
เพิ่มมูลค่าสินค้าไทยก่อนส่งตลาดโลก
เพิ่มมูลค่าสินค้าไทยก่อนส่งตลาดโลก
เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แบ่งปันองค์ความรู้กันอีกครั้ง เมื่อมูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ผู้ดำเนินโครงการ "ศูนย์ต้นคิด" ศูนย์ให้คำปรึกษาและสนับสนุนการสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ (กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย) ภายใต้การดูแลของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมาหาชน) หรือ "โอเคเอ็มดี" จัดกิจกรรม "สัปดาห์ต่อยอดความคิด: งานแสดงผลงานและเผยแพร่องค์ความรู้โครงการศูนย์ต้นคิด" เพื่อเป็นแนวทางในการขยายผลแหล่งเรียนรู้เฉพาะทางสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (โอท็อป)
ทรงศักดิ์ เปรมสุข ประธานกรรมการบริหาร โอเคเอ็มดี เปิดเผยว่า โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการไทย โดยการส่งเสริมด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ เข้าใจ ทำเป็น และสามารถทำเองได้ ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยขับเคลื่อนไปในทิศทางการพัฒนาที่ถูกต้อง และเกิดมูลค่าเพิ่มทั้งในเชิงความคิดและการตลาดที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้พัฒนาตนเอง พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในระดับประเทศไปจนถึงระดับโลก ทั้งนี้ ในเมืองไทยอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มเป็นอุตสาหกรรรมที่สร้างรายได้เป็นอันดับต้นๆ ดังนั้น ผู้ประกอบการใหม่จึงต้องเข้าใจกระบวนการการผลิต ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ด้าน สุชาติ จันทรานาคราช ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ชี้แจงว่า เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลงานโครงการแม่แบบแพทเทิร์นเชิงวิศวกรรม โดยจะมีการแบ่งผลงานทั้ง 50 รายออกเป็นกลุ่มตามวัตถุประสงค์ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังแบ่งเป็นโซนร่วมแบ่งปันความรู้ให้ผู้ประกอบการร่วมสัมมนา เสวนา และการอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อต่างๆ จากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น เพื่อเป็นไอเดียต่อยอดแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นและเครื่องแต่งกายให้ผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน
ขณะที่ตัวแทนผู้ประกอบการได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ หลังเข้ารับการอบรมจากศูนย์ต้นคิด เริ่มจาก ชลิศา ล้วนรัตนา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เนเชอรัล ณิช จำกัด เจ้าของกิจการทอผ้า บอกว่า เข้าร่วมโครงการเมื่อปีที่แล้ว โดยก่อนหน้าที่จะเข้ามาอบรมมีปัญหาผ้าเหลืออยู่ในสต๊อกจำนวนมาก ไม่รู้จะแปรรูปเป็นอะไร จนเมื่อได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ มีการทำวิจัยพบว่าปัจจุบันมีคนหันมานั่งสมาธิกันมาก แต่หลายคนนั่งได้ไม่นานเพราะเบาะรองนั่งมักรองรับเฉพาะบางส่วนเท่านั้น จึงได้คิดค้นเบาะนั่งสมาธิที่ทำจากลินินผสมกับเมมโมรี่โฟม หุ้มด้วยผ้าจากเส้นใยธรรมชาตินำมาทำเป็นปลอกสามารถถอดซักได้ ซึ่งเบาะจะมีความยืดหยุ่นต่างจากฟองน้ำธรรมดา นั่งแล้วสบายทำให้นั่งได้นานขึ้น
เช่นเดียวกับ "เอ๋" เชาพนี อรุณพัฒนชัย เจ้าของแฮปปี้ เอ็มบรอยเดอรี่ กิจการด้านงานปัก ที่บอกว่า อยู่ในวงการปักมานานและมองว่ามีการแข่งขันสูง จึงคิดอยากพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง โดยเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่มีงานปักร่วมด้วย บวกกับความที่ชอบกระเป๋าอยู่แล้วจึงออกแบบเป็นคลัทช์แล้วใส่ลายปักลงไปให้ดูมีลูกเล่นเพิ่มขึ้น โดยศูนย์ต้นแบบได้แนะนำกระบวนการผลิต ทั้งการคิด การออกแบบ และแนะนำตลาดให้ด้วย ทำให้มีผลิตภัณฑ์หลากหลายและมีการเชื่อมโยงกับตลาดมากขึ้น
งานจะจัดไปจนถึง 26 มกราคมนี้ เวลา 09.30-17.00 น.ที่ศูนย์ต้นคิด อาคารปัญจธานี ชั้น 31 ถ.นนทรี กรุงเทพฯ



