ข่าว

'เฉลิม'จ่อส่ง'ครูตชด.'ลงสอนเด็กภาคใต้

'เฉลิม'จ่อส่ง'ครูตชด.'ลงสอนเด็กภาคใต้

24 ม.ค. 2556

'เฉลิม' แจงสภาฯ เตรียมส่ง'ครูตชด.' ลงสอนเด็กภาคใต้ แก้ปัญหาขาดครู หลังครูใต้ตายรายที่158 ย้ำชัด'จูดี้'หาเสียงลดแผงจตุจักร ขึ้นเมล์-เรือ ฟรีเป็นนโยบาย ไม่ผิดกม.

                24 ม.ค.56 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามสด นายกฯ ต่อประเด็นการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัด และเสนอให้รัฐบาลใช้กระบวนการพูดคุยสันติภาพและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขณะนี้ไม่มีใครเชื่อว่า ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะลดลงได้ ทั้งนี้ ล่าสุดมีสถิติข้อมูลอย่างเป็นทางการ มีกลุ่มโจรแยกดินแดน จำนวน 9,822 คน อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ได้พยายามแก้ปัญหา ด้วยการนำมาตรา 21 ของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 มาบังคับใช้ แต่มีปัญหาคือ ในพื้นที่ที่นำพระราชกำหนดบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) มาใช้ ไม่สามารถนำ มาตรา 21 มาบังคับใช้ได้ ทั้งนี้ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ รัฐบาลมีแนวคิดที่จะนำวิธีการพูดคุยสันติภาพมาใช้หรือไม่ เพราะในหลายประเทศซึ่งมีความขัดแย้งในลักษณะดังกล่าว เช่น ไอร์แลนด์เหนือ แอฟริกา ได้ใช้กระบวนการพูดคุยสันติภาพและประสบความสำเร็จ

               “กระบวนการพูดคุยสันติภาพอาจเริ่มจากลุ่มเล็กๆ ไม่ใช่ให้รัฐไปคุย หรือ รองนายกฯไปคุย เพราะจะเกิดความไม่ไว้วางใจ และการพูดคุยนั้นต้องไม่ใช่การเจรจาต่อรอง แต่เพื่อสร้างความเชื่อใจและหาข้อยุติของปัญหา เช่น การนิรโทษกรรมเพื่อวางอาวุธเป็นต้น” นายศุภชัย กล่าว

               ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ชี้แจงแทนนายกฯ ว่า ตนเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว แต่ตนเพียงคนเดียวไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ ตนจึงเดินทางไปประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือกับนายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของประเทศมาเลเซีย เช่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เบื้องต้นได้รับความร่วมมือการขึ้นทะเบียนผู้ใช้แรงงาน พนักงานเสิร์ฟในร้านต้มยำกุ้ง คิดทำเนียมเดือนละ 400 บาท โดยตนมองว่า หากพนักงานเสิร์ฟดังกล่าวมีรายได้ส่งเงินให้ครอบครัว และเมื่อครอบครัวมีเงิน และพนักงานเสิร์ฟมีงานทำ ก็จะไม่กลับมาเป็นเหยื่อของผู้ก่อการฯ อีก ทั้งนี้นายราจิบ แนะนำให้ตนหารือกับ ดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด ประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษ (รอยตะเข็บ) โดยตนได้รับการตอบรับให้เข้าไปพบช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย

               “ผมเตรียมที่จะประชุมเร็วๆ นี้ ถึงการปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพราะในบางพื้นที่ที่นำมาตรา 21 ของพรบ.ความมั่นคงมาใช้ แต่บางกรณีมีการออกหมายจับ ตาม ป.วิ อาญา ซึ่งมีผู้เสียหาย ดังนั้นการให้ผู้ต้องหา หรือนักโทษมามอบตัว เข้ารับการอบรม ไม่ถือเป็นเรื่องการเมือง เช่น เหตุฆ่าครูคนไทยมุสลิม ไม่ใช่อุดมการณ์ เป็นเรื่องไม่ควร ผมพยายามคิดหาความพอดี แต่การเข้ามาทำงาน 2 เดือน ยังกำหนดประเด็นในแนวทางไม่ได้ ช่วงเช้ามีนักข่าวมาสัมภาษณ์ ว่าจะแก้ปัญหาครูใต้อย่างไร ผมบอกว่าต้องรักษาหลักการเดิม และได้คุยกับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เขาบอกว่าในอดีต มีครู ตชด. ในพื้นที่พรรคคอมมิวนิสต์ และขณะนี้มีครูตชด. อยู่ 1,227 คน ผมกำลังสั่งผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนว่า ให้เตรียมกำลังไว้หากไปสอนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้และในพื้นที่ 4 จังหวัดสงขลา แต่ผมตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องถามฝ่ายปกครอง และฝ่ายการศึกษาว่ายอมรับได้หรือไม่ หากเขาตกลง จะส่งครู ตชด. ลงไปในพื้นที่ทันที” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

