ข่าว

สลด!พบซาก'พะยูน'ติดอวนตายถูกตัดเขี้ยว

สลด!พบซาก'พะยูน'ติดอวนตายถูกตัดเขี้ยว

25 ม.ค. 2556

เจ้าหน้าที่ตรวจซากพะยูน ติดอวนปลากระเบน พบถูกตัดเขี้ยว คาดเสียชีวิตแล้วประมาณ 8 วัน ส่วนที่ ต.เกาะลิบง พบฉลามวาฬเกยตื้น เตือนพบเห็นให้รีบแจ้ง

               เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 ม.ค. 2556 นายประจวบ โมฆรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 จ.ตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต) และชมรมประมงพื้นบ้าน เขตเลเสบ้าน เข้าตรวจสอบซากพะยูนที่นายสอแหละ ทิ้งหลี สมาชิกประมงพื้นบ้านเขตเลเสบ้าน ไปพบลอยตายขึ้นอืดอยู่ที่บริเวณปากคลองตะเป๊ะ หมู่ที่ 4 ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง ขณะนำเรือออกไปจับสัตว์น้ำแล้วลากกลับขึ้นฝั่ง และแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ

               ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า ซากพะยูนตัวดังกล่าวเป็นเพศผู้ อายุประมาณ 10 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักประมาณ 100 กก.ความยาว 230 ซม.รอบตัว 170 ซม.โดยพบบาดแผลที่ปากและตามลำตัวมีร่องรอยถูกอวนปลากระเบน ซึ่งเป็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมายรัดจนแน่น แต่เป็นที่น่าแปลกเมื่อพบว่า มีร่องรอยถูกตัดเขี้ยวไปด้วย เบื้องต้นสันนิษฐานว่า พะยูนตัวดังกล่าวน่าจะพลัดลงเข้าไปติดอวนปากระเบน แล้วพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากการพันธนาการ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จนถูกอวนปลากระเบนรัดจนขาดอากาศหายใจและตายในที่สุด ซ้ำซากพะยูนนั้นถูกตัดเขี้ยวไป ทั้งนี้คาดว่าน่าจะตายมาแล้วประมาณ 8 วัน เพราะเนื้อเริ่มเน่าเปื่อยและส่งกลิ่นเหม็นเน่าแล้ว ขณะนี้ได้ส่งซากไปพิสูจน์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต) เพื่อหาสาเหตุการตายต่อไป

               ส่วนที่แหลมจุโหย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง เวลาเดียวกันเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 จ.ตรัง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่เป็นชุดฉก.ทางทะเล จ.ตรังว่า มีฉลามวาฬขนาดลำตัวยาวประมาณ 9-10 เมตร ลอยมาเกยตื้นติดที่ชายหาด จึงได้ประสานผู้นำชุมชนพร้อมกับระดมชาวบ้านที่เป็นชายฉกรรจ์กว่า 20 คน ได้ร่วมกันนำเรือหางยาวไล่ต้อนช่วยเหลือฉลามวาฬตัวดังกล่าวให้ว่ายน้ำกลับลงไปในทะเลได้อย่างปลอดภัย

               ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ฉลามวาฬตัวดังกล่าวน่าจะว่ายน้ำเข้ามากินฝูงลูกปลาที่มีชุกชุมในบริเวณดังกล่าว จนมาเกยตื้นติดที่ชายหาด และไม่สามารถว่ายน้ำกลับลงไปในทะเลได้

               สำหรับฉลามวาฬจะพบมากในแถวโซนหินแดง-หินม่วง ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ โดยมักจะเป็นเร่ร่อนและอพยพย้ายถิ่นฐานหากินตลอดเวลา ส่วนที่ จ.ตรัง พบมากบริเวณเกาะหลาวเหลียง ซึ่งล่าสุดเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา มีชาวประมงพื้นบ้าน พบเห็นฉลามวาฬซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นตัวเดียวกันได้ออกหาฝูงปลากิน ดังนั้นจึงอยากฝากเตือนไปยังชาวประมงหรือชาวบ้านถ้าพบเห็นฉลามวาฬเกยตื้น ก็ให้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ประมงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเร่งด่วน เพื่อหาวิธีการช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ฉลามวาฬได้รับบาดเจ็บ เพราะหากได้รับบาดเจ็บแล้ว จะไม่มีพื้นที่รองรับในการรักษาพยาบาลได้