูกยิงจนบาดเจ็บและเสียชีวิตขณะกำลังเทศน์ต่อต้านการแบ่งชั้นวรรณะที่วัดซิกข์แห่งหนึ่งในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย จนทางการต้องประกาศเคอร์ฟิว รวมทั้งสั่งปิดโรงเรียน สถานที่ราชการ และร้านค้า

 ข่าวจลาจลที่รัฐปัญจาบสามารถยึดครองพื้นที่ข่าวในสื่อหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ได้แค่ 2 วันเท่านั้นก็ถูกข่าวใหญ่อีกข่าวหนึ่งเบียดแทรก เมื่อทุกสื่อพร้อมใจกันประโคมข่าวการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งมีปมซ่อนเงื่อนมากมาย

 แต่ข่าวไหนๆ ก็สู้ข่าวกระแสคลั่งไคล้ราหุล คานธี หรือ"ราหุลฟีเวอร์" ไม่ได้เพราะยึดครองพื้นที่สื่อมาตลอด

บุญรัตน์  อภิชาติไตรสรณ์