               นายศุภชัย ถามต่อว่า นอกจากที่จะนำครู ตชด.ไปสอนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ขอเสนอให้พิจารณานำครูมุสลิม ที่สอนอยู่ในจังหวัดอื่นๆ กลับไปสอนในพื้นที่ภาคใต้ด้วย ทั้งนี้ตนเสนอให้รัฐบาลใช้แนวทางการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) เหมือนที่รัฐบาลสมัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยใช้เมื่อปี 2548 มาพิจารณาหรือไม่ เพื่อให้บุคคลภายนอกมาร่วมแก้ปัญหา แทนที่รัฐบาลจะแบกภาระไว้เอง โดยตนขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์ โดยมี นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน นายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายสุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ มาร่วมทำงานแก้ปัญหา

               รองนายกฯ ตอบว่า ตนจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปหารือกับคณะทำงาน รวมถึงการแก้ไขปัญหาการบังคับใช้ มาตรา 21 ของ พรบ.ความมั่นคงด้วย

               
 

รับหนักใจแก้ปัญหายาก หลังครูใต้ตายรายที่158

               ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการเสียชีวิตของครูในพื้นที่ภาคใต้เป็นรายที่ 158 ว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. พบว่า ครูที่เสียชีวิตเป็นคนไทยมุสลิมที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม คงต้องปรับแนวทางการดูแลครูแต่จะปรับอย่างไรก็ต้องประชุม ศปก.กปต.ก่อน เพราะยังมีช่องว่างจนทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก ซึ่งการที่ตนไปเยือนมาเลเซียก็ได้หารือลึกในรายละเอียดแต่พูดไม่ได้จึงหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่คงไม่รวดเร็ว ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้ครูเกิดความมั่นใจในความปลอดภัยนั้น ตนเห็นว่าน่าจะย้อนกลับไปใช้วิธีการเดียวกับสมัยที่มีปัญหาคอมมิวนิสต์ หรือ ผกค.โดยใช้ตำรวจชายแดนเป็นครู เนื่องจากใช้อาวุธได้ ไปไหนมาไหนได้ ซึ่งก็จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กอ.รมน. และผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่เป็นคนละส่วนกับแนวคิดที่เคยมีการเสนอให้ทหารไปเป็นครู เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ เชื่อว่าการใช้วิธีการนี้จะไม่กระทบกับครูที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ เพราะเพียงแค่ไปช่วยงานเท่านั้น

               ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า หากไม่มีการปรับเปลี่ยนแต่ปล่อยให้เหตุการณ์เดินหน้าไปก็จะเกิดความสูญเสียต่อเนื่องรายวัน ดังนั้นต้องมีผลที่เป็นรูปธรรมออกมาแก้ปัญหา โดยเบื้องต้นได้หารือกับเลขาธิการ สมช.แล้วก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้และเห็นว่าควรให้ไปแบบลับๆ แตกต่างจากตนที่คิดว่าควรไปแบบให้รู้เลยและตนยังไม่เห็นว่า หากจะมีการเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยเพื่อสร้างขวัญกำลังใจครูอย่างไร ก็คงไม่มีประโยชน์ หากในพื้นที่ยังไม่มีความปลอดภัย ทั้งนี้ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจะเน้นให้ตำรวจเข้าไปดูแลพื้นที่ที่เกิดความไม่สงบ โดยได้รับรายงานว่า ในแต่ละจังหวัดจะมีพื้นที่อันตรายประมาณ 15-20% ซึ่งจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเพิ่มในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่มีปัญหารวม 6,000 อัตรา ที่มีการรับใหม่จากคนในพื้นที่เพิ่มเข้าไป และหวังว่าเมื่อตำรวจเหล่านี้ลงพื้นที่แล้วจะช่วยอุดช่องว่างได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้จะหารือกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ให้พิจารณาพื้นที่อ่อนไหวในการปรับเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติมด้วย และตนยังเปลี่ยนวิธีการใหม่ด้วยการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดพื้นที่เอาชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อส. ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สารวัตรกำนัน ช่วยกันดูแลแบบทำตารางว่าจังหวัดไหน อำเภอไหนมีปัญหาบ้าง ซึ่งแนวทางที่จะปรับเปลี่ยนไปคือจะให้ฝ่ายปกครองเข้าไปมีบทบาทมากขึ้น แต่ไม่ได้ลดบทบาทของฝ่ายทหารลง โดยถือว่าต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่เพราะกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ที่รู้จักพื้นที่ดีที่สุด แต่ที่ผ่านมายังไม่มอบบทบาทเด่นให้คนเหล่านี้เพิ่งจะเริ่มได้ 2 สัปดาห์เท่านั้น

