
'เฉลิม'แนะ'พงศพัศ'ขยันลงพื้นที่หาเสียง
'เฉลิม' แนะ 'พงศพัศ' ขยันลงพื้นที่หาเสียงแข่งกับตัวเอง มั่นใจชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เล็งขน 'ส.ส.ภาคอีสาน' ช่วย เมิน 'ปชป.' ฟ้อง 'ธาริต'
25 ม.ค.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ความคืบหน้าในการหาเสียงของพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทยว่า จากการพบประชาชนถือว่าแนวโน้มดี ตนมั่นใจว่าชนะ แต่ต้องขยันอีก ต้องแข่งกับตัวเอง อย่าไปมองว่าแข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยต้องบอกว่าแข่งกับตัวเอง พล.ต.อ.พงศพัศต้องบอกว่าแข่งกับตัวเอง แล้วหลายพวกในพรรคเพื่อไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว แล้วเดินหน้าหาเสียง ตนคิดว่า 2 สัปดาห์สุดท้าย ตนช่วยเสริมโดยการเอา ส.ส.ภาคอีสาน ขอร้องว่าให้ช่วยแยกย้ายลงตามตลาดต่างๆ เพราะว่าประชาชนภาคอีสานอาศัยอยู่ในกทม.เยอะ ซึ่งตรงนี้จะเป็นตัวช่วยทำให้คะแนนเป็นกอบเป็นกำได้
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า "ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ นำจุดอ่อนออกมาโจมตีนั้น ผมคิดว่าประชาชนเข้าใจ อย่างคดีบีทีเอสไปบอกว่ากลั่นแกล้ง ซึ่งมันไม่ใช่ เราดำเนินการตามหลักการ แล้วตนก็ไม่เคยเห็นว่าบุคคลที่ถูกตั้งข้อสังเกตจะไปร้องทุกข์ให้ดำเนินการกับตนเอง เช่น กรณีบีทีเอสก็ไปร้องทุกข์กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ไม่ยอมให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำอันนี้แปลกไม่เคยมี มันมีแต่คนอื่นไปร้องเรา แต่ก็ไปร้องกันเอง ตนไม่เข้าใจ ยืนยันว่าไม่มีแกล้ง อย่างเรื่องโรงพัก 369 แห่งก็ชัด เขาเสนอมาหลายสัญญาให้แต่ละภาคทำ มาทำท่าไหนก็ไม่รู้มาเหลือสัญญาเดียว ตรงนี้ประหลาด"
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ชูภาพ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรว่า เป็นคนเก่า รู้งาน เข้าใจปัญหา พรรคเพื่อไทยจะชูพล.ต.อ.พงศพัศด้านใด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "เรามีนโยบายเพียบ แล้วเขารู้งานอะไร ผ่านมาตั้ง 4 ปีแล้วอะไรบ้าง แล้วตอนเป็นผู้ว่าฯกทม.ทำไมไม่ทำ อย่างแก้ปัญหายาเสพติดเห็นแล้วอะไร ผมประชุมทุกครั้งเชิญไปก็ไม่เคยมาเลย ซึ่งการแก้ปัญหาเสพติดลำพังกทม.มันทำไม่ได้ ต้องเชื่อมโยงกับรัฐบาล ผมถึงบอกมาตลอดว่าผู้ว่าฯกทม.กับรัฐบาลต้องเป็นฝ่ายเดียวกัน การทำงานถึงจะลื่นไหนและราบรื่น แต่ถ้าหากอยู่คนละฝั่งโดยตั้งสโลแกนว่า ถ้าเลือกผู้ว่าฯกทม.พรรคเดียวกับรัฐบาล จะไม่มีการคานอำนาจ แต่กทม.มันท้องถิ่น มันจะมาคานอำนาจได้อย่างไร แค่คิดก็ผิดแล้ว" เมื่อถามว่า เอแบคโพลล์ระบุผลออกมาว่าพล.ต.อ.พงศพัศนำม.ร.ว.สุขมพันธุ์ในทุกด้าน โพลล์ของพรรคเหมือนกับเอแบคโพลล์หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "โพลล์พรรคพูดไม่ได้เดี๋ยวเข้าข้างตัวเอง เอาโพลล์กลางๆนี่แหละ โพลล์ร.ต.อ.เฉลิมมั่นใจว่าชนะมาตั้งแต่แรกแล้ว ก็ต้องดูหน่วยก้านเขา ทรงมันเหนือกว่ากัน"
'เฉลิม' เตรียมหารือ 'สมช.' นำครู ตชด.ช่วยจังหวัดชายแดนใต้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการลอบยิงครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ต้องให้ครูตชด.(ตำรวจตระเวนชายเเดน)ลงไป เพราะหากเอาครูตชด.ลงไปอยู่ยังช่วยครูคนอื่นได้ แต่ตนตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ ซึ่งต้องประชุมหารือกับผู้รับผิดชอบก่อน เช่น กองทัพ โดยตนจะเชิญพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาคุย ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นมีรายงานมาแล้ว แต่ตนยังพูดไม่ได้ ซึ่งมันมีข้อน่าสงสัยเรื่องอาวุธปืนที่ใช้ เรื่องตัวบุคคลที่ทำ เรื่องความขัดแย้งในโรงเรียน แต่ยังพูดไม่ได้ว่าเป็นผู้ก่อความไม่สงบหรือไม่ แต่มีรายงานมาว่ามีข้อสงสัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดกองทัพภาคที่ 4 ไม่ทำการกดดันผู้ก่อความไม่สงบ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "เขาก็ทำอยู่แล้ว อย่างเช่นมีการเสนอให้ใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มาตรา 21 แต่ถ้าคดีที่มีหมายจับตามป.วิอาญา ญาติเขาก็ไม่ยอม จะเข้ามาพัฒนาอย่างเดียวคดีความไม่ต้องรับโทษ ซึ่งมันมีได้มีเสีย แต่ตนคิดว่าต้องมีการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยต้องปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด"
'เฉลิม' เมิน 'ปชป.' ฟ้อง 'ธาริต'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 และพนักงานสอบสวน ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่และเจ้าพนักงานที่ในการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200, 90 และ 83 ว่า "เรื่องนี้นายธาริต ไม่ตกใจหรอกเขาเป็นนิติศาสตร์บัณฑิต เนติบัณฑิต ซึ่งรู้ว่าจะไปฟ้องเรื่องอะไร เขาทำตามอำนาจหน้าที่ ไม่มีอะไรหรอกนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ฟ้องไปอย่างนั้น"
เมื่อถามว่าพนักงานสอบสวนถูกฟ้องร้องด้วยจะทำให้การสอบสวนคดีสลายการชุมนุมเบี่ยงเบนหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่มีเบี่ยงเบนมีแต่เข้มขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ดีเอสไอสามรถดำเนินการได้และนำเป็นคดีพิเศษตั้งแต่สมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลอยู่แล้ว ทั้งนี้การฟ้องก็เป็นการใช้สิทธิ์ของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคดีสลายการชุมนุม ซึ่งยังเดินไปเรื่อยๆ



