
ชาวบ้านเลขที่ 111 ร่วมรำลึกยุบทรท.ครบ 2 ปี
บ้านเลขที่ 111 อภิปรายรำลึกยุบทรท.ครบ 2 ปี ยันพรรคการเมืองสำคัญสุดในระบอบปชต. เชื่อ สู้อีกไม่นาน อมาตยาธิปไตย ล่มสลาย อ๋อย แนะจับตาพธม.ตั้งพรรค ด้าน คณิน ยุ เกลือจิ้มเกลือ แก้รธน. 50 ให้ส.ส.ไม่สังกัดพรรค
(30พ.ค.) เวลา 14.00 น.ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ สถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย จัดการอภิปราย เนื่องในโอกาสครบ 2 ปียุบพรรคไทยรักไทย ในหัวข้อ “พรรคการเมืองไทยสิ่งจำเป็นหรือส่วนเกินในระบอบประชาธิปไตย” มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายนิกร จำนง อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 2540 นายธีระ สุธีวรางกูร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวิทยากรโดยมีนายจอม เพชรประดับ เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมกันนี้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทยส่วนหนึ่งเข้าร่วม เช่น นายจำลอง ครุฑขุนทด นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก นพ.ทศพร เสรีรักษ์ รวมถึงพล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามมีผู้เข้าร่วมงานค่อนข้างบางตา
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย กล่าวเปิดงานว่า การยุบพรรคไทยรักไทยยุบโดยอาศัยกลไกที่คณะรัฐประหารได้ตั้งขึ้น รวมถึงมีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกับกรรมการบริหารพรรค 5 ปี โดยการลงโทษย้อนหลัง จากนั้นมีการนำประเด็นดังกล่าวไปบรรจุใส่ในรัฐธรรมนูญปี 2550 ทำให้มีพรรคการเมืองที่ถูกยุบอีก 3 พรรคอย่างชอบธรรมภายใต้รัฐธรรมนูญทั้งที่เรื่องดังกล่าวถือว่าขัดต่อหลักนิติธรรมเป็นอย่างยิ่ง
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ 2 ประเด็นคือ การที่พรรคการเมืองถูกทำลาย จนระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ ทำให้ผู้ต่อสู้ตามระบบประชาธิปไตยรู้สึกว่าคาดหวังกับระบบการเมืองน้อยลง และบางส่วนเห็นว่าจะต้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาพรรคการเมืองอีก ซึ่งทุกวันนี้ได้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นแล้ว อีกประเด็นกลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวนอกสภาอย่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีมติที่จะจัดตั้งพรรคการเมือง ทั้งที่ก่อนหน้านี้กลุ่มพันธมิตรฯ มีอุดมการณ์การและนโยบายที่ชัดเจนในการปกป้องรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มีแนวทางการทำลายพรรคการเมือง รวมถึงยังได้เสนอแนวคิดการเมืองใหม่ ซึ่งการเมืองใหม่ได้ต่อต้านระบบพรรคการเมืองอย่างเปิดเผย แต่ขณะนี้กลุ่มการเมืองนี้กำลังจะก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้น ตนขอถามว่ากลุ่มพันธมิตรฯต้องการที่จะใช้ประโยชน์อะไรจากการดำเนินการทางการเมืองหรือไม่ ซึ่ง เรื่องนี้ต้องมีการศึกษาและค้นคว้ากันต่อเพื่อไม่ให้มีการทำลายระบบพรรคการเมืองมากไปกว่านี้
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า พรรคการเมืองเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ถ้าขาดกลไกนี้ประชาธิปไตยจะเดินต่อไปไม่ได้ ส่วนที่บอกว่าคนที่อยู่ในวงการเมืองมีแต่คนเลวนั้นไม่จริง เพราะในทุกแวดวงอื่น หรือบุคคลที่มาจากแวดวงศาลก็มีที่คนเลวและดีปะปนอยู่เช่นเดียวกัน ดังนั้นจะมาเหมารวมไม่ได้
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการซื้อเสียง จะลงโทษคนทำผิดขั้นประหารชีวิตก็แล้วแต่ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะทำให้เป็นเหตุแห่งการยุบพรรค การยุบพรรคต้องเป็นกรณีร้ายแรง การยุบพรรคง่ายๆ คนที่เสียหายคือประเทศและประชาชน สำหรับพรรคน้องใหม่ จะชื่อเทียนแห่งธรรมหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนอยากให้เข้ามาสู้กันในระบอบรัฐสภา เป็นเรื่องที่ดี แทนที่จะไปสร้างปัญหานอกสภา เป็นไปได้เปิดพรรคเมื่อไหร่จะให้คนเอาดอกไม้ไปมอบให้ ตนไม่ว่าท่านกลืนน้ำลายหรือตระบัดสัตย์ตนมองว่าเป็นสิ่งดี การเสนอตัวต่อประชาชนเป็นสิ่งดี ถ้าบอกว่าการเมืองเป็นสิ่งเลว คนดีเข้ามาก็ถูกบอกว่าเลว แล้วคนดีที่ไหนอยากจะเข้ามา ดังนั้นจึงเห็นด้วยกับการเสนอตัวต่อประชาชนผ่านพรรคการเมือง เพื่อให้ประชาชนตัดสินในขั้นสุดท้ายว่าไว้ใจได้หรือไม่ ไม่มีเทวดา มีแต่ประชาชนเท่านั้นที่จะตัดสินว่าจะให้ใครเข้ามาใช้อำนาจอธิปไตย
ด้านนายนิกร ได้บอกเล่าเหตุการณ์ยุบพรรคชาติไทยโดยรู้สึกว่าเป็นเหยื่อของสถานการณ์ ซึ่งก็ไม่ว่ากันเพราะตอนนั้นคิดว่ามันเหมือนกับตายเพื่อให้ชาติอยู่รอดและก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่ตอนนี้ตนไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะวันนี้มีความรุนแรงมากเหลือเกิน จึงรู้สึกเหมือนกับตายฟรีเพราะสถานการณ์ไม่ได้จบ อย่างไรก็ตามตนอยากตั้งคำถามว่าคนที่ต่อต้านโจมตีพรรคการเมืองอย่างกลุ่มพันธมิตรฯ ทำไมถึงมาตั้งพรรคการเมือง แล้วจะให้เชื่ออะไรได้ นอกจากนี้หากมองพรรคการเมืองจำเป็นต้องมีแล้วทำไมถึงเกิดการยุบพรรคง่ายดาย หากเป็นอย่างนี้เราจะหาข้อสรุปได้อย่างไร ในทางรัฐศาสตร์ระบบการเมืองพรรคการเมืองเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่สะท้อนความต้องการของประชาชนผู้เดือดร้อน และผลของการยุบพรรคทำให้ตอนนี้ส.ส.ไม่กล้าเป็นกรรมการบริหารพรรค สะท้อนให้เห็นถึงความล่มสลายของระบบ
นายคณิน กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญปี 40 เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านมาไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้การเมืองวุ่นวายสับสน ไร้เสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งเป็นจุดบอดของประชาธิปไตย จึงต้องร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่โดยให้พรรคการเมืองเกิดความเข้มแข็ง และห้ามไม่ให้มีการยุบพรรคโดยง่าย เพราะถ้าองค์กรของประชาชนคือพรรคการเมืองไม่เข้มแข็งก็จะมีปัญหาตามมา ไม่ว่าที่ไหนในโลกล้วนต้องการรัฐบาลที่เข้มแข็ง เพื่อให้รัฐบาลเกิดเสถียรภาพ มีแต่นักวิชาการบางคนที่ต่อว่ารัฐธรรมนูญ ปี 40 ที่ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งเกินไป รวมทั้งมีคนที่พยายามทำให้ประชาชนเห็นว่านักการเมือง และพรรคการเมืองเป็นสิ่งเลวร้ายในสังคม ซึ่งตนมองว่าคนที่พูดเช่นนี้ไม่มีความรับผิดชอบ และต้องการทำให้การเมืองไทยล่มสลาย และวันนี้ก็ล่มสลายจริงๆท่ามกลางความแข็งแกร่งของระบบตุลาการ
นายคณิน กล่าวว่า ประชาธิปไตยคือลมหายใจของชาวรากหญ้า ดังนั้นประชาชนจะต้องสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยต่อไป เพราะขณะนี้ถือเป็นลมหายใจสุดท้ายของอมาตยาธิปไตยแล้ว อีกไม่ช้าระบอบอมาตยาธิปไตยก็จะสลายไป สังเกตได้จากความกระเสือกกระสนของกลุ่มคนบางกลุ่มที่จะให้ระบอบดังกล่าวคงอยู่ต่อไป ดังนั้นประชาชนอย่าเพิ่งท้อถอย ขอแนะนำให้ใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือ ถ้าแน่จริงให้แก้รัฐธรรมนูญไม่ให้ส.ส.สังกัดพรรคการเมือง เพราะการสังกัดพรรคการเมืองเป็นการต้อนส.ส.ไปอยู่ในคอกใต้ท็อปบู๊ทของเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งอำนาจจะตกอยู่กับคนเพียงกลุ่มเดียว
ด้านนายธีระ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นระบบประชาธิปไตยแต่ชื่อ แต่เนื้อหาสาระจริงยังมีการแย่งชิงอำนาจกันอยู่ระหว่างระบบอมาตยาธิปไตยและพรรคการเมือง ดังนั้นเวลานี้พรรคการเมืองจึงไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญมากนักในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ แต่ถามว่าเราจะยอมรับให้อมาตยาธิปไตยมาคัดง้างกับพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้าไม่ยอมจะต้องทำให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่มีความสำคัญของประเทศ โดยไม่ปล่อยให้พรรคการเมืองทำงานอย่างโดดเดี่ยว แต่เข้าไปมีส่วนร่วมกับพรรคการเมือง ในการต่อสู้กับอำนาจที่มาขัดขวางการเข้มแข็งของพรรคการเมือง



