
ปัญหาผู้หญิงผู้ว่าฯ(คนใหม่)ช่วยที
อยากให้มีตู้พิเศษที่มีไว้บริการผู้หญิง เด็ก และนักเรียนนักศึกษาโดยเฉพาะ ถึงจะเบียดกันบ้าง แต่ก็รู้สึกดีกว่าที่จะต้องไปเบียดกับผู้ชาย...
วันที่ 3 มีนาคมนี้ นับเป็นวาระสำคัญของคนกรุงเทพฯ ด้วยว่าจะต้องออกไปทำหน้าที่เลือกตั้ง "ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร...คนใหม่" แน่นอนว่า จะต้องเป็นคนเข้ามาทำหน้าที่ดูแลสารทุกข์สุกดิบให้แก่ชาวเมืองหลวง ตามที่เคยลั่นวาจาเมื่อคราวขอเสียงสนับสนุนจากประชาชน (ส่วนที่ว่าจะทำได้ตามคำพูดหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องตามดูกันต่อไป) แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เราลองมาซาวเสียงสาวน้อยสาวใหญ่กันก่อนดีไหมว่า คุณเธอทั้งหลายอยากให้ "ท่านผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป" ช่วยดูแล (เรื่องหญิงๆ) เรื่องไหนเป็นกรณีพิเศษกันบ้าง...???
เวิร์กกิ้งวูแมนจอมขยัน "ต่าย" นิทรา กิติยากร ณ อยุธยา ซึ่งเคยเข้ารับการผ่าตัดเข่า เมื่อต้องใช้บริการสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟใต้ดินบ่อยๆ จึงอยากร้องขอถึง "ว่าที่..พ่อบ้าน กทม." คนต่อไปว่า อยากให้เพิ่มลิฟต์หรือบันไดเลื่อนมากกว่านี้ เพื่ออำนวยความสำดวกแก่ผู้มีปัญหาสุขภาพ
"เข้าใจหัวอกคนที่เข่าไม่ค่อยแข็งแรง เคยต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวเองขึ้นรถไฟฟ้าเป็นเวลา 1 ปี นี่ทรมานมาก ในต่างประเทศเขาจะมีบันไดเลื่อนหรือลิฟต์ไว้บริการทุกสถานี แต่บ้านเราจะมีแค่บางสถานีเท่านั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่เพียงคนพิการที่จะได้รับประโยชน์ สตรีท้องแก่ มีลูกอ่อน คนชรา ยังได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังอยากให้มองรวมไปถึงผู้พิการประเภทอื่นๆ ที่เขาน่าจะมีสิทธิ์ได้รับความสะดวกสบายเท่าเทียมกับคนทั่วไป นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ" สาวชาวกรุง เผยสิ่งที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงจากผู้ที่จะมาทำหน้าที่บริหารเมืองหลวง พร้อมกับฝากเพิ่มเติมถึงเรื่องทางเท้า ซึ่งเป็นปัญหาของผู้หญิงที่สวมใส่รองเท้าส้นสูง อีกทั้งในส่วนของเสาไฟฟ้าที่ไม่เป็นระเบียบ โดยเฉพาะบริเวณสะพานลอยข้ามถนน เพราะรู้สึกว่าชีวิตใกล้ชิดความตายเพียงนิดเดียว
ต่อกันด้วย "ปู" นิภาภรณ์ วรรณศิริ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญการ กรมทรัพยากรน้ำ อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตคันนายาว กล่าวว่า ปัญหาในกรุงเทพมหานครมีหลายจุดที่ควรจะเร่งแก้ไข ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพรายวัน แม้กระทั่งบริเวณที่มีกล้องวงจรปิด บ่อยครั้งที่ไม่สามารถใช้งานได้ บางพื้นที่มีแสงสว่างจริงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยสำหรับผู้หญิงทุกวัย ขณะที่ตำรวจก็ไม่ให้ความสนใจกับสิ่งเหล่านี้เท่าที่ควร
"ที่บ้านเคยโดนขโมยขึ้น โชคดีไม่มีของสำคัญหายไป เราไปแจ้งความต่อตำรวจ พอมาถึงก็บอกว่าของในบ้านไม่หาย ไม่ต้องมาแจ้งความก็ได้ เลยรู้สึกว่า ความปลอดภัยในชีวิตไม่สามารถฝากไว้ที่ใครได้ เราต้องดูแลตัวเอง เรื่องความปลอดภัยของคนกรุงเทพฯ อยากให้ผู้ว่าฯ คนใหม่ใส่ใจให้มากเป็นพิเศษ ระบบขนส่งมวลชนก็ควรจะปรับปรุง ทั้งรถน้อยและติดขัด สิ่งเหล่านี้ทำให้เรากลับบ้านช้า ถึงบ้านมืด เส้นทางเข้าบ้านก็เปลี่ยว ก็สามารถเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพได้อีก เลยอยากฝากให้ช่วยเร่งแก้ไขเรื่องระบบขนส่งมวลชนให้มีความทันสมัย และมีความพร้อมมากกว่านี้ เพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย" สาวปู แจกแจง
ด้านสาวใสวัย 19 ปี จากคณะอักษรศาสตร์ ภาคอินเตอร์ รั้วจามจุรี "แจน" มนอำไพ สิงหเสนี บอกว่า ครั้งนี้จะมีโอกาสได้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เป็นครั้งแรก ซึ่งจะไม่นอนหลับทับสิทธิ์อย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ยังฝากบอกถึงว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งด้วยว่า หากเป็นไปได้อยากให้รถไฟฟ้ามีตู้พิเศษสำหรับผู้หญิง เด็ก และนักเรียนนักศึกษา โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน
"ใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นประจำค่ะ ช่วงเช้าคนจะเยอะมาก ทุกคนรีบไปทำงาน ต้องแย่งกันขึ้น เวลาเข้าไปยืนก็เบียดกันมากๆ แถมยังต้องเบียดกับผู้ชายด้วย ตรงนี้ไม่สะดวกใจเท่าไหร่ ทำให้ไม่อยากใช้บริการนัก แต่ด้วยความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางก็ยังคงต้องใช้บริการอยู่เรื่อยๆ หากเป็นไปได้ก็อยากให้มีตู้พิเศษที่มีไว้บริการผู้หญิง เด็ก และนักเรียนนักศึกษาโดยเฉพาะ ถึงจะเบียดกันบ้าง แต่ก็รู้สึกดีกว่าที่จะต้องไปเบียดกับผู้ชาย อย่างในหลายประเทศเขาก็มีกันแล้ว ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการให้เกียรติผู้หญิงด้วย" เสียงวอนขอจากสาวจุฬาฯ
แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก และมีโอกาสติดตามการทำงานของผู้ว่าฯ กทม.มาหลายคน แต่ความรู้สึกก็ยังเห็นว่าไม่มีใครทำงานเพื่อผู้หญิงอย่างจริงจัง คุณยายพร จันทเครือ ยอมรับว่าคาดหวังกับผู้ว่าฯ คนใหม่ให้เข้ามาช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยในการใช้ชีวิตของคนแก่ เพราะตัวเองมีอาชีพเร่ขายลอตเตอรี่ บางครั้งก็มีฉกชิงวิ่งราว รวมถึงเจอลูกหลงจากกลุ่มนักเรียนนักเลง
