
'พงศ์เทพ'เล็งทบทวนรปภ.ครูใต้
'พงศ์เทพ' เล็งทบทวนมาตรการ รปภ.ครูใต้ ยันหน่วยงานความมั่นคงพร้อมให้การสนับสนุน มั่นใจ 'รบ.' สู้ปม 'พระวิหาร' เต็มที่ วอนคนไทยปกป้องผลประโยชน์ประเทศ
25 ม.ค.56 นายพงศ์เทพ เทพกาญนา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดเหตุบุกยิงครูโรงเรียนบ้านตันหยง อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตว่า จากการตรววจสอบพบว่าโรงเรียนบ้านตันหยงที่ทราบว่าครูได้หารือก่อนเกิดเหตุว่า ไม่จำเป็นต้องมีหน่วยงานความมั่นคงไปรักษาความปลอดภัยครูถึงในโรงเรียน เพราะเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรและบุคลากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ที่ขอให้ช่วยคุ้มครองระหว่างการเดินทางเท่านั้น จึงไม่ใช่ความบกพร่องของหน่วยงานความมั่นคง
“ทางครูประเมินสถานการณ์แล้วคิดว่าไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว ครูก็ต้องทบทวนดูว่าจะต้องปรับหรือทบทวนมาตรการดูแลอย่างไร เพราะแต่ละโรงเรียนมีความเสี่ยงไม่เหมือนกัน ครูจะต้องไปพิจารณากันว่าจะขอให้หน่วยงานความมั่นคงหรือฝ่ายปกครองเข้าไปดูแลหรือไม่ ในส่วนกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครอง พร้อมที่จะเข้าไปช่วย ขึ้นอยู่กับว่าใครจะขอมา” นายพงศ์เทพ กล่าว
เมื่อถามว่าสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอปิดโรงเรียนกว่า 300 แห่ง จะแก้ปัญหาอย่างไร นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนหนึ่งย่อมกระทบขวัญและกำลังใจของครูหลายโรงเรียน และเข้าใจหากจะขอปิดเพื่อความปลอดภัยและต้องการความมั่นใจว่ารัฐจะปรับระบบการดูแลความปลอดภัยอย่างไร เมื่อถามว่ามีบางข้อเสนอให้ครูมีบ้านพักในโรงเรียน เพื่อลดกำลังพลในการดูแลและการเดินทาง นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ครูหลายคนมีครอบครัว หรือสามี ภรรยาทำงานกันคนละที่ ดังนั้นการมีบ้านพักในโรงเรียนอาจยังไม่ตอบสนองความต้องการของครูได้ทั้งหมด
เมื่อถามว่าจะมีวิธีป้องกันการเกิดเหตุที่ถาวรหรือไม่ เพราะครูเป็นเป้าของการถูกทำร้าย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เบื้องต้นเท่าที่หารือคือที่พักระหว่างการเดินทางระหว่างบ้านและโรงเรียน เช่น ครูบางคนระบุว่าไม่ต้องการให้หน่วยงานความมั่นคงดูแลระหว่างการเดินทาง เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุขึ้น เมื่อถามถึงแนวทางที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เสนอให้ครูตชด.ไปช่วยทำการสอน นายพงศ์เทพ กล่าวว่าตอนนี้เราใช้บัณฑิตอาสาเข้าไปช่วยสอนเสริม ซึ่งบางคนจบมาทางด้านการสอนนั้นๆโดยตรงอยู่แล้ว ส่วนที่ถามว่าจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างไรนั้น เบื้องต้นเราจะนำสันติสุขให้กลับมาสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือต้องร่วมมือกันระหว่างประชาชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยยึดนโยบายเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา
'พงศ์เทพ' วอนคนไทยปกป้องผลประโยชน์ประเทศ
นายพงศ์เทพ เทพกาญนา รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ดูเรื่องข้อกฎหมายในการเตรียมชี้แจงด้วยวาจา คดีปราสาทเข้าพระวิหาร ต่อศาลโลก ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลว่า การตอบโต้ระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาในประเด็นนี้จะทำให้ไทยเสียปรียบว่า สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นและเป็นข่าวในประเทศไทย ทั่วโลกทราบหมด ฉะนั้นข่าวที่ออกมาบางเรื่องตนไม่ทราบ จึงไปชี้แจงไม่ได้ แต่ถ้าข่าวอะไรที่ออกไปแล้วจะมีผลกระทบต่อรูปคดีหรือทำให้กัมพูชาหยิบยกไปใช้เป็นประโยชน์ได้ในศาล พวกเราต้องช่วยกันระมัดระวัง และเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะรักษาประโยชน์และคิดถึงประโยชน์ของประเทศไทยมากที่สุด
เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลชุดนี้กับกัมพูชา เป็นเพราะมีผลประโยชน์ที่ต้องแลกเปลี่ยนกัน จะทำให้ไทยจะเสียประโยชน์ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตนยืนยันในฐานะคนไทยคนหนึ่ง และนายกฯก็เป็นคนไทยเป็นผู้นำรัฐบาลไทย ขณะที่สมเด็จฮุน เซน เป็นผู้นำของกัมพูชา ต่างก็ต้องรักษาประโยชน์ของประเทศตัวเอง ไม่ว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวจะเป็นอย่างไร แต่ต้องแยกแยะว่การต่อสู้เรื่องคดีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวว่าไทยต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแล้วต้องไปยอมทางนั้น ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน
เมื่อถามว่าส่วนตัวคิดว่ามีช่องทางที่ไทยจะชนะคดีหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นสมัยรัฐบาลที่แล้ว ได้ศึกษาประเด็นกฎหมายอย่างรอบคอบแล้วทุกข้อที่เราจะต่อสู้ได้ ส่วนผลการตัดสินขึ้นอยู่กับศาลเราไม่สามารถทราบได้



