
'มาร์ค'จี้'ปู'แสดงจุดยืนออกพรก.นิรโทษฯ
'อภิสิทธิ์' จี้ 'นายกฯ' แสดงจุดยืน หลัง 'เสื้อแดง' จี้ออกพรก.นิรโทษกรรม ซัด 'ฮุนเซน' ตีสองหน้า แนะกลับไปดู 3 เรื่องโยงผลประโยชน์พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
23 ม.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง “ปฏิญญาหน้าศาล” ไปประท้วงพรรคเพื่อไทย ให้ขับไล่นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ที่ค้าน พรก.นิรโทษกรรม และวันที่ 29 ม.ค.นี้ จะไปประท้วงเรื่องนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลว่านายกฯ ต้องแสดงจุดยืน แต่ตนก็งงๆเพราะนายวัฒนาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้การตัดสินใจมันเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารแน่นอน เพราะการออก พ.ร.ก. เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร มันไม่ใช่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นคนเสื้อแดง ”กลุ่มปฏิญญาฯ” ต้องทำคือไปถามนายกฯ แต่จุดยืนประชาธิปัตย์นั้นชัดอยู่แล้วว่า ไม่สนับสนุน พ.ร.ก. ฉบับนี้และหากจะออก พ.ร.ก.ก็ต้องเป็นไปตาม รธน.ที่มีเห็นผลว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ท่าทีของนายกฯในเรื่องนี้ก็พยายามหลีกเลี่ยง หลายครั้งก็โยนว่าเป็นเรื่องของคนอื่น เนื่องจากกังวลว่า หากนิรโทษกรรมพี่ชายตนเองก็อาจถูกเล่นงานได้ ฝ่ายยุทธศาสตร์ของนายกฯก็เตือนไม่ควรเข้าไม่ยุ่งเพราะเป็นปมปัญหาทางการเมือง ยืดเยื้อวุ่นวายไม่รู้จบ รวมไปถึงรื่องของการปรองดอง นายกฯก็จะเลี่ยงในการที่จะพูดมาโดยตลอด แม้กระทั่งคนในคณะรัฐมนตรีด้วยกัน นายณัฐวุฒิ ระบุว่า เรื่องนี้ออก พ.ร.ก. ได้ แต่นายกฯ รัฐมนตรียังลอยตัวได้เพราะว่า เรื่องทั้งหมดนี้ เป้าหมายของยุทธศาสตร์ที่เขาวางทางการเมืองสำหรับนายกฯ นั้น ก็คือ ทำยังไงอย่าให้นายกฯ เข้าไป ต้องไปมีปัญหากับใคร ทั้งที่เรื่องนี้การตัดสินใจเป็นของนายกฯ
'อภิสิทธิ์' ตอกกลับ 'ฮุนเซน' ตีสองหน้า
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel เกี่ยวกับการที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวพาดพิงเรื่องปราสาทพระวิหารว่า ตนเป็นคนที่พูดความจริงเสมอและไม่เคยพูดต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง แนะให้ไปดูหลักฐาน 3 ข้อ 1.คำพูดทักษิณ 2. วิกิลีกส์ และ 3.แถลงการณ์ของตัวเอง แต่ก็ไม่แปลกใจการพูดจาของผู้นำกัมพูชา เมื่อครั้งเจอกับตนก็พูดคุยกันดี ไม่ได้ว่าหรือด่าทออะไร แต่กลับไปพูดข้างนอกแล้วมีผลประโยชน์ก็ออกมาตอบโต้ตน ซึ่งคนจำนวนมากก็รู้ดีถึงความความเชื่อถือของนายกฯฮุนเซน
ทั้งนี้สิ่งที่ตนขออธิบายคือ สมเด็จฮุนเซน จะสับสนเรื่องของกรอบเวลา เรื่องของข้อเท็จจริง หรือแกล้งสับสนนั้นไม่ทราบ โดยประเด็นแรกในกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า มีผลประโยชน์ในเรื่องของทรัพยากรในทะเล เรื่องแก๊ส เรื่องน้ำมัน เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณเองเคยแสดงความสนใจในการทำธุรกิจนี้ ข้อที่ 2 หลักฐาน ถ้าเกิดสมเด็จฮุนเซนสนใจไปดูในวิกิลีกส์ ที่มีการเขียนถึงความสนใจของพ.ต.ท.