ข่าว

ชู'พลังเสือ-บารมีธรรม'หนุนท่องเที่ยวกาญจน์

ชู'พลังเสือ-บารมีธรรม'หนุนท่องเที่ยวกาญจน์

24 ม.ค. 2556

ชู'พลังเสือ-บารมีธรรม'หนุนท่องเที่ยวกาญจน์ : โดย...ธาริณี แพทย์เมืองจันทร์

               การดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 นั้น ทางจังหวัดได้ร่วมกับมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี, สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี, สำนักงานตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี และเครือข่ายชมรมผู้ประกอบการค้าจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี โครงการ "พลังเสือ บารมีธรรม ท่องเที่ยวกาญจน์สู่ AEC" โดยเข้าศึกษากิจกรรมวัดเสือ ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

               ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นการเปิดมุมมองใหม่เพื่อการกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวในศักยภาพของ จ.กาญจนบุรี ให้คงความเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในการเข้าชมและร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายในวัด การศึกษาเรียนรู้วิถีแห่งพุทธธรรม ในฐานะเขตอภัยทานกับความเป็นอยู่ของเสือที่มีความสัมพันธ์อันดีกับมนุษย์

               "อิสสระพงษ์ แทนศิริ" ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี เล่าว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมที่วัดจัดขึ้นเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจอีกกิจกรรมหนึ่ง ซึ่งมีอีกหลายคนที่มองว่าเสือเป็นสัตว์ที่ดุร้าย แต่ในทางตรงกันข้ามเสือที่อยู่ในความดูแลของวัดแห่งนี้ รู้สึกได้ว่ามันอยู่อย่างปลอดภัย พวกมันไม่ถูกทำร้าย แถมป้อนข้าวป้อนน้ำพวกมันมาตั้งแต่เล็กจนโต เสือจึงมองผู้คนเป็นมิตร ซึ่งพฤติกรรมต่างๆ ของเสือจะถูกควบคุมด้วยความเมตตา ด้วยการดูแลเอาใจใส่ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นว่าการที่เข้ามาท่องเที่ยวภายในวัดแห่งนี้เสือรู้สึกได้ว่ามันอยู่อย่างปลอดภัย ไม่ถูกทำร้าย สามารถสัมผัสได้ด้วยตัวเอง

               ทั้งนี้ เชื่อว่าวัดเสือแห่งนี้จะเป็นแม่เหล็กที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว จ.กาญจนบุรี ยิ่งไปกว่านั้นในการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่กำลังย่างเข้ามาในอีกไม่นานนี้ ก็จะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาสัมผัสสิ่งมหัศจรรย์ที่พระและคนสามารถอยู่ร่วมกับเสือได้อย่างสันติสุข จะสร้างเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ขณะที่ไทยจะต้องเตรียมความพร้อมสถานที่ท่องเที่ยวและการเรียนรู้เรื่องภาษาในการที่จะใช้สื่อสารกับชาวต่างชาติให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะแข่งขันประเทศสมาชิกในกลุ่มเออีซีได้

               ขณะที่นายนิพัฒน์ เจริญกิจการ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า กิจกรรมที่วัดเสือจัดให้นักท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้จังหวัดกาญจนบุรีและท้องถิ่น รวมไปถึงกิจการการให้บริการด้านต่างๆ ทั้งที่สถานที่พัก ร้านอาหาร ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ประเทศค่อนข้างสูง นอกจากนี้ที่วัดแห่งนี้ยังเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์ว่าเป็นอย่างไร พร้อมทั้งยังได้เผยแพร่กิจกรรมทางศาสนาไปพร้อมๆ กัน จากการที่ผู้คนได้มาท่องเที่ยวสถานที่แห่งนี้จะได้มุมมองอีกหลายๆ ด้าน ที่สามารถนำไปประยุกต์กับการทำธุรกิจ

               ส่วนนายสัตวแพทย์สมชัย วิเศษมงคลชัย รองประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน กล่าวถึงความปลอดภัยว่า กฎกติกาเป็นเรื่องทั่วไปของสถานที่ท่องเที่ยวอยู่แล้ว สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็เช่นกันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของนักผจญภัย ซึ่งมีนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวออสเตรเลียและชาติอื่นๆ ที่ชอบการผจญภัยเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก สำหรับเรื่องความปลอดภัยนั้นเรื่องกฎกติกามารยาทที่ทางวัดได้วางเอาไว้เป็นเรื่องสำคัญซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาต้องยอมรับด้วยความยินดีและเต็มใจที่จะปฏิบัติตาม

               เมื่อยอมรับแล้วจึงเข้ามาทำกิจกรรมในสถานที่ผจญภัยแห่งนี้ได้โดยการเชื่อฟังคำแนะนำของอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ที่เป็นชาวต่างชาติว่า ขั้นตอนในแต่ละขั้นตอนที่ต้องปฏิบัตินั้น อะไรที่ทำได้และไม่ได้ อย่างไรก็ตามคำว่าอุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ทางวัดจะรับผิดชอบในการปฐมพยาบาล ส่งโรงพยาบาลและรับผิดชอบหมดทุกสิ่งทุกอย่าง...บอกได้แต่เพียงว่า...สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น...ทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยตัวเอง...

 

.................................................

(ชู'พลังเสือ-บารมีธรรม'หนุนท่องเที่ยวกาญจน์ : โดย...ธาริณี แพทย์เมืองจันทร์)