ข่าว

โวย!'โดรน'โจมตีถูกผู้บริสุทธิ์ตายอื้อ

โวย!'โดรน'โจมตีถูกผู้บริสุทธิ์ตายอื้อ

25 ม.ค. 2556

สหประชาชาติ เปิดสอบสวนพิเศษ การทำสงครามด้วย อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ที่นำไปสู่การสูญเสียชีวิตพลเรือนจำนวนมาก

                          25 ม.ค. 56  ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ ได้เปิดการสอบสวนพิเศษไปสู่การทำสงครามด้วยเครื่องบินไร้คนขับ หรือ โดรน และเป้าหมายของการสังหาร ซึ่งสหรัฐพึ่งพาโดรนเป็นอาวุธที่ใช้ในแนวหน้าในสงครามกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายอัล ไกดา ทั่วโลก

                          หนึ่งในสามประเทศที่เรียกร้องให้เปิดการสอบสวน คือ ปากีสถาน ที่ต่อต้านอย่างเป็นทางการต่อการใช้โดรนของสหรัฐ ในดินแดนของตนเอง โดยถือเป็นการละเมิดอธิปไตย แต่ก็เชื่อว่าปากีสถานเคยอนุญาตให้ใช้โดรนโจมตีเป็นบางครั้งในอดีตที่ผ่านมา แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ทางการปากีสถาน บอกว่า การโจมตีด้วยโดรนทำให้พลเรือนที่บริสุทธิ์เสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก แต่สหรัฐไม่ยอมรับข้อกล่าวหานี้

                          อีกสองประเทศที่ต้องการให้สอบสวน ไม่ได้ถูกเปิดเผยชื่อ แต่ถูกระบุว่า เป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งทำให้ถูกพุ่งเป้าไปที่จีนและรัสเซีย เพราะสมาชิกอีก 2 ชาติ คือ ฝรั่งเศสกับอังกฤษ ต่างก็เป็นพันธมิตรของสหรัฐ การบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตของพลเรือน จากการโจมตีของโดรน เนื่องจากต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกก่อการร้าย จะเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนของ เบน เอมเมอร์สัน ทนายความชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้จัดทำรายงานด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและสิทธิมนุษยชนให้กับสหประชาชาติ โดยเขาจะเสนอรายงานการสอบสวนต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในปีนี้

                          เอมเมอร์สัน กล่าวที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษว่า การหันไปใช้เทคโนโลยีโดรนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านการทหารและที่ไม่เกี่ยวข้องกับทหาร ได้กลายเป็นความท้าทายที่แท้จริงของกรอบการทำงานที่สถาปนากฎหมายระหว่างประเทศขึ้นมา ประเทศที่ใช้โดรนจะต้องน้อมรับกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้มีการสอบสวนโดยอิสระไปสู่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโจมตีใดๆ ที่ใช้โดรน และทำให้พลเรือนต้องบาดเจ็บล้มตาย

                          เจ้าหน้าที่สหรัฐในสหประชาชาติ ที่ไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า ทราบเรื่องที่เอมเมอร์สันกำลังอยู่ระหว่างการทำรายงานการสอบสวน รัฐบาลสหรัฐ ไม่ได้ปิดบังเรื่องการใช้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมาย โดยเฉพาะการใช้โดรนถล่มผู้ต้องสงสัยว่าเป็นอัล ไกดา ขณะที่จอห์น เบรแนน รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และฮาโรลด์ โคห์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ต่างก็บอกเสมอว่า การโจมตีเป็นไปภายใต้กรอบข้อบังคับของกฎหมาย

                          เบรแนน ซึ่งกำลังจะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือ ซีไอเอ คนต่อไป เป็นเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา เป็นคนแรก ที่เปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับปฏิบัติการอันเป็นความลับสุดยอด เพื่อปกป้องโครงการในต่างประเทศ พร้อมให้เครดิตว่า เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินในสหรัฐ ไม่ให้เกิดวินาศกรรมครั้งต่อไปอีก

                          การโจมตีด้วยโดรน ถูกระบุว่า เพิ่มสูงขึ้นในรัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามา โดยลอง วอร์เจอร์นัล ได้ติดตามการโจมตีของโดรน และระบุว่า มีการโจมตีในปากีสถาน 35 ครั้ง ระหว่างปี 2551 หรือ ปีสุดท้ายที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช อยู่ในตำแหน่ง แต่กลับพุ่งสูงถึง 117 ครั้ง ในปี 2553 ก่อนจะลดลงไปอยู่ที่ 64 ครั้ง ในปี 2554 และเหลือ 46 ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว

                          การใช้โดรน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของซีไอเอ สามารถสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของอัล ไกดา ได้หลายคน รวมทั้ง อาบู ยาห์ยา อัล ลิบี ผู้นำหมายเลข 2 ที่ถูกปลิดชีพเมื่อเดือนมิถุนายน  สมัชชาสหประชาชาติ อาจผ่านมติเรียกร้องให้จับตาหรือจำกัดการใช้โดรน แต่ก็อาจจะไร้ผล จากการที่สหรัฐและอีกหลายชาติที่ใช้โดรนไม่เอาด้วย การที่สหรัฐ เป็นหนึ่งในคณะมนตรีความมั่นคง ก็อาจใช้สิทธิ์วีโต้ และขัดขวางความพยายามจำกัดการใช้โดรนทุกวิถีทาง

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)