
หมายจับ!'ชนาพัทธ์'เบี้ยวศาล
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุก 2 เดือน พร้อมออกหมายจับ 'ชนาพัทธ์ ณ นคร' อดีตปธ.เครือข่ายเตมูจิน หมิ่นประมาท 'นพดล ปัทมะ' เอี่ยวขบวนการค้าไม้รุกป่าอุทยาน ปี 50
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ม.ค. 56 ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.2023/2550 ที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาทางกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชนาพัทธ์ ณ นคร อดีตประธานเครือข่ายเตมูจิน , บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด , นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล , นายพชร สมุทวณิช , นายขุนทอง ลอเสรีวานิช ซึ่งเป็นผู้บริหาร บจก.ไทยเดย์ฯ , บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) , นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ , นายวิรัตน์ แสงทองคำ ผู้บริหาร บมจ.แมเนเจอร์ , เป็นจำเลยที่ 1 - 8 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 , 328 และ 332 กรณีเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 50 จำเลยที่ 1 ใส่ความโจทก์ทำนองว่า ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุนขบวนการตัดไม้ทำลายป่า จำนวน 17,000 ไร่ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช จนมีเงินเพิ่มในบัญชี 100 ล้านบาท และจำเลยที่ 2-8 นำมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ ซึ่งข้อความล้วนแต่เป็นความเท็จ
โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 52 ให้จำคุกนายชนาพัทธ์ จำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น 2 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2-8 ให้ยกฟ้อง ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์
แต่อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลานัดปรากฏว่า นายชนาพัทธ์ จำเลย ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คงจำคุกจำเลย 2 เดือน ทั้งนี้ภายหลังอ่านคำพิพากษาแล้ว ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลย เพื่อนำตัวมารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายชนาพัทธ์ จำเลย ก่อนหน้านี้เคยถูกศาลออกหมายจับคดีนี้มาแล้ว เนื่องจากเบี้ยวไม่มาฟังคำพิพากษา ซึ่งได้มีการเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาถึง 5 ครั้ง ขณะที่นายชนาพัทธ์ เองยังถูกนายนพดล ยื่นฟ้องเป็นจำเลยคดีหมายเลขดำ อ.2021/2550 หมิ่นประมาทมูลเหตุเรื่องเดียวกันนี้อีกด้วย ซึ่งกล่าวใส่ความนายพดล เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 50 โดยศาลอาญาที่เป็นศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุกนายชนาพัทธ์ จำเลยที่ 1 เป็นเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน ส่วนจำเลยอื่นที่เป็นสื่อมวลชนรวม 10 รายนั้นให้ยกฟ้อง ต่อมานายชนาพัทธ์ ยื่นอุทธรณ์คดี และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 54 แก้เป็นว่า ให้ปรับเป็นเงิน 50,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี
และคดีหมายเลขดำ อ.2022/2550 ที่นายชนาพัทธ์ ได้กล่าวใส่ความนายนพดล เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 50 ทำนองเดียวกัน ซึ่งศาลอาญาที่เป็นศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำคุก 6 เดือน ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 54 แก้เป็นว่าให้ปรับจำเลย 20,000 บาท ส่วนโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี
ขณะที่คดีหมายเลขดำ อ.2020/2550 ที่นายนพดล ยื่นฟ้องนายชนาพัทธ์ กับพวกซึ่งเป็นสื่อมวลชนรวม 4 ราย ว่าเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 50 ได้ใส่ความหมิ่นประมาทเรื่องสนับสนุนขบวนการรุกป่านั้น ทั้งศาลอาญาและศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนให้ยกฟ้องไปในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เนื่องจากโจทก์ไม่ได้มาศาลในวันนัดไต่สวน



