ข่าว

'เฉลิม'ย้ำ'พงศพัศ'ชนะแน่

'เฉลิม'ย้ำ'พงศพัศ'ชนะแน่

22 ม.ค. 2556

'เฉลิม'ย้ำ'พงศพัศ'ชนะแน่ แม้คะแนนเป็นรอง ซัด'ปชป.'ขายฝันแก้ปราบยา ย้ำถ้า'กทม.-รัฐ' ไร้รอยต่อแก้ปัญหาราบรื่นแน่ ปัดไม่มีส่วนเฟ้น'ทีมรองผู้ว่าฯ'

               22 ม.ค.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหาเสียงช่วยพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทยว่า ตนยังเชื่อว่า พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นรองนิดหน่อยแต่จะชนะ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มาชูแก้ปัญหายาเสพติดใครจะเชื่อ ยาเสพติดไม่ได้แก้ด้วยกทม.แต่เป็นส่วนหนึ่งต้องแก้โดยรัฐบาล,สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.),สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) , กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ( พม.), กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงสาธารณสุข และกองทัพ ดังนั้นผู้ว่าฯกทม.จะไปสั่งคนอื่นไม่ได้ ต้องเชื่อมโยงโดยมีรัฐบาลเป็นศูนย์กลางและมีกทม.เป็นส่วนร่วม ซึ่งที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไม่เคยมาร่วมประชุม ปปส.เลย

                “ตกใจตื่นแล้วเพิ่งจะมาแก้ปัญหายาเสพติด วันนี้ผมจะเสนอพรรคว่านอกจากกรุงเทพฯ จะเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยแล้วยังจะจัดให้เป็นเมืองหลวงของอาเซียน” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า กทม.มีเงินงบประมาณของตัวเองประมาณ 6 หมื่นล้านกว่าบาท ได้ปีละหมื่นล้านกว่าบาท ซึ่งไม่มีสิทธิคิดโปรเจกต์ใหญ่ๆด้วยตัวกทม.เอง แต่ต้องอาศัยงบอุดหนุนจากรัฐบาล ถ้าน้ำท่วมกทม.จะแก้อย่างไรเพราะน้ำท่วมกทม.แค่ฝนตก แต่ต้องแก้ที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งรัฐบาลมีงบประมาณอยู่ 3 แสนกว่าล้านบาท และถ้าผู้ว่าฯกทม.เป็นคนเดียวกับรัฐบาล การติดต่อเจรจาทำงานจะรวดเร็ว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ชูนโยบายให้ความปลอดภัยกับชาวกทม. แต่บ้านข้างๆ ของพล.ต.อ.พงศพัศ ยังถูกโจรงัด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “โจรมันเกรงใจใคร สำนักงานของผมทีวียังหายไปสองเครื่อง แต่ถ้า พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นผู้ว่าฯ กทม.เขามีรุ่นพี่รุ่นน้องเป็นตำรวจ ที่จะช่วยดูแลความปลอดภัย และตนบอกเขาไปแล้วว่า อย่าใช้กล้องซีซีทีวีที่เป็นดัมมี่ ใช้ไม่ได้ถ้าไม่มีจริงๆให้ของบกลาง อย่าทำเป็นเขียนเสือให้วัวกลัว เราต้องทำวัวให้เสือกลัว"

               ส่วนพรรคเพื่อไทยมียุทธศาสตร์ในการหาเสียงอย่างไรนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้รอก่อนเพราะนโยบายของพรรคกำลังจะออกมา ซึ่งดูจากการปราศรัยเมื่อวันที่ 21ม.ค.ที่ผ่านมา มีคนสนับสนุนมาก เชื่อว่าชนะแน่ พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นคนเก่งมีความรู้ความสามารถ เป็นหัวหน้านักเรียนตั้ง 6 ปี คนแบบนี้ในกรมตำรวจมีอยู่คนเดียว ซึ่งตนช่วยเพียงแค่ปราศรัยหาเสียงอย่างเดียวไม่ต้องแนะนำอะไรเป็นพิเศษ

               สำหรับรายชื่อทีมรองผู้ว่าฯกทม.จะเปิดเผยได้เมื่อไหร่นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่มีหน้าที่ และไม่มีใครมาปรึกษาตนเรื่องนี้ เพราะตนไม่มีตำแหน่งอะไรในพรรค ที่ตนไปช่วยปราศรัยก็ขออาสาไปเท่านั้น

 

 

ป้อง"ดีเอสไอ"สอบฟัน"ปชป."ปม"โรงพักทดแทน"ลั่นไม่กลั่นแกล้งใคร

                ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้ตรวจสอบการสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 หลังทั่วประเทศว่า จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องสร้างสถานีตำรวจทดแทนโดย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ตนได้สั่งตรวจสอบโดยยึดหลักข้อเท็จจริงปรากฏว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีการขออนุมัติสร้างโรงพักจำนวน 369 แห่งโดยแบ่งเป็น 9 ภาคการปกครองของตำรวจ

               รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ต่อมาได้มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเสนอ ให้มีการเปลี่ยนแปลงการทำสัญญาในบริษัทเดียวกัน ซึ่งเข้าข่ายเป็นพระราชบัญญัติ (พรบ.) ฮั้วประมูล ตนจึงสั่งให้ดำเนินการโดยเคร่งครัดอย่ากลั่นแกล้ง เมื่อดีเอสไอทำงานอย่างตรงไปตรงมา ใครจะฟ้องร้องอย่างไรรัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมและให้ความช่วยเหลือตามหลักกฎหมาย

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฏร์ธานี ประชาธิปัตย์เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สมัยนั้นนายสุเทพ เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน ตนสั่งดีเอสไอให้สืบสวนอย่างตรงไปตรงมา และต้องแสดงให้ชัดไม่อย่างนั้น จะมองว่า ตนแกล้งคนนั้นคนนี้ จริงๆแกล้งไม่ได้ถ้าไม่ผิดจะแกล้งได้ยังไง ต้องมีข้อเท็จจริงข้อกฎหมายถึงจะดำเนินการได้ และปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีมาก ซึ่งการทำสัญญาเดียวแล้วไปทำต่อเชื่อมสัญญาย่อยถือว่าสัญญาเป็นโมฆะสามารถยกเลิกสัญญาได้

               “รัฐบาลชุดที่แล้วเป็นผู้สร้างปัญหา และผมต้องมาแก้ปัญหา ส่วนจะหารายใหม่เข้ามารับเหมาหรือไม่จะต้องรีบดำเนินการ ยืนยันว่าผมไม่ได้มีเรื่องผลประโยชน์ แต่ผมทำงานตรงไปตรงมา” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีผู้รับเหมาระบุว่า เป็นการทำให้เขาหมดเครดิต ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ได้ทำ แต่เขาไม่ได้มีเครดิต ไม่ใช่หมดเครดิตเพราะตนหรือรัฐบาลชุดนี้ ถ้าไม่มีเครดิตจะไปทำอะไรได้ ทำอะไรกันไว้เยอะ ตนสั่งรื้อหมด สังคมจะได้รู้เสียทีว่าอะไรเป็นอะไร

               เมื่อถามต่อว่า ทำไมถึงปล่อยเรื่องให้นาน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนั้นฝ่ายการเมืองนั้นแรง ตนยังไม่แน่น แต่ตนยึดหลักกฎหมาย กลัวติดคุกไม่ทำอะไรที่เสี่ยง อีกทั้งตนไม่ชอบคบพ่อค้าพาณิชย์