
แจ้งความจับสามีใหม่ข่มขืนลูกสาว
แม่พาลูกสาวโร่แจ้งความจับสามีใหม่ข่มขืนลูกสาว อีกรายสาวเคเบิลพัทยาถูกผัวเมาใช้มีด-ปืนไล่ทำร้าย ตร.จับพร้อมปืน ทางด้านสาวห้างโวยโดนหมายจับทั้งที่ไม่ได้ทำผิด
วันที่ 25 ม.ค.56 เมื่อเวลา 03.00 น. ร.ต.อ.อโนชา นันทชัย ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นได้มี น.ส. รัต (นามสมมุติ) พา น.ส. เจี๊ยบ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ลูกสาว เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายพิษนุ ผลาผล อายุ 33 ปี สามีใหม่หลังได้กระทำการข่มขืนลูกสาวในห้องพักภายในซอย 12 พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
จากการสอบสวน น.ส. เจี๊ยบ ให้การว่าเมื่อวันที่ 24 ม.ค ช่วงประมาณ 5 โมงเย็นตนได้กลับเข้าห้องพักเพื่อพักผ่อน หลังจากนั้นประมาณ 4 ทุ่ม ตนก็ได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้เป็นแม่ ซึ่งแม่ของตนนั้นเห็นว่าตนนั้นอยู่ที่ห้องเพียงลำพังเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงได้ให้ตนนั้นไปพักอยู่ที่ห้องของนายพิษนุ ที่เป็นพ่อเลี้ยง เพื่อความปลอดภัยก่อนที่แม่นั้นจะเดินทางกับห้อง ต่อมาขณะที่ตนนั้นพักผ่อนอยู่ภายในห้องของนายพิษนุ กับถูกนายพิษนุพ่อเลี้ยงกระทำการบังคับข่มขืนตนจนสำเร็จความใคร่ โดยตนนั้นสู้แรงของนายพิษนุไม่ไหว
หลังเกิดเรื่องตนจึงได้เล่าเหตุการณ์ให้กับแม่ฟัง ก่อนที่แม่จะพามาแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยงดังกล่าว ภายหลังจากการสอบสวนในเบื้องต้นแล้วเจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งจะได้เร่งติดตามจับกุมตัวนายพิษนุ พ่อเลี้ยงหื่นรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สาวเคเบิลพัทยา ถูกผัวเมาใช้มีด-ปืนไล่ทำร้าย ตร.จับพร้อมมปืน
เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 25 ม.ค. 56 พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผกก.ปป. สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุเกิดมีชายมึนเมาทะเลาะวิวาทแฟนสาว พยายามใช้อาวุธมีด และอาวุธปืนทำร้ายร่างกาย ภายในบ้านพักหลังหนึ่งใกล้เคียง บริษัทโสภณ เคเบิล พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดตรวจสอบ
เมื่อไปถึงก่อนถึงจุดเกิดเหตุ พบนางสาวรนภฤต อ้นเทียน อายุ 41 ปี พนักงานบริษัทโสภณ เคเบิล พัทยา ภรรยา ยืนดักรอตำรวจ ในอาการร้องไห้ หวาดผวา ได้ให้การว่านายเอกนรา สร้อยคำ อายุ 33 ปี เป็นแฟนคบหากันมานาน จนมีลูกด้วยกัน 1 คน กระทั่งตอนเกิดเหตุ ได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ซึ่งนายเอกนรา อยู่ในอาการมึนเมาสุรา เกิดคุ้มคลั่ง เอามีดทำครัวจะไล่ทำร้าย รวมถึงนายจริง อ้นเทียน อายุ 71 ปี ซึ่งเป็นพ่อตา ขณะกำลังเข้ามาห้ามปราม
ต่อมาจึงวางแผน เข้าจับกุมตัวนายเอกนรา ผู้ก่อเหตุ ซึ่งนั่งตั้งวงดื่มสุรา หน้าบ้านกับเพื่อนชายไว้ได้ โดยยอมรับว่า อาวุธปืน ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า จากการตรวจค้นพบอาวุธ ไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ตามที่กล่าวจริง ซึ่งปืนกระบอกดังกล่าวไปซื้อต่อจากเพื่อน วินจยย.รับจ้างเดียวกัน ราคา 1,500 บาท ภายหลังนั้นจึงคุมคัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดี
สาวห้าง โวยโดนหมายจับทั้งที่ไม่ได้ทำผิด จ่อยื่นหน.ขอความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่อข่าวประจำเมืองพัทยา รับการเปิดเผยจาก น.ส.พันนิภา สามหมอ อายุ 27 ปี 45 ม.5 ต.โพธิ์ไชย อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยญาติๆ ว่า ตนเองนั้นได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปรามปราบ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ. นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.2บก.ป. นำโดย พ.ต.ท. อรรถพล พายประทีป สว.กก.2 บก.ป. ถือหมายศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.52/2547 ลงวันที่ 14 ม.ค.2547 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืน ซึ่งตอนนั้นตนกำลังทำงานอยู่ที่ชั้น 2 ของห้างแห่งหนึ่ง สาขาสำโรง จึงทำให้ตนเองนั้นตกใจมากเนื่องจากตนเองไม่เคยก่อเหตุแต่อย่างใด แต่ด้วยความบริสุทธิ์ใจจึงได้แสดงตัวยอมรับว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อในหมายจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการลงบันทึกจับกุมก่อนนำตัวมาส่ง ที่ สภ.เมืองพัทยา ซึ่งเบื้องต้นนั้นตนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และได้ติดต่อญาติทำเรื่องประกันตัว
น.ส.พันนิภา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นทำให้ตนถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแม่ของตนนั้นทราบข่าวจึงได้ลงมาหาที่ สภ.เมืองพัทยา ทันที ซึ่งเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่อย่างไรจึงอยากจะร้องของความเป็นธรรมให้แก่ตนเอง อีกทั้งตนเองก็เคยมาเที่ยวที่เมืองพัทยาเมื่อปี พ.ศ 2546 และ พ.ศ.2547 บ่อยครั้งและในช่วงนั้นตนเองก็กำลังศึกษาอยู่ที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น โดยมีครั้งหนึ่งตนนั้นได้ทำบัตรประชาชนหาย และ ก็ได้ทำการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา พร้อมทั้งได้ดำเนินการทำบัตรประชนชนใหม่ในวันนั้นเลย หลังจากจบการศึกษาจึงได้มาทำงานอยู่ในเมืองสมุทรปราการ และก็ไม่ได้มาเมืองพัทยาอีกเลย จนมาถูกหมายจับตามหมายศาลจังหวัดพัทยา ดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้ตนเองคิดว่าจะไปปรึกษาผู้ใหญ่เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อมูลนิธิปวีณา ต่อไป



