ข่าว

'อภิสิทธิ์'แจง'สุเทพ'ถกประโยชน์ประเทศ

'อภิสิทธิ์'แจง'สุเทพ'ถกประโยชน์ประเทศ

24 ม.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' แจง 'สุเทพ' ไปกัมพูชาถกประโยชน์ประเทศ บี้ 'รบ.' ตอบ 'ปู-แม้ว' มีผลประโยชน์ธุรกิจพลังงานหรือไม่ ระบุเสียใจเหตุครูใต้ถูกยิง วอนทุกหน่วยงานปรับแผน

                        24 ม.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel กล่าวถึงท่าทีนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.การต่างประเทศ ที่หยิบคำพูดของสมเด็จฯฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชามาแถลงข่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าหดหู่มาที่รมว.ต่างประเทศของไทย มาทำหน้าที่เป็นโฆษกให้กับรัฐบาลของอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นคู่พิพาทในคดีเกี่ยวกับดินแดนในศาลโลก โดยแถลงโจมตีรัฐบาลไทยในรัฐบาลชุดที่แล้ว ทั้งๆที่ความจริงคนที่เป็นรมว.ต่างประเทศไม่น่าจะขาดสำนึกว่า หน้าที่ของตนคืออะไร กลายเป็นว่า รัฐบาลและรมว.ต่างประเทศห่วงแต่เรื่องของประเด็นทางการเมือง โต้ตอบกล่าวหา มากกว่าการปกป้องประโยชน์ของประเทศ

                        "ที่น่าแปลกคือ เวลาที่เขากล่าวหาประเทศไทยไปรุกรานอธิปไตย เราไม่ตอบโต้ แต่เวลาเขาด่ารัฐบาลไทยกลับเอามาขยายความ จึงไม่รู้ว่าตกลงเป็นโฆษกรัฐบาลกัมพูชา หรือเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย แล้วอย่างนี้จะให้คนมั่นใจได้อย่างไรว่า จะ ไปต่อสู้กับกัมพูชาในศาลแล้วจะอยู่ข้างไหน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                        นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนเอกสารแถลงการณ์ของสมเด็จฯ ฮุนเซน ที่นายสุรพงษ์นำมาเปิดเผย โดยระบุว่า รัฐบาลตนโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯในขณะนั้นได้ไปพูดคุยกับกัมพูชาเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางทะเล นั้น แถลงการณ์ดังกล่าวไม่มีอะไร แต่กัมพูชามีการลักไก่เท่านั้น ความจริงแล้ว การเดินทางไปของนายสุเทพ 2 ครั้งนั้นเป็นการเจรจานอกรอบ เพื่อนำมาพิจารณาประกอบในการทำกรอบการเจรจาตามมาตร 190 เมื่อเห็นว่าเราเสียเปรียบ มติครม.ก็ยกเลิก MOU 44 และการที่นายสุเทพเดินทางไปเมืองคุณหมิงก็ไปร่วมงานประชุมนานาชาติที่จีนจัดขึ้น โดยทางกัมพูชาก็ส่งคนไปรับแต่ไม่ได้มีการพูดกันในเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงชัดเจนว่า พวกตนไม่มีผลประโยชน์ ในทางกลับกันนายสุรพงษ์ควรต้องตอบให้ได้ว่า รัฐบาลโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ,รัฐมนตรี หรือผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ เจรจาเรื่องนี้ดังกล่าวหรือไม่และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีผลประโยชน์ทางธุรกิจพลังงานหรือไม่

