
'UN'กับบทเพลงแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
นอกบ้านผ่านเมือง : ยูเอ็นกับบทเพลงแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
กลายเป็นเรื่องขึ้นมาจนได้ ถึงขนาดที่สหประชาชาติต้องรีบแถลงแสดงความเสียใจ และขออภัยกรณีปล่อยไก่ตัวโต ปล่อยให้มีการร้องเพลงที่ยกย่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ระหว่างงานคอนเสิร์ตการกุศลของสมัชชาสหประชาชาติเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา
อาการหน้าแตกเย็บไม่ติดของยูเอ็นครั้งนี้ มีขึ้นหลังจาก นายบัน คี มุน เลขาธิการยูเอ็น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูง ได้ยืนตัวตรงเพื่อเป็นเกียรติระหว่างที่นักร้องประสานเสียงชาวเซิร์บวง “วีว่า ว็อกซ์ คอร์” กำลังขับร้องเพลง “มาร์ช ทู เดอะ ดรีนา” โดยไม่สังหรณ์ใจแม้แต่น้อยว่า เพลงนี้เป็นเพลงชาติอย่างไม่เป็นทางการของทหารเซิร์บ ที่ร้องกันไปทั่วระหว่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวบอสเนียในเมืองเซเบรนิกา ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เมื่อปี 2538
การยืนตัวตรงของนายบัน เพราะหลงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพลงชาติ ทำให้ชาวบอสเนียหลายคนที่รอดชีวิตจากการสังหารหมู่ในครั้งนั้นต่างไม่พอใจและพากันประท้วงที่ปล่อยให้มีการบรรเลงเพลงนี้ ทั้งๆ ที่มีความหมายสื่อถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งขัดต่อหลักการของสหประชาชาติที่ต่อต้านการสังหารหมู่และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทุกรูปแบบ
ทั้งนี้ เพลง “มาร์ช ทู เดอะ ดรีนา” ซึ่งเป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดของบอสเนีย ไหลผ่านใจกลางเมืองเซเบรนิกา ได้ดัดแปลงจากเพลงชาติเก่า มีเนื้อหาสรรเสริญทหารของเซอร์เบียที่เสียชีวิตระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนกลายมาเป็นเพลงชาติของเซอร์เบียในเวลาต่อมา และทหารชาวเซิร์บได้ดัดแปลงเพลงชาตินี้ไปขับร้องเป็นเพลงระหว่างสังหารหมู่ผู้ชายและเด็กชายชาวมุสลิมบอสเนียกว่า 8,000 ศพ หรือบางกระแสว่าสูงถึงแสนคนในเมืองเซเบรนิกา ระหว่างสงครามยูโกสลาเวีย เมื่อปี 2535-2538 อีกกว่า 2.2 ล้านคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย
เนื้อหาของบทเพลงฉบับดัดแปลงใหม่มีการบรรยายถึงการสู้รบ "...ริมฝั่งน้ำอันเย็นยะเยือก หยาดโลหิตพร่างพราย ไหลหลั่งดุจท้องธารา"
อย่างไรก็ดี นายวุค เยเรมิค อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศเซอร์เบีย ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสมัชชาใหญ่ยูเอ็นคนปัจจุบัน และเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ กลับออกปากชมเพลง “มาร์ช ทู เดอะ ดรีนา" ด้วยความภูมิใจว่า เป็นเพลงที่ไว้อาลัยผู้เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมสังหารหมู่นอกเหนือจากยกย่องทหารชาวเซิร์บที่เสียชีวิตเช่นกัน ตัวเองอยากแบ่งปันให้โลกได้ร่วมรับรู้ถึงสารที่เรียกร้องความปรองดองระหว่างคนรุ่นนี้และคนรุ่นใหม่ในอนาคต
แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนให้ความเห็นว่า การสังหารหมู่ครั้งนั้น นับเป็นหนึ่งในความล้มเหลวของกระบวนการรักษาสันติภาพของยูเอ็นมากกว่า
--------------------
(นอกบ้านผ่านเมือง : ยูเอ็นกับบทเพลงแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)



