
'เฉลิม'เมิน'ปชป.'ซัดนโยบายขายฝัน
'เฉลิม' เมิน 'ปชป.' ซัดนโยบายขายฝัน พร้อมระบุมั่นใจ 'พงศพัศ' เป็นผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ อ้างไม่รู้ข่าวปรับครม. ป้อง 'แม้ว' ไม่เกี่ยว ชี้เป็นอำนาจ 'นายกฯ'
23 ม.ค.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทยและประธานโซนธนบุรีในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. มั่นใจว่า พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่ากทม.ของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นรองม.ร.ว.สุขุมพันธ์ และเชื่อว่าขณะนี้ชนะแล้ว เพราะเป็นรองแค่ช่วงก่อนสมัครเท่านั้น ตั้งแต่สมัครมาวันนี้ชนะแล้วตนมั่นใจ ทั้งนี้เสียงตอบรับของประชาชนฝั่งธนบุรีตอบรับพล.ต.อ.พงศพัศเป็นอย่างดี และวันศุกร์ที่25ม.ค. จะมีการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ส่วนช่วงที่ไม่ได้มีการปราศรัยตนก็จะเดินเคาะตามบ้านเพราะตนก็มีแฟนของตนเหมือนกัน
“ตอนผมลงเลือกตั้งในนามอิสระคนเดียวได้170,000 คะแนน เพราะผมเป็นนักการเมืองที่คนรักแล้วไม่เกลียด ถ้าคนเกลียดเขาก็ไม่รักผม และผมมั่นใจว่า 170,000 คะแนน ที่ผมมีในมือท่านพงศพัศคงจะได้ตรงนี้” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า ส่วนที่โพลระบุว่ายังมีประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งอีก 50% ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครนั้นตนก็มั่นใจต้องเลือกพล.ต.อ.พงศพัศแน่นอน ดังนั้นใส่ชื่อไปเลยพล.ต.อ.พงศพัศเป็นผู้ว่าคนใหม่
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่านโยบายของเพื่อไทยเป็นแค่นโยบายขายฝันและหาเสียงเกินจริงนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นั่นเป็นแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ ไปห้ามไม่ได้ เขาไม่ชื่นชมนโยบายพรรคเพื่อไทยหรอก เหมือนกับช่วงเลือกตั้งใหญ่เขาก็โจมตีแบบนี้ก็ถึงแพ้ และกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นกกต.ให้ตรวจสอบการหาเสียงของ พล.ต.อ.พงศพัศว่าหาเสียงเกินอำนาจของผู้ว่ากทม. ในเรื่องนโยบายรถเมล์-เรือฟรี ไหนพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าจะไม่ตอดเล็กตอดน้อย แต่อย่างไรก็ตามนั้นเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นกทม.จะเจริญได้ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาลที่จะขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมาดำเนินการ ซึ่งผิดตรงไหน แต่พรรคประชาธิปัตย์พูดแบบนี้ไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นรัฐบาล
'เฉลิม' เย้ย 'ปชป.' ทำอะไรต้องได้รับผล หลังโดน 'ฮุนเซน' ขย่ม
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงท่าทีของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ออกมาตอกย้ำกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชาว่า ใครได้ทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลของการกระทำ
ทั้งนี้ในสมัยก่อนตนทราบมาว่ามีใครบางคนไปเจรจาลับกับกัมพูชาแล้วไม่สำเร็จ พอมาถึงรัฐบาลนี้ก็คิดว่ารัฐบาลจะทำอย่างที่ตัวเองเคยทำ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะรัฐบาลนี้มีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับมิตรประเทศ โดยเฉพาะกับกัมพูชา
'เฉลิม' อ้างไม่รู้ข่าวปรับครม. ป้อง 'แม้ว' ไม่เกี่ยว ชี้เป็นอำนาจ 'นายกฯ'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวว่า ไม่ทราบกระแสข่าวที่จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะไม่ทราบจริง และไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน เพราะไม่มีตำแหน่งแห่งหนในพรรค ไม่ทราบจริงๆ ตัวเองยังไม่รู้ว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า
เมื่อถามว่ามีข่าวว่ามีบางคนบินไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อขอตำแหน่งในการปรับครม. รองนายกฯ ยืนยันว่า "ไม่จริง เพราะท่านไม่ยุ่งหรอก แต่ชอบมีการอ้างถึง เพราะอำนาจอยู่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ส่วนที่จะต้องดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีของนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังวันที่ 1 ก.พ. หรือไม่ตนก็ไม่ทราบจริงๆ พูดไปก็หาว่าโกหก รู้แต่ว่า “จูดี้ชนะ”
'เฉลิม' เมิน 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' ฟ้องกลับ 'ดีเอสไอ'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลใช้ช่องทางของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในการดำเนินคดีกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ในช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เพื่อเป็นการดิสเครดิตว่า "ไม่ใช่ แล้วที่ทำผิดหรือไม่ ทำผิดหรือไม่ ถ้าไม่ผิดก็แจ้งจับดีเอสไอได้ ฟ้องสิ อย่ามาอ้างอย่างนี้ ถ้าศาลไม่รับก็จะโดนข้อหาฟ้องเท็จ" ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์เตรียมฟ้องกลับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอนั้น รองนายกฯกล่าวว่า "ก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่กดดันเจ้าหน้าที่ไม่ได้ เพราะนายธาริตมั่นใจว่าไม่ทำผิดกฎหมาย"
“เลิกพูดสักทีเถอะว่ารัฐบาลกลั่นแกล้ง แล้วสมัยผมอภิปรายฝ่ายค้านหนักๆทำไมไม่มาจับผมหละ ไม่มาแจ้งความผมมั่งหละ ก็ผมไม่มีอะไรที่ทำผิดไว้ คุณทำอะไรกันไว้คุณรู้ เมื่อทางราชการเอาจริงเอาจังความจริงก็ปรากฏ อย่างกรณีโรงพัก369แห่ง ตำรวจเสนอว่าให้แยกสัญญาเป็นภาคแทนการสัญญาเดียว เป็นแต่เพียงว่าเขาปรึกษาหารือว่าทางดีเอสไอจะทำงานตรงไปตรงมาทางรัฐบาลเกรงว่าจะกระทบภาพพจน์รัฐบาลไหม เดี๋ยวจะหาว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ผมบอกว่าไม่กระทบเชิญเลย ถ้าคุณมีหลักฐานก็ว่าไป แต่คุณต้องรับผิดชอบนะ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เขาพรรคทนายความ” รองนายกฯ กล่าว