                        “ นายสุรพงษ์ มีงานอื่นที่ควรจะไปทำมากกว่านี้ นอกเหนือจากการสู้คดี ที่จะต้องไปทำอย่างจริงจัง แล้วไม่ใช่กลายเป็นว่ากัมพูชาพูดอะไรไปเออ ออ ห่อหมกกับเขาหมด แม้กระทั่งเขาบอกว่า ดินแดนของเราเป็นของเขาก็ยังไปเออ ออ กับเขา แล้วจะไปชนะคดีได้ยังไง ดังนั้นควรไปตั้งหลักใหม่ และขณะนี้มีงานต่างประเทศหลายเรื่องที่รัฐมนตรีจะต้องมีบทบาทสำคัญ ผมก็ไม่เห็นเดินหน้าทำเลย เช่น อินโดนีเซียออกประกาศห้าม เราส่งทุเรียนออกไปอินโดนีเซีย หรือจำกัดโควต้าลำไย เรื่องนี้ นายสุรพงษ์ทราบหรือไม่ หรือในเรื่องที่ประเทศไทยต้องไปแข่งขันในการที่จะเป็นเจ้าภาพงาน World Expo ปี 2020 ซึ่งสัปดาห์ฟหน้าผู้ที่เขามีหน้าที่ในการคัดเลือกว่าจะให้ประเทศไหนเป็นเจ้าภาพจะเดินทางมาประเทศไทย นายสุรพงษ์ได้เตรียมหน่วยงานต่างๆ ให้ไปช่วยดูแล พูดจาให้เกิดความประทับใจ ที่จะทำให้เราเป็นเจ้าภาพมากน้อยแค่ไหน ไปทำหน้าที่ของตนเองดีกว่าครับ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

'อภิสิทธิ์'เสียใจเหตุครูใต้ถูกยิง-วอนทุกหน่วยงานปรับแผน

 

                        นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel เกี่ยวกับการสูญเสียครูจากเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวครู และขอเป็นกำลังใจให้ครูทุกท่านที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ โดยอยากขอให้หน่วยงานต่างๆ ต้องเร่งหารือ ติดตามปรับแผนอยู่ตลอดเวลา เพราะการกระทำครั้งนี้อุกอาจมาก

 

'อภิสิทธิ์-สุเทพ'ส่งทนายฟ้อง'ธาริต'

 

                       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มอบอำนาจให้นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานเป็นร่วมกันเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน กระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 90 , 157 ,200

                       โดยคำฟ้องระบุฟ้องว่า เมื่อเดือน ก.ค.2554 - 13 ธ.ค.2555 จำเลยที่ 1-4 ในฐานะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ทำการสอบสวนและตั้งข้อกล่าวหาโจทก์ทั้งสองโดยผิดกฎหมายว่า สั่งฆ่าประชาชนโดยเจตนาเล็งเห็นผล จากกรณีที่ศอฉ.เข้ากระชับพื้นที่ เพื่อขอพื้นที่คืนจากกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างเดือน มี.ค.- พ.ค.2553 ที่บริเวณถนนราชดำเนินและแยกราชประสงค์ และในหลายพื้นที่ใน กทม. - เขตปริมณฑล และสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศโดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งพวกจำเลยรู้ดีว่าการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เป็นการชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เกินกว่าขอบเขตรัฐธรรมนูญ ก่อการร้าย ก่อการจลาจล สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน กระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ ขณะที่การปฏิบัติหน้าที่ของ ศอฉ.เป็นการกระทำในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ก็เพื่อให้เกิดความสงบสุขขึ้นในบ้านเมืองและไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่งคงของประเทศ โจทก์ทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ มาตรา 17

                       ดังนั้นการที่จำเลยทั้งหมด ดำเนินการสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหานั้น จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยรู้ดีว่าผู้ชุมนุมเป็นผู้ก่อความไม่สงบในบ้านเมือง โยจำเลยที่ 1 ในฐานะอธิบดีดีเอสไอ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์รุนแรงและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกลุ่ม นปช. ชุมนุมระหว่างเดือน พ.ย.2552 - พ.ค.2553 โดยละเอียดแล้ว มีความเห็นว่า การกระทำกลุ่ม นปช.มีความผิดฐานก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1-3 และได้รวบรวมสำนวนคดีส่งอัยการ กระทั่งมีการยื่นฟ้องคดีกับกลุ่มแกนนำ นปช.และพวกในข้อหาก่อการร้ายไปแล้ว

