ข่าว

'มาร์ค'ติง'จูดี้'หาเสียงเกินอำนาจผู้ว่าฯกทม.

'มาร์ค'ติง'จูดี้'หาเสียงเกินอำนาจผู้ว่าฯกทม.

22 ม.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' เตือน 'พงศพัศ' หาเสียงเกินอำนาจหน้าที่ผู้ว่าฯกทม. เข้าข่ายผิดกม.เลือกตั้ง จี้ 'กกต.' ตรวจสอบนโยบายหาเสียง แนะทุกฝ่ายหาเสียงอย่างสร้างสรรค์

                      22 ม.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการผิดกฎหมายเลือกตั้ง กรณีที่พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทย หาเสียงเรื่องการลดแผงค่าเช่าตลาดนัดจตุจักร การขึ้นรถเมล์และเรือฟรี ซึ่งเป็นอำนาจของกระทรวงคมนาคม ไม่ใช่อำนาจของกทม.ว่า ถือว่าหาเสียงเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องไปดูแล เพราะโดยหลักไม่น่าจะทำได้ และที่ผ่านมากกต. มักบอกว่า ในการเลือกตั้งท้องถิ่น จะต้องหาเสียงในอำนาจหน้าที่ที่ท้องถิ่นจะดำเนินการได้

                      อย่างไรก็ตามโดยหลักของกฎหมาย มีเจตนาว่าการไปหาเสียงจะต้องบอกความจริง แต่การไปบอกในสิ่งที่ไม่อยู่ในอำนาจของตนเอง ต้องถือว่าทำไม่ได้ ตนอยากให้กกต.ติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะพวกตนก็ไม่อยากที่จะไปนั่งร้องเรียนอะไร

                      เมื่อถามว่า การหาเสียงของพล.ต.อ.พงศพัศ เป็นการเสริมนโยบายไร้รอยต่อหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อาจเป็นความพยายาม แต่ต้องดูว่าเจ้าตัวพูดว่าอย่างไร ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อที่จะได้แข่งขันกันอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีสามารถไปช่วยผู้สมัครหาเสียงได้หลังเวลาราชการ ส่วนเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทยที่โจมตีผู้สมัครพรรคอื่นนั้น ตนอยากให้ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างสร้างสรรค์ เพราะที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยก็ประกาศว่าจะหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ จึงขอให้กำกับดูแลพวกตัวเองด้วย และการที่ให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ขึ้นเวทีปราศรัยด้วยนั้น ก็ถือเป็นสิทธิ และตนก็อยากให้ขึ้นปราศรัยบ่อยๆเช่นกัน เพราะจะเป็นเรื่องดีสำหรับพวกตน แต่ไม่ทราบว่าจะส่งผลลบกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่

                      นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงจุดอ่อนในบางพื้นที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะทำงานในทุกพื้นที่ แต่พื้นที่ไหนที่เราไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็ต้องระดมคนลงไป ซึ่งจุดอ่อนที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีผู้แทนในพื้น เช่น ทางเหนือและตะวันออกของกทม. แต่ผอ.ศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ของพรรคก็ดูแลอยู่ โดยจะลงไปคุยกับคนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามการที่ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ได้หมายเลข 16 นั้น ตนไม่ติดใจ เพราะการที่จะได้รับชัยชนะ คือ การที่จะได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจำนวนมาก และอย่ามองว่าผู้สมัครอิสระจะมาตัดคะแนนผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะทุกคนก็ต้องการการสนับสนุน แต่เราก็ไม่ประมาท เพราะผู้สมัครทุกคนก็มีมุมที่อยากได้รับการสนับสนุนจากคนกทม. ตอนนี้ก็วิเคราะห์กันอยู่

                      เมื่อถามว่า จุดอ่อนของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ต้องปรับเปลี่ยนมีอะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องใช้เวลาในการเดินเข้าหาประชาชน เพื่อทำความเข้าใจหลายเรื่อง ตนรู้สึกเห็นใจม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ในช่วงที่ทำงานมา 4 ปี ในสถานการณ์ยากๆ บางครั้งไม่มีโอกาสสื่อสารอะไรหลายอย่าง จึงจะใช้จังหวะนี้เร่งสื่อสาร

 

'มาร์ค' จี้ 'ปู' แสดงจุดยืน พรก.นิรโทษกรรม-ยัน 'ปชป.' ค้านเต็มที่

 

                      นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง เร่งรัดให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผลักดัน พรก.นิรโทษกรรมว่า นายกฯควรแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่า จะเอาอย่างไร เห็นด้วยกับกฎหมาย และควรทำเป็น พรก.หรือไม่ แต่จนบัดนี้ ทั้งนายกฯและครม.ยังไม่มีท่าที ทั้งที่การออก พรก.เป็นเรื่องของรัฐบาลโดยตรง ไม่ใช่เรื่องของส.ส.และสภาฯ แต่หากนายกฯ มีจุดยืนที่ชัดเจน ก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ต้องมากังวลกัน เพราะจะเป็นอีกความขัดแย้งหนึ่ง และมี ส.ว.บางส่วนที่ไม่เห็นด้วย ดังนั้นนายกฯ จะต้องเลือกว่าจะยึดประโยชน์ของส่วนรวมหรือส่วนตัว แต่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว

 

'อภิสิทธิ์' ป้อง 'สุเทพ' ไม่เอี่ยวฮั้วประมูลสร้างโรงพักทั่วปท.

 

                      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในสมัยที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในการฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างโรงพักหรือสถานีตำรวจทั่วประเทศ ว่า ขอให้ถามรายละเอียดจากนายสุเทพ แต่ตนก็พยายามสอบถามจากคนที่ทำงานอยู่ ซึ่งกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่า เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับใครบ้าง เพราะต้องดูข้อหาก่อน แต่เชื่อว่า นายสุเทพ พร้อมชี้แจง อย่างไรก็ตามในสมัยที่ตนเป็นนายกฯ ไม่เคยรับทราบการฮั้วประมูลโครงการนี้เลย ยืนยันว่า คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ที่ตนเป็นประธาน ในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ แต่ตนกำลังดูที่มาที่ไปของโครงการทั้งหมดว่า เป็นอย่างไร เบื้องต้นคนที่ทำงานยืนยันว่าทำตามระเบียบ

                      เมื่อถามว่า พฤติกรรมที่ดีเอสไอ กล่าวหานายสุเทพ สั่งรวมโครงการมาประมูลที่ส่วนกลาง ทั้งที่ก่อนหน้าเคยมีคำสั่งให้แต่ละโรงพักกระจายการประมูล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฟังจากคนทำงาน ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวหา หากดีเอสไอ ดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรม หรือกลั่นแกล้ง ก็ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่า ดีเอสไอคงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่างๆ ตามมากับพวกตนอีกหลายคดี

 

'ถาวร' แฉนักการเมืองเอี่ยวประมูลขุดลอก 7 ลุ่มน้ำ

 

                      นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นถอดถอน พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย ในฐานะรมช.คมนาคม กำกับดูแลกรมเจ้าท่า ซึ่งได้ดำเนินการฮั้วประมูลในโครงการขุดลอกลุ่มน้ำ 7 ลุ่มน้ำ ในวงเงินงบประมาณ 1.2 พันล้านบาท นั้น เมื่อวันที่18ม.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ทำหนังสือลับเชิญตนไปให้ปากคำในชั้นไต่สวน ในวันนี้ (22 ม.ค.) เวลา 13.30 น. ซึ่งตนได้จัดทำร่างคำให้การเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไปให้การในฐานะเป็นผู้กล่าวหาด้วย พร้อมทั้งได้นำเอกสารที่มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ จำนวน 26 สัญญา โดยเป็นสัญญาที่พล.ต.ท.ชัจจ์ เซ็น 16 สัญญา ส่วนอีก 10 สัญญา เป็นอำนาจของรองปลัดกระทรวงคมนาคม และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ไปมอบให้กับ ปปช.ด้วย

