
'รักติดจรวด'วัยต่าง40ปีแต่หัวใจเดียวกัน
'รักติดจรวด'วัยต่าง 40 ปี แต่หัวใจเดียวกัน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // ปัญญาพร สายทอง
คนที่อาศัยอยู่อพาร์ตเมนต์ย่านมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่างชินตากับภาพของ "หลุยส์ ฮิวเลอเลค" ชายชราชาวอเมริกันผมสีดอกเลา แต่ร่างกายยังกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว ขี่รถมอเตอร์ไซค์กินลมชมวิวกับภรรยาชาวไทย "ธนวรรณ ประเทศา" ที่วัยห่างกันเกือบ 40 ปี ไปทั่วเมืองขอนแก่นในช่วงเช้าและเย็นของแต่ละวัน พูดคุยเฮฮาหยอกล้อกันกะหนุงกะหนิง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่ดูเหมือนทั้งคู่จะไม่ทุกข์ร้อนใดๆ เลย
ในอดีตเมื่อเข้าสู่วัยสาวสะพรั่ง "ธนวรรณ" สาวสระบุรีที่ยังมองโลกสวยหรูตามประสาของคนเพิ่งผ่านพ้นชีวิตวัยรุ่นมาหมาดๆ มีงานทำในอาชีพกุ๊ก มีเงินใช้ และมีผู้ชายเข้ามาพูดคุย ที่สุดก็ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับสามีคนไทย ย้ายครอบครัวมาปักหลักในขอนแก่น มีลูกด้วยกัน 3 คน ปัจจุบันคนโตอายุ 17 ปี คนรอง 15 ปี คนเล็กอายุ 2 ปี และที่สุดชีวิตครอบครัวก็ต้องล้มเหลว เมื่อสามีไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
เมื่อเลือกเดินคนละทาง "ธนวรรณ" ตัดสินใจเลี้ยงลูกทั้งสามคนเอง ด้วยสองมือแม่ที่ถือตะหลิวทำงานเป็นกุ๊กในโรงแรมที่ขอนแก่น แม้จะอยู่ท่ามกลางกลิ่นอาหารอันโอชะ แต่บางวันเธอก็แทบไม่อยากกินอะไรเลย ทั้งเหงา เศร้าและเหนื่อยแทบขาดใจ
ในขณะที่ "หลุยส์" พนักงานบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่งที่อเมริกา หลังเกษียณก็ออกท่องเที่ยวใช้ชีวิตให้คุ้มค่านับจากนี้ และเมื่อมาเที่ยวในเมืองไทย เกิดติดอกติดใจในสภาพภูมิประเทศ น้ำใจ รอยยิ้มสยาม และสภาพอากาศที่ไม่เหน็บหนาวจนทรมาน เขาตัดสินใจเด็ดขาดตั้งแต่นาทีนั้นที่จะใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย
เฉกเช่นเดียวกับฝรั่งที่จะมาปักหลักใช้ชีวิตในเมืองไทย ส่วนใหญ่เลือกไปอยู่ที่ภูเก็ต หรือพัทยา ซึ่ง "หลุยส์" ก็เช่นกัน ตัดสินใจมาอยู่ภูเก็ตเมื่อ 9 ปีที่แล้ว และพรหมลิขิตให้พบรักกับสาวอุดร จนทำให้ต้องย้ายมาอยู่แดนอีสาน เมืองอุดรธานี ดินแดนที่ได้ยินได้ฟังมาว่าแสนจะแห้งแล้ง แต่เมื่อมาถึงเขากลับพบว่าน้ำใจของผู้คนอีสานช่างกว้างใหญ่ไพศาลกลบความแห้งแล้งของผืนดินไปได้ทั้งหมด
ที่สุดแล้วชีวิตรักกับสาวอีสานคนแรกก็ไปไม่ตลอดรอดฝั่ง "หลุยส์" เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าออกจากอุดรแต่เขาตั้งใจจะใช้ชีวิตที่อีสาน ดินแดนแห่งน้ำใจของผู้คน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็ไม่สูงนัก จึงมาเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ในขอนแก่น เลือกอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพราะสะดวกสบายมีครบทุกอย่าง
ชีวิตแต่ละวัน "หลุยส์" ท่องเที่ยวชมธรรมชาติไปในที่ต่างๆ ว่างก็เล่นอินเทอร์เน็ตเพื่อติดต่อสื่อสารกับเพื่อนกับญาติและดูข้อมูลข่าวสาร รวมไปถึงดูเว็บไซต์หาคู่ กระทั่งพบกับ "ธนวรรณ" เมื่อช่วงกลางปี 2555 ที่ชีวิตเคว้งไปพักหนึ่งในตอนแยกทางกับสามี แรกๆ รู้สึกกลัวไปหมด ขาดที่พึ่ง แต่พอเวลาผ่านไปก็เริ่มชินและปรับตัวได้ จึงเริ่มมองหาคนที่จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาทางใจ คนที่มีความอบอุ่นให้ชีวิต มาดูแลเติมเต็มให้กันและกัน จึงเข้ามาในเว็บไซต์ด้วยความรู้สึกอยากมีคนคอยปรึกษา ที่นี่ทั้งสองคนมีโอกาสพูดคุยทักทายกัน
จากจุดเริ่มต้นที่อาจจะมาจากความเหงา ต้องการใครสักคนเข้ามาร่วมเดินทางไปบนเส้นทางบั้นปลายของชีวิต แต่สุดท้ายก็กลายมาเป็นความเข้าใจกันและกัน ห่วงใยและพัฒนากลายเป็นความรักขึ้นมาทีละน้อยจนมาเติมคำว่า "รัก" ในช่องว่างของชีวิต เต็มไปด้วยความสุขล้นในวันนี้
"หลังจากติดต่อกันทางอินเทอร์เน็ตได้สักพัก ก็นัดไปกินอาหารด้วยกัน ตอนเจอครั้งเเรกรู้สึกว่าเขาดูรู้สึกเฉยๆ ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่เราแอบคิดว่าน่าจะใจดีและน่าจะดูแลเราได้ ซึ่งตอนนั้นเริ่มรู้สึกแอบชอบเขาแล้ว นี่เป็นความรู้สึกแรกที่มองเห็นเขา แม้เขาจะอยู่ในวัยที่เกษียณไปแล้วแต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ ดูอบอุ่น เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากลองมาใช้ชีวิตคู่ด้วย"
ด้วยท่าทีนิ่งๆ ในวันนั้น "หลุยส์" กลับคิดว่ารู้สึกตื่นเต้นมากที่เจอหญิงคนที่เห็นปุ๊บถูกใจปั๊บ ยังบอกว่าตัวจริงไม่เหมือนในรูปเลย หลังจากนั้นก็ตกลงคบหากัน คุยกันประมาณ 2-3 เดือน ก็ลองมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันว่าจะมีปัญหาหรือไม่ เมื่อมาอยู่ด้วยกันชีวิตไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรมาก อยู่แล้วเป็นตัวของตัวเอง ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกันเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2555 เป็นงานเล็กๆ ไม่มีพิธีอะไรมาก เป็นงานเลี้ยงให้เพื่อนๆ ได้มาสังสรรค์กัน เพราะอยากทำให้ถูกต้องตามประเพณีไทย
"ส่วนที่ว่าชอบเขาที่ตรงไหนมากที่สุด ก็น่าจะเป็นความเป็นสุภาพบุรุษ ความรับผิดชอบ ดูแลเอาใจใส่และให้ความอบอุ่นของเขาทำให้เขาชนะใจของเราได้ ส่วนเขาบอกว่า ชอบเราที่ไม่แต่งหน้า หน้าตาท่าทางเป็นธรรมชาติไม่ต้องปรุงแต่ง เป็นตัวของตัวเอง เป็นเราในแบบที่เป็น และเขาก็เข้ากับลูกๆ ได้ ลูกเราเองก็ยอมรับในตัวสามีฝรั่งนี้เช่นกัน"
ทุกวันนี้ "ธนวรรณ" ลาออกจากงานประจำเพื่อจะได้มีชีวิตทุกนาทีกับ "หลุยส์" คู่ชีวิตแสนดีและอบอุ่น ซึ่งทุกวันนี้ก็ดูแลกันและกัน ไปไหนด้วยกันเสมอ บางครั้งก็ขับรถมอเตอร์ไซค์กินลมชมวิวไปเรื่อยๆ ไม่รีบเร่งอะไร พยายามทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เพราะคิดว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก ดังนั้นสิ่งไหนที่ทำได้ก็ต้องรีบทำ ควรใช้ชีวิตตัวเองให้คุ้มค่าและเก็บช่วงเวลาดีๆ เอาไว้ให้มากที่สุด
"กว่าครึ่งปีที่รู้จักกันมา ยังไม่เคยทะเลาะ หรือมีปัญหาอะไรกันเลย เพราะเขาเองก็เป็นผู้ใหญ่ ก็ต้องอาศัยความเข้าใจและความรัก หันหน้าเข้าหากัน มีปัญหาอะไรก็ต้องมาพูดคุยกัน เพราะสิ่งเล็กๆ จะเป็นบ่อเกิดของความไม่เข้าใจกัน แค่นี้ชีวิตคู่ก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องอาศัยอะไรมาหล่อเลี้ยงนอกจากความเข้าใจกันและกัน ในอนาคตวางแผนว่าอยากจะมีบ้านเปิดร้านขายของ เติมเต็มชีวิตครอบครัวนี้ให้สมบูรณ์ที่สุด"
.............................................
('รักติดจรวด'วัยต่าง 40 ปี แต่หัวใจเดียวกัน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // ปัญญาพร สายทอง)



