ข่าว

โหด!ฆ่าปาดคอแม่ม่ายดับสยองกลางไร่อ้อย

โหด!ฆ่าปาดคอแม่ม่ายดับสยองกลางไร่อ้อย

25 ม.ค. 2556

สยอง! หนุ่มโหดลวงแม่ม่ายลูกสองฆ่าทุบหัว-ปาดคอดับสยองกลางไร่อ้อย ก่อนเชิดรถจักรยานยนต์ผู้ตายหลบหนี

                        25 ม.ค.56 ร.ต.ท.กิตติพันธุ์ โป่งคำ พนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุ พบศพเป็นหญิงสาว นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักคนงานกลางไร่อ้อยพื้นที่ หมู่ 9 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา ประสมทรัพย์ ผกก.สภ.ลาดหญ้า พ.ต.ท.นาวา ปูดำ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า พ.ต.ท.บุญส่ง พิพัฒน์ทวีกุล สวป.สภ.ลาดหญ้า พ.ต.ท.ชัยยุทธ โพสี สวป.สภ.ลาดหญ้า พ.ต.ท.เวช พิสูตร์ รอง ผกก.ป.สภ.สำรอง ช่วยราชการ กก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.ต.กาจภณ ปฐมัง สว.กก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี ร่วมตรวจสอบหาหลักฐานเพื่อคลี่คลายคดี มีมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พร้อมแพทย์เวร รพ.พหลฯ พิสูจน์พลิกศพ

                        ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักคนงานตัดอ้อยชั้นเดียว รวม 10 ห้อง พบศพหญิงสาวนอนคว่ำเสียชีวิตอยู่ภายในห้องที่ 8 ลักษณะการแต่งกาย สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น ใส่เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นลายขาว มีเสื้อยีนส์แขนยาวเปื้อนเลือดวางอยู่ที่ลำตัว จากการชันสูตรพลิกศพ พบบริเวณลำคอถูกเชือดด้วยของมีคมจนลูกกระเดือกขาด ศรีษะถูกทุบด้วยของแข็งจนกะโหลกแตก ทราบชื่อต่อมาคือ นางกิ่งกาญจน์ โพธิ์ชื่น อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 3 ต.เอกราช อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง คนตายมีอาชีพขายข้าวแกงอยู่ที่เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี

                        จากการสอบสวน น.ส.ธนาพร นาคสิทธ์ อายุ 18 ปี หลานสะใภ้ผู้ตาย ให้การว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ชวนตนมายังจุดเกิดเหตุ โดยบอกว่านายต๋อง ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุลจริง ได้นัดผู้ตายให้มาเอาเงินจำนวน 3,000 บาท เนื่องจากนายต๋องอ้างว่าสงสารผู้ตายที่เป็นม่ายและต้องเลี้ยงลูกอีก 2 คน ด้วยความเป็นห่วงตนจึงได้ไปเป็นเพื่อนผู้ตาย เมื่อมาถึงระหว่างทางกลางไร่อ้อยก็พบกับนายต๋องที่ยืนรออยู่ใกล้กับสระน้ำ จากนั้นนายต๋องบอกว่าเงินอยู่กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง โดยให้ตนเองลงจากรถ แล้วให้ตนนั่งรออยู่ที่สระน้ำ จากนั้นนายต๋องกับผู้ตาย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อไปเอาเงิน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเป็นที่ใด เนื่องจากไม่เคยมา โดยตนนั้งรออยู่นานหลายชั่วโมงผู้ตายและนายต๋องก็ยังไม่กลับ จนกระทั่งเวลา 18.00 น. พบเพียงนายต๋องขับขี่รถจักรยานยนต์กลับมาเพียงคนเดียว จากนั้นได้ร้องตะโกนบอกหลอกให้ตนหนีเข้าไปหลบในดงอ้อย โดยอ้างว่าด้านในเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมพื้นที่เพื่อจับกุมขบวนการค้ายาบ้า ซึ่งอาจจะทำให้ตนถูกกระสุนลูกหลง พร้อมกับบอกให้ตนปิดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตนก็หลงเชื่อ จึงได้ทำตามที่นายต๋องสั่งและหลบเข้าไปอยู่ในดงอ้อย ส่วนนายต๋องได้จูงรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

                        จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ตนก็ไม่เห็นมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ตนจึงเดินออกมาจากดงอ้อย พร้อมตะโกนเรียกผู้ตาย แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จากนั้นจึงเปิดโทรศัพท์และโทรหาผู้ตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ติด จึงตัดสินใจเดินเท้ามาที่ถนนใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อขอความช่วยเหลือ จนในที่สุดก็กลับมาถึงร้านขายข้างแกง และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับทุกคนฟังถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

                        ด้านนาย จิรพงศ์ สุเมธี อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 303/19 ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ผู้ตายเป็นน้องสาวของภรรยา ซึ่งมาช่วยกันขายข้าวแกงที่ร้าน ก่อนเกิดเหตุตนได้ให้ผู้ตายไปซื้อผักในตลาด แต่ผู้ตายไม่ได้ไปตามที่บอก โดยหลังจากทราบเรื่องจาก น.ส.ธนาพร (ลูกสะใภ้) ตนจึงตัดสินใจมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า จากนั้นได้ร่วมเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ซึ่งก็พบว่าน้องสาวของภรรยาถูกฆ่าเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักคนงานแล้ว

                        ด้าน พ.ต.อ.วัฒนา ประสมทรัพย์ ผกก.สภ.ลาดหญ้า กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุตนได้รายงานให้ พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว จากนั้นได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่เพื่อร่วมหาพยานและหลักฐานในการติดตามจับกุมตัวคนร้าย ซึ่งเบื้องต้นทราบแล้วว่าลักษณะสัณฐานของผู้ก่อเหตุเป็นอย่างไร ส่วนชื่อและนามสกุล เจ้าหน้าที่ขอปิดไว้เป็นความลับ เพื่อสะดวกในการติดตามจับกุมตัว เชื่อว่าไม่นานจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน

                        ส่วน พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวแสดงว่าคนร้ายได้วางแผนมาเป็นอย่างดี อีกทั้งเชื่อว่าคนร้ายกับผู้เสียชีวิตต้องรู้จักกันมาก่อนอย่างแน่นอน ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดกาญจนบุรีออกหาข่าว และสอบพยานเพิ่มเติม โดยเฉพาะเจ้าของร้านขายข้างแกง และพนักงานที่อยู่ในร้านเชื่อว่าทุกคนอาจจะรู้จักตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ และจากการสอบสวนเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายกับคนร้ายน่าจะมีความสนิทสนมกัน หากไม่รู้จักก็คงไม่เดินทางไปหาเพื่อไปเอาเงินจำนวน 3 พันบาทตามที่นัดไว้ ส่วนเป้าหมายในการก่อเหตุครั้งนี้ก็เพื่อชิงรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่ไปหา แต่อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รีบติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด