ข่าว

จะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯกทม.คนต่อไป

จะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯกทม.คนต่อไป

24 ม.ค. 2556

จะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯกทม.คนต่อไป : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]

             เท่าที่สดับตรับฟังข่าวสาร การสนทนาพูดคุยกันถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม ซึ่งแม้ว่าจะมีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเกือบ 20 คนก็ตามที
 
             แต่เอาเข้าจริงแล้ว น่าจะเป็นการแข่งขันขับเคี่ยวชิงชัยของสองพรรคการเมืองหลัก ระหว่างผู้สมัครหมายเลข 9 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งลาออกจากราชการมาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม. ผู้สมัครหมายเลข 16 จากพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีผู้สมัครอิสระหมายเลข 17 นายสุหฤท สยามวาลา นักร้อง นักดนตรี ดีเจขวัญใจเด็กแนว คนรุ่นใหม่ในสังคมไซเบอร์ เป็นม้ามืด
 
             จริงอยู่ว่าในเชิงสถิติ ตัวเลขที่ผ่านมานั้น พรรคประชาธิปัตย์ผูกขาดผลการเลือกตั้งคว้าชัยชนะติดต่อกันถึงสามครามาแต่ปีพ.ศ.2547 ด้วยคะแนน 9 แสนกว่าเสียงทุกครั้ง ในขณะที่ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ด้วยคะแนน 6 แสนกว่าเสียงทุกคราวไปอีกเช่นกัน
 
             แต่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ไม่น่าจะเป็นเรื่องง่ายดายนักที่พรรคประชาธิปัตย์จะสามารถเอาชนะเหนือพรรคเพื่อไทยได้เหมือนเช่นที่ผ่านๆ มา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงตัวบุคคล ผลงานในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตลอดระยะเวลา 4 ปีของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร
 
             ความดังกล่าวอย่าว่าแต่ประชาชนคนภายนอกเลย แม้กระทั่งคนภายในเองก็มีข่าวความอึดอัด ลำบากใจออกมาให้เห็น แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ชิงประกาศตัวลงสมัครรับเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อนที่พรรคจะเริ่มกระบวนการเฟ้นหาตัวบุคคลส่งลงเลือกตั้งเสียด้วยซ้ำ
 
             กลายเป็นเรื่องน้ำท่วมปาก ตกกระไดพลอยโจนกันไป บีบคั้น บังคับให้ผู้คนจำต้องกล้ำกลืนฝืนทนเลือกโดยปริยาย หากไม่ต้องการเห็นการผูกขาดทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย กลัวเสื้อแดงจะรุกคืบเข้ามายึดครองเมืองหลวงของประเทศ
 
             อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถเอาชนะการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นอย่างง่ายดาย เฉกเช่นที่ใครบางคนเชื่อมั่นเหลือเกินกับกระแสของ พ.ต.ท.ทักษิณ-น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเสื้อแดง ถึงขนาดเย้ยหยัน ปรามาสถึงกระทั่งอ้างว่าต่อให้พรรคส่งเสาไฟฟ้าลงสมัครรับเลือกตั้งก็สามารถเอาชนะเหนือพรรคประชาธิปัตย์ได้
 
             คงเพราะคิดเช่นนั้นจริงๆ พรรคเพื่อไทยจึงส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ลงแข่งขัน ทั้งๆ ที่ปูมประวัติ ผลงานการรับราชการเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยในเชิงวิชาชีพอยู่ไม่น้อย กับความสามารถในเชิงประชาสัมพันธ์มากกว่าที่จะเป็นการสำแดงฝีไม้ลายมือในกิจการงานตำรวจ การปราบปรามอาชญากรรมจัดการกับอาชญากร
 
             เที่ยวรับฝากบ้านตามเทศกาลต่างๆ บ้าง เที่ยวแบกโลงศพบ้าง ฯลฯ ซึ่งก็น่ารักน่าชังดีหรอกหากไม่มีกรณีอื้อฉาวคราวถูกสื่อมวลชนกล่าวหาทำตัวราวกับเป็นเอเย่นต์อะไรบางอย่างบริการผู้บังคับบัญชาในอดีต
 
             เชี่ยวชาญช่ำชองเป็นพิเศษกับการนำเสนอตัวเองเป็นข่าวออกสื่อ ออกโทรทัศน์ ล่าสุดทำได้ถึงขนาดลืมความเป็นตำรวจ สวมวิญญาณโชเฟอร์ขสมก. ขับรถเมล์อวดโชว์โดยไม่รู้ว่ามีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สาธารณะหรือไม่ ทำผิดกฎหมายหรือเปล่า
 
             ตอนเป็นตำรวจก็งั้นๆ แต่ครั้นมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเท่านั้น ไอเดียแก้ปัญหาจราจรติดขัดกลับพรั่งพรูพุ่งกระฉูด อาสารับฝากบ้านคนกทม.ทั้ง 365 วัน นำเสนอนโยบายประชานิยม ลดแลกแจกแถมสารพัด
 
             พอถอดเครื่องแบบสีกากีออกไปกลายเป็นอีกคนที่ทำได้-ให้ทุกอย่าง อ้างแต่เรื่องไร้รอยต่อไม่มีช่องว่างการบริหารระหว่างรัฐบาลกับท้องถิ่นคือ กทม. การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะมีขึ้นจึงเป็นเรื่องที่สร้างความอึดอัด ลำบากใจให้แก่คนเมืองหลวงอยู่ไม่น้อยในการพินิจพิจารณาตัดสินใจเลือกใครมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไป โดยมิต้องกล้ำกลืนฝืนทน หรือหลับหูหลับตาลงคะแนน
 
             เบื่อคุณชายหน่ายพงศพัศ หลายคนกำลังจับตาม้ามืดอย่าง "สุหฤท" ด้วยความสนใจ

..........
(หมายเหตุ : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected])