
สนข.เร่งเครื่องรถไฟความเร็วสูง
'ยิ่งลักษณ์'กดปุ่มเดินเครื่องหัวเจาะอุโมงค์ลอดใต้เจ้าพระยา โครงการ 'รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน' สนข.เดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่
เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 24 ม.ค.2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเริ่มเดินเครื่องหัวเจาะอุโมงค์ “เจ้าพระยา" โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงสนามไชย - ท่าพระ สัญญาที่ 2 ณ สถานที่ก่อสร้าง CUT & COVER ท่าพระ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนให้ครอบคลุมพื้นที่กทม. และเชื่อมโยงกับโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีอยู่เดิม จะทำให้ระบบขนส่งมวลชนมีความสมบูรณ์ทั่วถึง มีประสิทธิภาพ ในการให้บริการประชาชนอย่างสะดวกสบาย ลดปัญหาการจราจรที่ติดขัด และลดปัญหาการใช้พลังงานน้ำมันจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค มีระยะทาง 16 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน ลักษณะทางวิ่งอุโมงคู่รางเดี่ยวในช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ ระยะทาง 5 กิโลเมตร มี 4 สถานี และทางวิ่งยกระดับช่วงท่าพระ-บางแค ระยะทาง 9 กิโลเมตร มีสถานียกระดับ 7 สถานี โดยเริ่มจากหัวลำโพงเป็นเส้นทางใต้ดินตามแนวถนนพระรามที่ 4 เข้าถนนเจริญกรุง ผ่านวังบูรพา เลี้ยวเข้าถนนสนามไชย จากนั้นจะเป็นอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาระยะทาง 2.6 กิโลเมตร เข้าสู่ถนนอิสรภาพซอย 23 เปลี่ยนเป็นทางยกระดับเข้าแยกท่าพระไปสิ้นสุดที่วงแหวนรอบนอกถนนกาญนาภิเษก ภายหลังทำพิธีกดปุ่มเปิดหัวเจาะอุโมงค์แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินลงไปตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการบริเวณหัวเจาะอุโมงค์
สนข.เร่งเครื่องรถไฟความเร็วสูง
นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยภายหลังงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 โครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2556 ว่าการศึกษาโครงการระยะที่ 1 จะแล้วเสร็จประมาณกลางปีนี้ จากนั้นประมาณเดือนกันยายนรัฐบาลจะเปิดประกวดราคาแบบนานาชาติ เพื่อคัดเลือกระบบรถไฟความเร็วสูงว่าจะใช้ระบบของประเทศใด และจะดำเนินการก่อสร้างในช่วงต้นปี 2557 คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการช่วงปี 2561-2562 ส่วนระยะที่ 2 เส้นทางพิษณุโลก-เชียงใหม่นั้น จะทยอยก่อสร้างโดยไม่ให้ระยะเวลาห่างกันเกิน 2 ปี
สำหรับแนวทางการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ มีระยะทาง 680 กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ 3.87 แสนล้านบาท มีสถานีรวม 12 แห่ง ใช้ความเร็วเฉลี่ยที่ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือใช้เวลาเดินทางเพียง 3 ชั่วโมง โดยสามารถขนส่งผู้โดยสารได้ประมาณ 800 คนต่อเที่ยว ค่าโดยสารเฉลี่ยกิโลเมตรละ 2.50 บาท หรือไม่เกิน 2,000 บาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ระบบรถไฟความเร็วสูงของไทยจะได้ผู้ผลิตระบบรถไฟความเร็วสูงมากกว่า 1 ผู้ผลิต คือ อาจมีผู้ผลิตระบบรถไฟความเร็วสูงทั้งจากจีนและญี่ปุ่น แต่ระบบรถไฟความเร็วสูงจะเป็นระบบเดียวกันตามมาตรฐานที่ไทยกำหนด และการประกวดราคาครั้งนี้อาจจะมีเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย



