ข่าว

'นายกฯ'เปิดห้องพยาบาลทำเนียบ

'นายกฯ'เปิดห้องพยาบาลทำเนียบ

25 ม.ค. 2556

'นายกฯ'เปิดห้องพยาบาลทำเนียบย้ำอย่าเลือกปฏิบัติ'รมว.สธ.'ยันดูแลทุกคนเท่าเทียม เน้นช่วยชีวิตคนก่อน พร้อมเตรียมปราศรัยช่วย'พงศพัศ'หาเสียงที่วงเวียนใหญ่

                25 ม.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล มีการเปิดให้บริการห้องบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน (ชั่วคราว) ที่ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล โดยในเวลา 10.15น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาใช้บริการโดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ได้ลงมาตรวจเยี่ยมห้องบริการฯและให้กำลังใจทีมแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ชีพ รวมทั้งได้ให้คำแนะนำและสอบถามรายละเอียดต่างๆ โดยมี น.พ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข รายงานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ห้องพยาบาลนี้

               น.พ.ประดิษฐ รายงานว่า ห้องบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ที่เปิดให้บริการวันนี้เป็นห้องชั่วคราวอยู่ ส่วนห้องถาวรอยู่ระหว่างการออกแบบและดำเนินการ โดยเฉพาะการเปิดทำทางลาดเพื่อให้สามารถเข็นเตียงและรถผู้ป่วยมายังรถฉุกเฉินทางการแพทย์ โดยจะเปิดให้บริการระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. มีแพทย์ 1 คน พยาบาล 1 คน และทีมกู้ภัยประจำรถฉุกเฉินทางการแพทย์ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจากโรงพยาบาลมาประจำ แต่ทั้งนี้ทีมกู้ภัยประจำรถฉุกเฉินทางการแพทย์นั้นจะมีประจำทำเนียบรัฐบาลตลอด 24 ชั่วโมง“

               ยืนยันว่าการให้บริการนั้นจะทำอย่างเท่าเทียมกันทุกคนโดยเน้นการช่วยชีวิตก่อน และหากที่รัฐสภามีกรณีฉุกเฉินก็สามารถที่จะเคลื่อนย้ายไปช่วยได้ในทันท่วงที แต่เท่าที่ทราบที่รัฐสภามีสวัสดิการการรักษาพยาบาลอีกแบบหนึ่งโดยมีบริษัทประกันอยู่ แต่หากเกิดฉุกเฉินทีมแพทย์ก็พร้อมไปช่วยเหลือ”รมว.สาธารณสุข กล่าว

               รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า การตรวจรักษาโรคทั่วไป อาจมีปัญหาติดขัดเพราะผู้ที่เป็นข้าราชการต้องมีใบเบิกค่ายา ก็ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล แต่การบริการที่ทำเนียบรัฐบาลขอเป็นกรณีฉุกเฉินก่อน ส่วนโรคทั่วไปขอความกรุณาให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล ยกเว้นเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าเป็นเบาหวาน หัวใจ มาขอรับยานั้นต้องขอความกรุณาให้ไปรับบริการที่โรงพยาบาลจะเหมาะสมกว่า ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่องการส่งต่อกรณีฉุกเฉินเนื่องจาก กทม.มีปัญหาเรื่องการจราจรนั้น ทางสาธารณสุขมีแนวคิดในการทำมอเตอร์ไซด์กู้ชีพเพื่อมาปั๊มหัวใจช่วยชีวิตก่อนเฉพาะในเขตเมืองหรือชุมชนที่รถติด จากนั้นรถกู้ชีพฉุกเฉินค่อยตามไป

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวเน้นย้ำว่า ขอให้บริการทุกคนอย่างเท่าเทียมกันทุกคน ไม่มีการเลือกปฏิบัติว่า เป็นบุคคลวีไอพีหรือใคร แต่ขอให้เน้นการช่วยชีวิตคนเป็นหลัก หากเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นแพทย์และพยาบาล ต้องพร้อมทิ้งงานบริการตรงหน้าไปช่วยชีวิตคนก่อนเป็นหลัก นอกจากนั้นก็เป็นการให้บริการตรวจคนไข้ปกติ ส่วนมีแนวคิดที่จะขยายไปในพื้นที่ราชการอื่นหรือไม่นั้นคงต้องดูในรายละเอียดก่อนโดยเฉพาะส่วนราชการที่มีจำนวนคนพอเหมาะ ใกล้ชุมชน และห่างจากโรงพยาบาล เพราะข้อเท็จจริงแต่ละพื้นที่ก็มีโรงพยาบาลอยู่แล้ว จะให้กรมการแพทย์ไปตั้งในทุกส่วนราชการก็คงไม่ไหวไม่เช่นนั้นแพทย์ที่โรงพยาบาลหลักก็จะขาด

 

               
เตรียมปราศรัยช่วย "พงศพัศ"

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอย่างอารมณ์ดีภายหลังตรวจเยี่ยมห้องบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินชั่วคราวหรือห้องพยาบาลประจำทำเนียบรัฐบาล หลังจากผู้สื่อข่าวถามว่า เย็นวันนี้ จะขึ้นเวทีปราศรัยช่วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคเพื่อไทย ที่วงเวียนใหญ่หรือไม่ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ต้องติดตามดู แต่ผู้สื่อข่าวอย่าพลาด”  อย่างไรก็ตาม ระหว่างการตรวจเยี่ยมห้องบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้นัดแนะกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะประธานภาค กทม.โซนฝั่งธนบุรี ที่อยู่ในห้องด้วยว่า เย็นนี้ไปเจอกันที่เวทีวงเวียนใหญ่เลย

                 ทั้งนี้ ในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 16.30-20.30 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย จะขึ้นเวทีปราศรัยช่วย พล.ต.อ.พงศพัศ ที่เวทีวงเวียนใหญ่ โดยนายกรัฐมนตรี จะใช้เวลาหลังเวลาราชการลงพื้นที่และขึ้นเวทีปราศรัยด้วย