
'ร้านกาแฟ' หนามยอกรัฐบาลอิหร่าน
เวิลด์วาไรตี้ : ร้านกาแฟ หนามยอกรัฐบาลอิหร่าน
"คาเฟ่ ปราก" เป็นหนึ่งในร้านกาแฟยอดนิยม อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยเตหะราน ใจกลางเมืองหลวงอิหร่าน มีลูกค้าเป็นนักศึกษา นักเคลื่อนไหว และปัญญาชนหนุ่มสาวแวะเวียนไปใช้บริการคึกคัก นับตั้งแต่เปิดบริการในปี 2552 แต่กลับต้องปิดกิจการลงดื้อๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากผู้เป็นเจ้าของปฏิเสธติดกล้องสอดส่องความเคลื่อนไหวลูกค้า
อันที่จริง การติดตั้งกล้องตามร้านกาแฟในกรุงเตหะรานเริ่มมาตั้งแต่ฤดูร้อนที่แล้ว และจะต้องเปิดใช้ระหว่างวัน โดยที่ตำรวจสามารถขอดูเทปได้ทุกเมื่อ แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า เป็นมาตรการกันขโมยของเจ้าของร้าน กระทั่งเจอร้านหัวแข็งอย่าง คาเฟ่ ปราก เรื่องจึงแดงออกมา
ก่อนหน้านั้นไม่กี่สัปดาห์ ตำรวจศีลธรรมและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอิหร่าน ได้บอกเจ้าของคาเฟ่ ปราก ว่า จะต้องติดตั้งกล้องสอดแนมอย่างน้อย 4 ตัว ภายในร้าน แต่เจ้าของร้านไม่ยอม และรู้ดีว่า เมื่อตัดสินใจเลือกเช่นนั้น ต่อไปก็จะถูกบีบจนต้องปิดร้านในที่สุด จึงเลือกที่จะปิดร้านเสียเอง เพื่อประท้วงมาตรการใหม่นี้ในคราวเดียว
คาเฟ่ ปราก ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า รู้ว่าวันนี้จะมาถึงสักวันหนึ่ง แม้จะพยายามประคองตัวอย่างเต็มที่ แต่อย่างน้อยทางร้านรู้สึกดีที่ไม่ยอมให้ บิ๊ก บราเธอร์ส เข้ามาจับตาดูและบันทึกความเคลื่อนไหวของพวกเราทุกฝีก้าว ทุกนาทีและทุกความทรงจำ
กว่าสี่ปีที่ผ่านมา คาเฟ่ ปราก ไม่ได้ขายแค่กาแฟ แต่มีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายฟรี ทั้งจัดกิจกรรมเชิงการเมืองและสังคมต่อเนื่อง เช่น นิทรรศการภาพถ่ายเพื่อสนับสนุนศิลปินท้องถิ่น การแสดงดนตรี และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรื่องสิทธิแรงงาน จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่ทางการจะจับตาเป็นพิเศษ ลูกค้าประจำที่เป็นช่างภาพคนหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกเศร้าใจที่จะไม่ได้ไปที่นั่นอีก คาเฟ่ ปราก เป็นเหมือนบ้าน เป็นแหล่งพักใจให้พวกเราลืมปัญหาและภาระหนักๆ แต่ละวัน
ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 เป็นต้นมา ร้านกาแฟอิหร่านเป็นแหล่งชุมนุมนักเขียน ศิลปินและนักการศาสนา โดยไม่ต้องหวาดกลัวการคุกคามจากเจ้าหน้าที่ราชสำนัก หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่หลังการปฏิวัติอิหร่านในปี 2522 รัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามสั่งปิดร้านกาแฟจำนวนมาก อ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของการครอบงำวัฒนธรรมตะวันตก หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ผ่อนปรนลง และวัฒนธรรมร้านกาแฟในฐานะแหล่งรวมของนักคิดต่างขั้วรัฐบาลยังคงอยู่ ก่อนมาเริ่มเข้มงวดกวดขันอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รวมถึงการที่ผู้นำการเมืองและศาสนาอนุรักษนิยมกำลังมุ่งปรับหลักสูตรต่างๆ ในมหาวิทยาลัยให้อิงศาสนาอิสลามมากขึ้น และกระทั่งล่าสุดคือ การปิดแหล่งพบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนอย่างร้านกาแฟ
มีรายงานว่า เมื่อเดือนที่แล้ว ตำรวจศีลธรรมได้เข้าตรวจค้นร้านอาหารและร้านกาแฟกว่า 87 แห่ง ในย่านหนึ่งของกรุงเตหะราน เพราะมีการกระทำบางอย่างเข้าข่ายขัดศาสนา
ลูกค้าตามร้านกาแฟส่วนมากเป็นคนหนุ่มสาว ที่ต้องการสถานที่สักแห่งที่ปลอดจากกรอบขนบเคร่งครัดของตำรวจศีลธรรม หรือสายตาพ่อแม่ ต้องการสถานที่สำหรับถกเถียงหลังเลิกเรียน จนถึงฉลองวันเกิด การตัดสินใจบังคับให้สถานที่แห่งนั้นแห่งนี้ต้องปฏิบัติตามกฎหรือไม่ก็ปิดกิจการ ตอกย้ำว่า ร้านกาแฟในกรุงเตหะรานยังคงเป็นแหล่งที่ลูกค้ามานั่งถกการเมือง ซึ่งแน่นอนว่า รัฐบาลไม่ปลื้ม