ทักษิณที่จะเข้ามาทำในเรื่องนี้ และ 3 ในแถลงการณ์ของทางกัมพูชาเองวันนี้ก็ยอมรับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรัฐบาล ไปเจรจาในเรื่องนี้ ทั้งๆที่ขณะนี้ MOU ในเรื่องนี้ถูกแขวนอยู่ ดังนั้นอย่ามาเรียกหาหลักฐานให้ไปดู 3 เรื่องนี้ก่อน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่แล้วพรรคประชาธิปัตย์ได้ถามกระทู้สดนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศว่า กระทรวงการต่างประเทศได้มีการตอบโต้กัมพูชาเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ที่อาจมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเล และขอท้ารัฐบาลชุดนี้ไล่ตั้งแต่นายกฯลงมา กล้ายืนยันว่า ไม่มีคนไปคุยเรื่องผลประโยชน์ทางทะเล ทั้งๆ ที่ MOU แขวนอยู่ แต่นายสุรพงษ์ก็ตอบว่าขออย่าพูดเรื่องนี้เลย และไม่กล้ายืนยัน นี่ก็แสดงว่าชัดเจน ทั้งนี้ยอมรับว่าสมัยรัฐบาลมีการไปคุยในเรื่องนี้ แต่ก็โปร่งใส ทั้งเรื่องของปราสาทพระวิหารและเขตแดน รวมถึงการต่อสู้ในทุกเวทีโลก ส่วนกรอบความร่วมมือต่างๆ ไม่เคยยกเลิกแต่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 โดยเฉพาะการทำเอ็มโอยูเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลที่รัฐบาลตนได้มีมติยกเลิก เอ็มโอยู ฉบับนี้ เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรลึกลับซับซ้อน ไม่ได้มีการโกหกประชาชน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครเชื่อสมเด็จฮุน เซน บ้าง แต่ก็เชื่อว่ารัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยก็คงจะเชื่อ เพราะพูดจาสอดคล้องกัน การที่รัฐบาลซึ่งเป็นคู่กรณีกับเรา พยายามกล่าวหาฝ่ายค้าน เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลไทยกำลังพยายามจะหยิบมาเป็นเงื่อนไขในการตอบโต้ฝ่ายค้าน มันบ่งบอกว่า สมเด็จฮุนเซน ไม่พอใจรัฐบาลที่แล้ว เพราะเขาไม่ได้อย่างที่เขาต้องการ จึงต้องหยิบเรื่องมาด่าตนอยู่ตลอดเวลา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรแสดงความชัดเจนในเรื่องของการทำ เอ็มโอยู เกี่ยวกับกรอบข้อตกลงพื้นที่ผลประโยชน์ทางทะเลไทย-กัมพูชา ว่าตกลงจะเดินไปตามกรอบ MOU เดิมหรือไม่ หากรัฐบาลที่แล้วเห็นว่ามันเสียเปรียบ หรือจะมาตั้งต้นหา MOU หรือกรอบใหม่ แล้วก็จะต้องดำเนินการตามมาตรา 190 ก็สามารถทำได้ ส่วนตนคิดว่าเรื่องจังหวะเวลานั้นรัฐบาลต้องไปพิจารณาเอาเอง เพราะว่าการหยิบประเด็นเรื่องนี้มันก็จะไปสัมพันธ์กับอำนาจการต่อรองที่รัฐบาลไทยจะมีกับกัมพูชาในเรื่องอื่นๆ
“สรุปง่ายๆ ถ้าจะมีการเจรจาต้องพิจารณาว่า ทรัพยากรใต้ทะเล ค่อนมาอยู่ทางฝั่งเรา แต่ว่าทางกัมพูชาเขาก็พยายามจะบอกว่า ถ้าแบ่งก็แบ่ง 50 : 50 เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นจุดหนึ่งซึ่งมันจะมีการต้องมาเจรจาในรายละเอียดว่า ตกลงจะ 70 : 30 ในส่วนที่ใกล้เรา 70 : 30 ส่วนใกล้เขา 50 : 50 ตรงไหนอะไร มันก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีการมาตกลงกันอีกทีหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้เราก็ต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ ซึ่งผมก็ถึงอยากจะย้อนกลับไปถามนายกฯ ฮุนเซน ว่า นายกฯ ฮุนเซน ที่ว่า ผมนั้นมีผลประโยชน์อะไรเกี่ยวข้องกับบริษัทางพลังงานบ้าง แล้วพ.ต.ท.ทักษิณมีหรือไม่ แล้วความจริงนายกฯ ฮุนเซน ตอบคนกัมพูชาด้วย ตัวนายกฯ ฮุนเซน มีหรือไม่ “นายอภิสิทธิ์ กล่าว
'มาร์ค' จัดอบรม 'ผช.หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.'
ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต พรรคประชาธิปัตย์ จัดอบรมผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ ประมาณ 600 คน ซึ่งมีแกนนำของพรรค อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผอ.ศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค รวมทั้งส.ส. กทม. ส.ก. ส.ข. ของพรรคและม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค เข้าร่วมการอบรมครั้งนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวเปิดอบรมตอนหนึ่งว่า การทำหน้าที่ช่วยหาเสียงเลือกตั้งมีความสำคัญมากในทางการเมือง ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้เป็นที่จับตาของคนทั่วประเทศ เพราะมีการแข่งขันเข้มข้นเป็นพิเศษและผลการเลือกตั้งจะส่งผลถึงการเมืองระดับชาติด้วย รวมทั้งมีความหมายต่ออนาคตด้วย สิ่งที่สำคัญการรณรงค์เลือกตั้งที่ทุกคนต้องการชัยชนะ แต่พรรคประชาธิปัตย์เราต้องการชัยชนะด้วย แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย กติกา มีมารยาท รักษาอุดมการณ์และความจริงใจต่อประชาชน ซึ่งผู้ช่วยหาเสียงยึดมั่นแนวทางนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ตนขอย้ำว่า 1.ให้ทุกคนยึดมั่นกติกา ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้ที่ยึดกติกาจะไม่เสียเปรียบคนอื่น เพราะสังคมไทยไม่ต้องการคนที่เอาเปรียบคนอื่น และอยากให้ทำหน้าที่สอดส่องผู้ช่วยหาเสียงของพรรคที่อาจจะทำอะไรผิดกฎหมายพร้อมสอดส่องการปฏิบัติของคู่แข่ง หากมีอะไรไม่ถูกต้องก็ให้รายงานเข้ามาก่อนที่รายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เข้ามาดูแล 2.ให้ผู้ช่วยหาเสียงที่อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาและประชาชนมีโอกาสพบได้มากที่สุด หากประชาชนเห็นว่าทำอะไรที่ไม่ดีก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรคและผู้สมัคร จึงขอให้รักษาภาพลักษณ์ด้วย และ 3.การหาเสียงที่อาจจะมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้ที่ไม่ชื่นชอบนั้น การปฏิบัติตนต่อทุกคนจึงมีความสำคัญควรรู้ถึงบุญคุณ เป็นกำลังใจต่อผู้ที่เชียร์พรรค และควรชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ที่ไม่ชื่นชอบเท่าที่ทำได้
“การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ที่หลายฝ่ายบอกว่าคะแนนจะสูสี ก็ขอยกตัวอย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งที่ผ่านมา ที่มีการวิเคราะห์ว่าคะแนนสูสี แต่มีนักวิชาการหลายคนวิเคราะห์ว่าการที่นายบารัค โอบามา ชนะการเลือกตั้งได้ เพราะทำงานในพื้นที่ได้อย่างละเอียดลงถึงตัวบุคคล ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่คะแนนสูสีการทำงานในพื้นที่จึงถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