                       ขณะที่จำเลยทั้งสี่ ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนโจทก์ทั้งสองคดีดังกล่าว เนื่องจากโจทก์ทั้งสองถูกจำเลยกล่าวหาว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือกระทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ในการบริหารราชการแผ่นดินหรือตามกฎหมาย เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นหากจะมีการกล่าวโทษจะต้องเป็นข้อกล่าวหาโจทก์ว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งอำนาจการสอบสวนและการชี้มูลความผิดเป็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 66 และรัฐธรรมนูญ  2550 มาตรา 250(2) และ มาตรา 275 และการที่พวกจำเลย สรุปสำนวนกล่าวหาโจทก์ โดยนำเอาคำสั่งศาลอาญาคดีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง มาโยงเป็นเหตุว่าโจทก์ทั้งสอง ออกคำสั่งโดยมีเจตนาเล็งเห็นผลฆ่านายพันนั้น ก็ไร้เหตุผล ขัดกับพยานหลักฐานและไกลเกินกว่าเหตุ เพราะคำสั่งศาลไม่ได้วินิจฉัยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่คนใดเป็นผู้ทำให้นายพัน เสียชีวิต

                       การกระทำของพวกจำเลย จึงเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ขัดข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย มีอคติ ยอมเป็นเครื่องมือของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ข้อกล่าวหาโจทก์ทั้งสอง และดำเนินการสอบสวนคดีตามคำชี้นำของแกนนำพรรคเพื่อไทยเพื่อทำลายล้างโจทก์ทั้งสองในทางการเมือง โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษทางอาญา ที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยสถานหนักด้วย

                       ทั้งนี้ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาในสารบบคดีดำหมายเลข อ.310/2556 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ วันที่ 29 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

                       ขณะที่นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความโจทก์ ระบุว่า การยื่นฟ้อง นายธาริต กับพวก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 200 ด้วยนั้นเป็นการฟ้องตามพฤติการณ์ที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้นว่ากระทำผิดในฐานะเป็นเจ้าพนักงานต่อการยุติธรรมด้วย ซึ่งอัตราโทษจะสูงกว่า มาตรา 157 ที่เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

 

'อภิสิทธิ์' แนะ 'รัฐบาล' หาทางลดความผันผวนค่าเงิน

 

                        นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงผลกระทบของผู้ส่งออกเนื่องจากการแข็งตัวของค่าเงินบาทว่า รัฐบาลต้องหาทางในการลดความผันผวน แต่ว่าถ้าเกิดแนวโน้มของตัวค่าเงิน อาจจะเป็นเพราะว่าเรายังเกินดุลบัญชีเดินสะพัดด้วย ซึ่งอาจจะมีเงินไหลเข้ามา ก็ต้องไปไล่ดูว่า ไหลเข้ามาด้วยเหตุอะไร อย่างไร แล้วก็ถ้ามันเป็นเรื่องของการไหลเข้ามาที่ผิดปกติ ก็อาจจะต้องมีมาตรการในการที่จะช่วยลดความผันผวน จะเป็นการแทรกแซง หรือการออกกฎกติกา ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่ว่าก็ต้องระมัดระวังว่า ไม่ไปกำหนดเป้าหมายว่า อัตราแลกเปลี่ยนควรจะอยู่ที่ไหน และต้องไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับความเชื่อมั่นคนที่เขาจะเอาเงินเข้า เงินออกว่า กลัวว่าเดี๋ยวเอาเงินเข้ามา แล้วเอาออกไม่ได้ หรือห้ามเอาเงินเข้า แล้วขาดความคล่องตัว ก็จะทำให้กระทบกับเงินทุนที่ไหลเข้าออกซึ่งเป็นตัวที่เป็นประโยชน์แล้วก็หล่อเลี่ยงกับเศรษฐกิจด้วย ก็ต้องหาความพอดีตรงนี้

                        เมื่อถามว่า ทั่วโลกที่กังวลกับเรื่องค่าเงินบาทในขณะนี้ คือการเข้าไปแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ตรงนี้จะเป็นปัจจัยด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนหยัด แนวทางการบริหารจัดการตามกฎหมายที่เรามี ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายฉบับที่เข้มแข็งพอสมควร ในการรักษาความเป็นอิสระ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา และตัวผู้ว่าการฯก็พยายามรักษาความเป็นอิสระตรงนี้เพราะเป็นวัฒนธรรมขององค์กร

 

'ปชป.' ปูดชื่อย่อ 'ท.' บงการย้ายคน ตจว. เข้าทะเบียนบ้านกทม.

 

                        นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่าขอเรียกร้องให้นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบในประเด็นที่พบว่ามีการย้ายประชาชนจากพื้นที่นอก กทม. เข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านในกทม. ทั้งที่บุคคลที่มีชื่อไม่ได้อาศัยอยู่จริง

                        หลังจากหารือ นายวัชระ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ข้อมูลดังกล่าวตนไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่มีแหล่งข่าวที่เคลื่อนไหวในแวดวงการเมืองระบุว่า มีการเตรียมย้ายชื่อบุคคลในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล. ภาคอีสาน และภาคเหนือเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกทม. โดยเฉพาะ กทม. ฝั่งธนบุรี และฝั่งตะวันออก เบื้องต้นจะมีการย้ายเข้ามาเพิ่มเขตละไม่ต่ำกว่า 3,000 คน

                        ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนี้คนบงการคือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตผู้ว่าฯกทม. หรือไม่ เพราะเคยมีอำนาจในกทม. มาก่อน นายวัชระ กล่าวปฏิเสธและระบุว่า คนที่บงการเบื้องหลัง คือ คนที่มีอักษรย่อ “ท.ทหาร” และมีเป้าหมายคือล้างอายการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ส่วน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ข้อเท็จจริงไม่มีอำนาจสั่งหน่วยงานทางปกครองของกทม. ได้ อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ตนจะไปตรวจสอบและแจ้งให้ทราบอีกครั้งสัปดาห์หน้า

 

'ส.ส.ปชป.' ซัด 'รัฐบาล' เมินแก้ปัญหาครูใต้ถูกยิง

 

                        นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ส.ส.นราธิวาส พร้อมนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ และนายณรงค์ ดูดิง ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่กลุ่มก่อความไม่สงบยิงนายชลธี เจริญชล ครูโรงเรียนบ้านตันหยง ม.4 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตภายในโรงอาหารต่อหน้าครูและนักเรียน เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา

                        โดยนายสุรเชษฐ์ กล่าวว่านายชลธี เป็นครูรายที่158 ที่ถูกยิงเสียชีวิต แต่ขณะนี้ก็ยังไม่เห็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะมีมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยของครู ซึ่งอยากให้รัฐบาลสร้างความมั่นใจว่าเหตุการณ์ยิงนายชลธี จะเป็นครูรายสุดท้าย เพราะหากรัฐบาลไม่สร้างความมั่นใจจะส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจ และกระทบต่อการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งประชาชนก็อยู่กันด้วยความหวาดกลัวไม่มีความหวังว่าจะปลอดภัย ขณะเดียวกันการนำคนนอกพื้นที่ไปเป็นครูที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์การเรียนการสอนก็จะทำให้เด็กจบการศึกษาโดยไม่มีคุณภาพ ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาด้วย

                        ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า ระยะเวลาเพียง 1เดือนมีครูถูกยิงมากกว่าสถิติที่ผ่านมา ซึ่งหน้าที่ของรัฐบาลต้องดูทุกปัญหาในประเทศไทย โดยเฉพาะปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ขณะนี้รัฐบาลก็ไม่ใส่ใจที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้รัฐบาลต้องมีมาตรการดูแลครู เช่น โครงการครูกลับบ้าน โดยการให้ครูย้ายกลับไปสอนในโรงเรียนใกล้บ้าน เพราะประชาชนในพื้นที่จะเป็นเกราะป้องกันให้ครูได้ รวมทั้งการปรับมาตรการครูปลอดภัย โรงเรียนปลอดเผา โดยการให้กองกำลังความมั่นคงไปประจำอยู่ในโรงเรียนและขึ้นตรงต่อโรงเรียน โดยให้อำนาจผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งการได้ ซึ่งหากทำไม่ได้ก็ต้องให้ประชาชนเป็นผู้เปลี่ยนรัฐบาล