"บ้านยายอยู่ย่านราม 2 สามีก็เสียแล้ว ทุกวันนี้ใช้ชีวิตโดยลำพังแต่ไม่ท้อ เพราะมีอาชีพเลี้ยงตัวได้ เรื่องถนนหนทางน้ำไฟยายไม่ค่อยห่วง จะห่วงก็เวลาออกไปขายลอตเตอรี่ แถวบางนาเห็นเด็กวัยรุ่นไล่ตีกันบ่อยๆ เราคนแก่ก็ต้องหาที่หลบ เรี่ยวแรงที่จะวิ่งก็ไม่ไหว ก็อยากให้ผู้ว่าฯ ช่วยดูแลทุกข์สุขคนหาเช้ากินค่ำ จัดคนมาดูแลแถวนี้หน่อยจะได้เบาใจ" แม่เฒ่าวัย 63 ปี ฝากฝัง
ขณะที่แม่บ้านอย่าง ชนาภา กุลดิลก บอกเล่าความรู้สึกส่วนตัวอยากให้ผู้ว่าฯ คนใหม่ช่วยดูแลเรื่องการจัดระบบแท็กซี่เพื่อความปลอดภัยของผู้หญิงโดยเฉพาะ พร้อมทั้งอยากให้มีการออกกฎหมายเพื่อดูแล คุ้มครอง เด็ก สตรี และผู้สูงอายุเป็นพิเศษ
"ความปลอดภัยในการโดยสารแท็กซี่สำหรับผู้หญิงสำคัญมาก รวมไปถึงเดี๋ยวนี้ที่คนขับแท็กซี่ก็เป็นผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น ถ้ามีการดูแลในเรื่องนี้อย่างจริงจังจะดีขึ้นมาก ทำให้รู้สึกถึงความปลอดภัยและอบอุ่นใจมากขึ้น และถ้าจะให้ดีอยากให้มีนโยบายเพื่อคุ้มครองเด็ก สตรี และผู้สูงอายุเป็นพิเศษ หรือบทลงโทษคนร้ายที่ก่อเหตุอาชญากรรม เพราะทุกวันนี้คดีฆ่าข่มขืน ผู้หญิงถูกทำร้ายร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ แต่ผู้กระทำความผิดกลับหนีไปได้ เท่าที่เห็นกฎหมายบ้านเราไม่ค่อยจริงจังกับการลงโทษคดีอาชญากรรม รวมไปทั้งคดีอื่นๆ มากนัก” แม่บ้าน เสนอแนะมาตรการคุ้มครองสตรีเมืองกรุง
ปิดท้ายที่อัยการสาว "กุ้ง" ชนัญชิตา ณ ระนอง ที่มองว่า แม้ไลฟ์สไตล์ตัวเองจะไม่ได้เผชิญกับปัญหาสังคมบ่อยๆ แต่ก็รับรู้ปัญหาจากคนอื่นมาเยอะ สังเกตว่า สมัยนี้ผู้หญิงในกรุงเทพฯ แค่เดินตัวคนเดียวก็ค่อนข้างอันตรายแล้ว ทั้งโดนปล้น โดนลวนลาม จากการกระทำและคำพูด จึงฝากการบ้านใหญ่สำหรับพ่อเมืองคนใหม่ที่จะเข้ามาบริหารจัดการให้ดีขึ้น
"ความจริง แม้อยู่ในที่สาธารณะก็ยังไม่เว้นเกิดเหตุร้ายๆ กับผู้หญิง จึงอยากให้ผู้ว่าฯ คนใหม่เพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้แก่สาวๆ มากขึ้น เช่น มีตำรวจหญิงคอยดูแลเรา รวมถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิง เช่น ในห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ ตอนนี้บางที่จะมีโซนให้สำหรับผู้หญิงที่มาคนเดียวโดยฉพาะ มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเป็นผู้หญิงคอยดูแล เพื่อความสบายใจและลดภัยอันตรายต่างๆ ส่วนเรื่องทั่วไปก็อยากให้เร่งพัฒนาระบบรถไฟฟ้าให้ทั่วถึงกันมากขึ้น เพราะถ้าเราเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้าได้สะดวกกว่านี้ ความจำเป็นในการใช้รถยนต์ส่วนตัวก็จะลดลงแน่นอน และปัญหาการจราจรติดขัดก็จะลดลงไปอีกเยอะ" สาวชาวกรุง ฝากความหวัง หนึ่งเสียงของผู้หญิงอาจเปลี่ยนอนาคตกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น....