                      นายถาวร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พล.ต.ท.ชัจจ์ แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทตนหลังจากที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ตนไม่สะทกสะท้าน ถือว่าเป็นการแจ้งความแก้เกี้ยวของ พล.ต.ท.ชัจจ์หรือไม่ แต่ขอให้พล.ต.ท.ชัจจ์ไปแก้ตัวกับปปช. ดีกว่า โดยหลังจากที่ตนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนได้นำหนังสือไปยัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ให้ตรวจสอบสัญญาจ้าง และยกเลิกสัญญาจ้าง เพราะเป็นสัญญาจ้างที่ส่อว่าโมฆะ เป็นการทำสัญญาผิดกฎหมาย ควรระงับการจ่ายเงินในโครงการทั้งหมด แต่ขณะนี้ไม่ทราบว่า นายชัชชาติได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว นอกจากนี้ตนยังทำหนังสือถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ให้ลงไปตรวจสอบ ระงับยับยั้งไม่ให้กระทรวงคมนาคมตรวจรับงาน เพราะมีการกระทำที่ส่อการทุจริต รวมทั้งขอให้มีการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย

                      “ผมมั่นใจว่า จะสามารถดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด โดยเฉพาะนักการเมือง เนื่องจากตนมีหลักฐานชัดเจน ทั้งเรื่องของการออกทีโออาร์ การเชิญชวนให้บริษัทมาเสนอราคาเพียง 14 บริษัท ซึ่งส่อว่าเป็นการฮั้ว และ 14 บริษัทมีการผลัดกันเสนองานประกบ และจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ จึงขอให้ปปช.เร่งไต่สวนโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อการทำงานของปปช. และป้องกันไม่ให้คนทุจริตได้ใจ “นายถาวร กล่าว

                      เมื่อถามว่า มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า ใน 14 บริษัทที่เข้าประมูล มีนักการเมืองที่ตั้งคนเป็นนอมินีอยู่ 2 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทตั้งอยู่ในจ.นครสวรรค์ และจ.กำแพงเพชร ซึ่งขณะนี้บุคคลที่เกี่ยวข้องยังเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ และบางบริษัทมีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองในแง่ของเครือญาติ เช่นเป็นพี่ น้อง ที่ไปนั่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท บางบริษัทตั้งอยู่ในบ้านนักการเมือง

 

ชาวปทุมฯ ร้อง 'มาร์ค' ช่วยทวงเงินเยียวยาน้ำท่วม

 

                      ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางเพ็ญพิสุทธิ์ ไชยกาญจน์ ตัวแทนชาวบ้าน 4 หมู่บ้านใน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีไม่ได้รับเงินเยียวยาน้ำท่วม ที่บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยมีการชูป้ายโจมตีรัฐบาลและนักการเมืองท้องถิ่นด้วย

                      นางเพ็ญพิสุทธิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วม ในปี 54 ผ่านมาแล้ว 1 ปีเศษ แต่พวกตนใน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่บ้านแพรมาพร 458 หลัง หมู่บ้านรังสิตการ์เด้นวิลล์ 125หลัง หมู่บ้านเมธามย์ 34 หลัง และหมู่บ้านรื่นฤดี 60 หลัง รวม 676 หลังคาเรือน ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล โดยอ้างว่าน้ำท่วมไม่ได้กระทบต่อโครงสร้างบ้าน เพราะส่วนที่น้ำท่วมเป็นส่วนที่ต่อเติมออกมา ทั้งที่ความจริงก็เป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้าน เขาจึงปฏิเสธที่จะจ่ายเงินเยียวยา โดยไม่ได้มีการตรวจสอบแต่อย่างใด ขณะที่หมู่บ้านในละแวกใกล้เคียงกลับได้รับเงินเยียวยาอย่างต่ำ 20,000 บาท โดยไม่ต้องไปลงชื่อ ซึ่งถือเป็นการกระทำสองมาตรฐานแบ่งสี ทั้งที่พวกตนไม่มีสี ที่ผ่านมาพวกตนเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนในหลายหน่วยงาน ไปถึงบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องหันมาพึ่งฝ่ายค้าน

                      ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะรับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะติดตามด้วยการหารือถึงปัญหาดังกล่าวในสภาฯ หรือติดตามผ่านคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ประจำสภาฯ ซึ่งเห็นว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน เพราะยังมีประชาชนบ่นอยู่ว่ายังไม่ได้รับเงินชดเชยเยียวยา เพียงแต่ไม่ได้มีการรวบรวมอย่างเป็นระบบและไปร้องเรียนอย่างเป็นทางการเท่านั้น จึงอยากให้รัฐบาลให้ความเอาใจใส่ และให้ความสำคัญเนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว