ข่าว

'สุรพงษ์'ส่งทนายฟ้อง'ชวนนท์'

'สุรพงษ์'ส่งทนายฟ้อง'ชวนนท์'

23 ม.ค. 2556

'สุรพงษ์' ส่งทนายฟ้อง 'ชวนนท์' 28 ม.ค.นี้ หมิ่นฯยอมแพ้เขมร แลกผลประโยชน์ทางทะเล-เขาพระวิหาร พร้อมโชว์แถลงการณ์กัมพูชาแฉ 'อภิสิทธิ์'

                     23 ม.ค.56 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงว่า ตนจะให้ทนายความไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา เพื่อเอาผิดนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 28 ม.ค.นี้ ในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่กล่าวหาว่าตนมีผลประโยชน์ทับซ้อนและไปยอมแพ้ประเทศกัมพูชาในคดีปราสาทพระวิหาร เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ ถ้าพบหลักฐานว่ามีใครคนอื่นที่พูดกล่าวหาตนอีก ตนก็พิจารณาว่ากันอีกครั้ง

                     นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ผู้นำฝ่ายค้านและพรรคประชาธิปัตย์พยายามที่จะพูดถึงประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลโดยกล่าวหารัฐบาลนี้ ตนและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมาตลอด ทั้งที่ความเป็นจริงสถานะของเรื่องนี้ยังคงเหมือนเดิมตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ทำไว้ โดยรัฐบาลปัจจุบันไม่ได้ไปแตะต้องอะไร จึงขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าถ้ามีข้อมูลหลักฐาน ก็ขอให้นำมาเปิดเผย เพื่อประชาชนชาวไทยจะได้ทราบความจริง

                     "วันนี้อยากให้คนไทยเข้าใจสิ่งที่ถูกต้องสมเด็จฯ ฮุน เซน ก็พูดชัดว่าฝ่ายค้านหยิบเรื่องนี้มาเล่นการเมืองเพราะอยู่ระหว่างเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ต้องการให้มาเล่นการเมืองกัน และอยากขอร้องทุกฝ่ายให้ยุตินำสิ่งเหล่านี้ไปเล่นการเมือง เพราะไม่อยากเห็นความวุ่นวายและความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ผมหวงแหนและรักประเทศ และรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติเหมือนกัน" นายสุรพงษ์ กล่าว

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ ได้แจกเอกสารของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประจำประเทศกัมพูชา ที่จัดทำคำแปลอย่างไม่เป็นทางการ แบบคำต่อคำ จากแถลงการณ์ของกองการข่าวและปฏิกิริยาฉับพลัน สำนักคณะรัฐมนตรีของกัมพูชา ในกรณีที่สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา กล่าวตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ หลังกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีใจความว่าเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จฯฮุน เซน ชี้แจงประเด็นเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา โดยระบุว่านายอภิสิทธิ์ ได้เชื่อมโยงกัมพูชากับปัญหาการเมืองภายในประเทศไทยอย่างไม่หยุดยั้ง และพรรคประชาธิปัตย์กับกลุ่มเสื้อเหลืองของไทย มักกล่าวหาและโยนความผิดอื่นๆให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนซ่อนเร้นกับกัมพูชาในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

                     แต่ที่จริงแล้วกลับเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่สั่งการให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว.กลาโหม มาเจรจาในทางลับกับสมเด็จฯฮุน เซน เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2552 ที่จ.กันดาล ของกัมพูชา รวมถึงยังมีการพบปะลับระหว่างนายสุเทพ กับนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เกาะฮ่องกง เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2552 ต่อมาในการพบปะกันที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2553 นายสุเทพได้แสดงความจำนงอยากแก้ไขปัญหานี้ให้เสร็จสิ้นภายในสมัยของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ซึ่งนายสุเทพได้ยืนยันว่าการเจรจาลับเป็นคำสั่งจากนายอภิสิทธิ์ ซึ่งกัมพูชาไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องเจรจาลับ เนื่องจากทุกการเจรจาในรัฐบาลชุดก่อนๆล้วนทำขึ้นอย่างเปิดเผย แต่กลับถูกกล่าวหาจากพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน กัมพูชาจึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทำไมรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ จึงต้องเจรจาลับ และประชาชนชาวไทย หรือส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้ทราบการเจรจาลับนี้หรือไม่

                     นอกจากนี้การกล่าวหาพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ทำงานอย่างเปิดเผยกับกัมพูชา ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกัมพูชา และกีดขวางการเจรจาระหว่างรัฐบาลชุดใหม่ของไทยกับรัฐบาลกัมพูชา กัมพูชาจึงจำเป็นต้องเปิดเผยความลับนี้ เพื่อปกป้องกัมพูชา และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากการใส่ร้ายของพวกพรรคประชาธิปัตย์

 

'สุรพงษ์' คาด 'ครม.' ได้ข้อสรุปท่าทีสู้คดีพระวิหารกลางเดือน มี.ค.

 

                     นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าในการสู้คดีปราสาทพระวิหาร ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก) ว่าในวันที่ 25 ม.ค.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญประชุมทีมกฎหมายของไทย พร้อมด้วยกระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายความมั่นคง ร่วมหารือ เพื่อจะนำท่าที ข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นทั้งหมดเข้าสู่การประชุมทีมกฎหมายดังกล่าว ในวันที่ 8-9 ก.พ.นี้ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม จากนั้นน่าจะได้ข้อสรุปท่าทีที่ชัดเจน และจะมีการนำประเด็นเรื่องท่าทีทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประมาณต้นหรือกลางเดือน มี.ค.นี้ เพื่อขอมติจากที่ประชุม ก่อนจะนำท่าทีที่ผ่านความเห็นชอบจากครม.ไปสู้ในศาลโลก ซึ่งตนจะเป็นผู้นำคณะไป ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าเรื่องที่ทุกฝ่ายห่วงกังวลนั้น เราตระหนักดีและเตรียมที่จะสู้คดีนี้ในทุกประเด็น

                     สำหรับความคืบหน้าเรื่องการพระราชทานอภัยโทษน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ล่าสุดญาติของน.ส.ราตรีแจ้งมาแล้วว่าญาติของน.ส.ราตรี 3 คน จะเดินทางไปรับตัวน.ส.ราตรี ที่กัมพูชา ซึ่งทางกระทรวงฯได้ประสานแจ้งให้ฝ่ายกัมพูชาทราบแล้ว ขณะที่นายธัชชยุติ ภักดี เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จะเป็นผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ

 

'สุรพงษ์' เตรียมหารือหน่วยงานแก้ปัญหา 'โรฮิงญา' 25 ม.ค.

 

                     นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการแก้ปัญหาชาวโรฮิงญาลักลอบเข้าเมืองว่า ถือเป็นข่าวดีที่มีรายงานว่าสามารถจับกุมทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ในการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมกระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายความมั่นคง ในเรื่องการสู้คดีปราสาทพระวิหาร วันที่ 25 ม.ค.นี้ กระทรวงการต่างประเทศถือโอกาสนี้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นชาวโรฮิงญามาร่วมหารือกัน และเมื่อได้หารือภายในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะนัดพูดคุยกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) องค์กรนานาชาติเพื่อการย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เกี่ยวกับกรอบที่จะให้องค์การระหว่างประเทศเหล่านี้เข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือร่วมกับฝ่ายไทยต่อไป