               ส่วนแนวคิดที่จะให้ปืนกลกับผู้ใหญ่บ้านและกำนันในพื้นที่ภาคใต้ เพราะคนร้ายมีอาวุธสงครามในขณะที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีแค่ปืนลูกซองนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงต้องพิจารณาว่าพื้นที่ไหนอันตรายมากๆ จะต้องปรับปรุงเรื่องอาวุธ ขณะเดียวกันต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณาพฤติกรรมของคนที่จะได้รับอาวุธไปด้วย เพราะยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นดาบสองคมอาจมีการเอาไปขาย ซึ่งจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสมไม่ได้แจกทั้งหมด โดยผู้พิจารณาคือนายอำเภอสามารถดำเนินการได้เลยโดยพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องออกกฎกระทรวงหรือแก้กฎหมายเพราะปัจจุบันก็มีปืนลูกซองอยู่แล้ว รวมถึงไม่ต้องเพิ่มงบประมาณสนับสนุนด้วย เนื่องจากสามารถปรับได้ เพียงแต่เปลี่ยนอาวุธเท่านั้น ทั้งนี้ยังมองผลทางจิตวิทยาจากการใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นคนในพื้นที่เพราะหากเกิดเหตุสูญเสียขึ้นมาก็จะทำให้ผู้ก่อความไม่สงบสูญเสียมวลชน แตกต่างจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ถูกยิงตาย

 

ย้ำชัด"จูดี้"หาเสียงลดแผงจตุจักร ขึ้นเมล์-เรือ ฟรีเป็นนโยบาย ไม่ผิดกฎหมาย

               ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ขอให้ผู้สมัครหาเสียงภายใต้ขอบเขตของกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของ กทม.ว่า ทางพรรคก็ต้องระมัดระวัง แต่การหาเสียงของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครของพรรคยังไม่มีส่วนใดที่เกินเลยขอบเขตของกฎหมาย เพราะหาเสียงจากนโยบายของพรรค แม้ว่าสิ่งที่ พล.ต.อ.พงศพัศ หาเสียงจะเป็นอำนาจของกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าเช่าแผงค้าตลาดนัดจตุจักร หรือการให้ประชาชนขึ้นรถโดยสารฟรี นั่งเรือข้ามฟากฟรี นั้น เป็นเรื่องนโยบาย ไม่ได้เป็นการหาเสียงโดยผิดกฎหมาย จึงได้เน้นมาโดยตลอดว่าหากอยากให้ กทม.ก้าวหน้าก็ต้องเลือกผู้ว่าฯ กทม.พรรคเดียวกับรัฐบาลและหาก พล.ต.อ.พงศพัศ ได้รับเลือกก็จะมาผลักดันผ่านรัฐบาลเพื่อขอเงินอุดหนุน ซึ่งมีการศึกษาแล้วว่าเป็นไปได้ ทั้งเรื่องงบประมาณว่าจะนำมาจากไหน ดำเนินการในส่วนใดบ้าง จึงไม่เข้าข่ายใช้อำนาจรัฐไปสนับสนุนการหาเสียงของ พล.ต.อ.พงศพัศที่จะทำให้ได้เปรียบคู่แข่งทางการเมืองจนเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่าการทำงานต้องคู่ขนานกันระหว่างท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง

               เมื่อถามว่า หากผู้ว่าฯ กทม.เป็นคนจากพรรคการเมืองอื่น รัฐบาลจะให้การสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้า ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็นให้เสนอมายังรัฐบาลเพราะรัฐบาลก็จะให้การสนับสนุนเช่นเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนของพรรคเดียวกันเท่านั้นแล้วรัฐบาลจึงจะให้การสนับสนุน แต่การหาเสียงก็ต้องให้ประชาชนเห็นถึงจุดแข็ง เหมือนกับที่มีการหาเสียงว่าให้เลือกผู้ว่าฯ กทม.คนละพรรคกับรัฐบาลเพื่อคานอำนาจนั้นก็ไม่มีทฤษฎีการเมืองใดรองรับ เพราะผู้ที่จะคานอำนาจรัฐบาลคือฝ่ายค้าน ส่วนคนที่จะคานอำนาจผู้ว่าฯ กทม.คือ สก.ไม่ใช่ผู้ว่าฯ กทม.จะมาคานอำนาจรัฐบาล

               “ ไม่ได้กังวลว่า พรรคเพื่อไทยจะได้รับผลกระทบจนถูกยุบ หากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการหาเสียงเกินขอบเขตของกฎหมาย เพราะหากถูกยุบก็ตั้งพรรคใหม่ได้ และวันที่ 25 ม.ค.ในการปราศรัย ผมก็จะหาเสียงตามเดิมคือ เน้นในเรื่องของการทำงานแบบ “ไร้รอยต่อ” กับรัฐบาลต่อไป เพราะศึกษามาก่อนแล้วว่าไม่ผิดกฎหมาย เชื่อว่า พล.ต.อ.พงศพัศ จะชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างแน่นอน " ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว