
'บดินทร์'ยันไม่เลิกแต่ขอแยกตัว!
'เจ้าอาร์ต' แจงยังไม่เลิกเล่น ยันขอลุย แต่จะขอแยกตัวจากสมาคมไปซ้อมกับค่ายแบริ่ง โดยย้ายคู่จาก 'เจ้าเอ' ไปเล่นกับ 'เจ้าท็อป' แทน เนื่องจากทนความอึดอัดไม่ไหว
วันที่ 24 ม.ค. 2556 ความเคลื่อนไหวของวงการแบดมินตันไทย หลังจากที่ 'เจ้าอาร์ต' บดินทร์ อิสระ นักตบดาวรุ่งในประเภทชายคู่ ที่จับคู่กับ 'เจ้าเอ' มณีพงศ์ จงจิตร โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ในรอบปีที่ผ่านมา จนพุ่งขึ้นมาติดอันดับ 8 ของโลกในปัจจุบัน ได้สร้างความตื่นตะลึงให้วงการ ด้วยการประกาศเลิกเล่นกะทันหัน โดยให้เหตุผลว่ามีอาการบาดเจ็บนั้น ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา บดินทร์ ได้เดินทางไปยังที่ทำการสมาคมแบดมินตัน เพื่อพบกับ ศ.เจริญ วรรธนะสิน นายกสมาคม และนายสุรศักดิ์ ส่งวรกุลพันธ์ เลขาธิการสมาคม
หลังการเข้าพบ บดินทร์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าจะยังไม่เลิกเล่นทีมชาติแน่นอน ยังพร้อมที่จะรับใช้ชาติต่อไป แต่ได้หารือกับนายกและเลขาธิการสมาคมว่า จะไม่ขอฝึกซ้อมที่ค่ายสวนลุมพินีอีกต่อไป เนื่องจากมีความอึดอัดใจหลายๆ อย่าง โดยจะขอไปเริ่มต้นใหม่ จับคู่กับ ภควัฒน์ วิไลลักษณ์ ฝึกซ้อมที่ค่ายแบริ่ง เพื่อลงแข่งไต่อันดับโลกใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียดายหรือไม่ที่ต้องแยกกับ มณีพงศ์ จงจิตร ที่จับคู่กันทำอันดับโลกขึ้นมาสูงขนาดนี้ และมีโอกาสหรือไม่ที่จะกลับมาจับคู่กันอีกครั้ง "เจ้าอาร์ต" กล่าวว่า ไม่เสียดาย เพราะรู้สึกอึดอัดมาก อยู่ไม่ได้ และคงจะไม่กลับไปจับคู่กันอีกแน่นอน แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรติดใจกับทางมณีพงศ์
ส่วนเรื่องของการบาดเจ็บนั้น บดินทร์ ยืนยันว่า มีความสมบูรณ์ประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ โดยได้ นพ.ชนินทร์ จาก รพ.ศิริราช ดูแลใกล้ชิด สามารถฝึกซ้อมได้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงการให้สัมภาษณ์ของบดินทร์ กับเว็บไซต์ "สปอร์ต คลาสสิก" ว่า ที่ผ่านมาเจ้าตัวมีปัญหาและอึดอัดในการเก็บตัวที่สวนลุมพินี ทั้งการถูกผู้ฝึกสอนด่าด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการตัดชื่อออกจากการไปเล่นอาชีพกับสโมสรตังกัส ของอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 2-9 กันยายนนี้ โดยให้เหตุผลเรื่องการบาดเจ็บ ทั้งที่เจ้าตัวมั่นใจว่าหายดีแล้ว
ขณะที่ ศ.เจริญ เปิดเผยว่า บดินทร์ได้ชี้แจงว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเพียงแค่การเปรยว่าจะเลิกเล่น เนื่องจากน้อยใจ กังวล และสับสน กับอาการบาดเจ็บที่หมอนรองกระดูกใต้หัวเข่าข้างขวา ที่เรื้อรังมาตลอด ทั้งที่ใจจริงแล้วยังอยากที่จะเล่นต่อ ซึ่งก็ได้ให้กำลังใจให้เด็กสู้ต่อ และยืนยันว่าพร้อมที่จะให้การสนับสนุนต่อไป โดยได้แนะนำให้ไปรักษาตัวให้หายขาดเสียก่อน แล้วค่อยกลับมาฝึกซ้อมใหม่ เพราะหากยังฝืนไปเล่น อาจจะส่งผลกระทบในระยะยาวได้
"ส่วนเรื่องที่เจ้าตัวจะขอแยกคู่ ไปเล่นกับภควัฒน์แทนมณีพงศ์นั้น สมาคมถือเป็นสิทธิ์ของนักกีฬาที่สามารถเลือกได้ หากจะแยกไปเป็นนักกีฬาอิสระก็ไม่ขัดข้อง แม้จะเสียดายที่นักกีฬาจะต้องไปเริ่มต้นทำอันดับโลกกันใหม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ได้ชี้แจงให้เจ้าตัวรับทราบไปแล้ว"
ส่วนประเด็นเรื่องความอึดอัดของนักกีฬานั้น นายกสมาคมลูกขนไก่ กล่าวว่า ก็ถือว่ามีความเป็นไปได้ อย่างการถูกผู้ฝึกสอนดุด่า หรือตำหนินั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนกรณีที่ไม่ได้เดินทางไปเล่นลีกอาชีพที่อินโดนีเซีย ก็เพราะสมาคมกลัวว่าเดินทางไปแล้วจะเจ็บหนักขึ้น ไม่คุ้มต่อการแข่งขันรายการต่อๆ ไป ซึ่งมีผลต่อการสะสมคะแนนโลก ซึ่งทั้งหมดถือเป็นความหวังดีต่อตัวนักกีฬาเองทั้งสิ้น
ด้าน นายสุรศักดิ์ เผยว่า ในการหารือกันนั้น ได้ชี้แจงให้นักกีฬาเข้าใจว่า การตัดชื่อออกจากการไปเล่นอาชีพกับสโมสรตังกัส ที่ประเทศอินโดนีเซีย ที่นักกีฬาจะได้ค่าตัวคนละ 2 แสนบาท ไม่รวมส่วนแบ่งเงินรางวัลที่จะได้ร่วมกับทีมและสวัสดิการอื่นๆ ไม่ใช่เป็นการตัดตัวเพราะไม่อยากให้ไปเล่น แต่อยากให้นักกีฬามองในระยะยาวถึงความเสี่ยงว่า การเดินทางไปเล่นทั้งที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่นั้น เป็นความเสี่ยง เพราะการเล่นลีกอาชีพนั้นไม่มีผลต่ออันดับของนักกีฬา รวมถึงประเทศไทย ดังนั้นสมาคมจึงอยากจะให้นักกีฬาเซฟตัวเอง รักษาตัวให้หายขาดก่อนจึงค่อยกลับมาเล่นใหม่
"ประเด็นหนึ่งที่เด็กน้อยใจก็คือ การไม่ได้ไปเล่นอาชีพ ซึ่งสมาคมได้ชี้แจงว่าอยากให้รักษาตัวให้หายขาดก่อน และขอให้มองไปข้างหน้า ส่วนการรักษาตัวจะต้องใช้เวลานานขนาดไหนนั้น ในวันที่ 30 มกราคมนี้ หมอได้นัดดูอาการอีกครั้ง ก็คงจะมีความคืบหน้าเพิ่มขึ้น"
ส่วนการส่งนักกีฬาไปเล่นลีกอาชีพของอินโดนีเซียนั้น นายสุรศักดิ์ ยืนยันว่า ได้ส่งชื่อของ "ต้นน้ำ" นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร ไปเล่นกับ มณีพงศ์ จงจิตร ไปยังสโมสรตังกัสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนหลังจากนั้นคงต้องกลับมาเคลียร์ และดูกันเป็นระยะว่าสรุปเรื่องราวดังกล่าวกันอย่างไร



