ข่าว

"อภิสิทธิ์"รับจับตานักธุรกิจหนุนเสื้อแดง

"อภิสิทธิ์"รับจับตานักธุรกิจหนุนเสื้อแดง

30 พ.ค. 2552

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ยอมรับจับตานักธุรกิจสนับสนุนเสื้อแดง ขู่ทำผิดกฎหมายจับทันที พร้อมสั่งประเมินสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิดไม่ให้กระทบการทำงานของรัฐบาล

(30พ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวในเดือนมิ.ย.นี้ ว่า ฝ่ายผู้ชุมนุมเองได้ประกาศไว้ชัดเจน นอกจากนี้ในการติดตามความเคลื่อนไหวก็พบว่ามีแนวโน้มเช่นนั้น การที่ตนออกมาพูดก็เพื่อต้องการย้ำว่าขอให้การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่าให้เกินเลยขอบเขต
 
 เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่อเค้ารุนแรงเหมือนครั้งที่ผ่านมาหรือมีความเคลื่อนไหวอื่นอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนหวังและเชื่อว่าคนที่มาชุมนุมส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่ต้องการทำผิดกฎหมายอยู่แล้วและนั่นเป็นพื้นฐาน ดังนั้นก็อยู่ในส่วนของแกนนำ ซึ่งตนก็หวังว่าแกนนำหลายคนคงจะยอมรับกติกาของบ้านเมือง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแกนนำในอดีตบางคนก็แสดงท่าทีชัดเจนแม้หลังเหตุการณ์เดือน เม.ย.ว่านอกจากจะไม่หยุดแล้วก็จะทำให้รุนแรงขึ้นอีก ตนก็หวังว่าคนเหล่านั้นจะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องและแกนนำที่ยึดมั่นในกฎหมายจะไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามคนที่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย
 
 เมื่อถามว่ารัฐบาลประเมินหรือไม่ว่าความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงจะกระทบต่อการทำงานของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องประเมินสถานการณ์ไปอีกระยะหนึ่งว่าในที่สุดความเคลื่อนไหวจะเป็นไปในลักษณะใด ทั้งนี้ตนอยากจะย้ำกับประชาชนโดยรวมว่าข้อห่วงใยของทุกท่านกำลังได้รับการดูแลจากทางสภา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
และหากมีประเด็นอะไรก็สามารถนำเสนอและมาแสดงออกได้ รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับทุกสิ่ง
 
 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามที่จะไปนำเอาเรื่องเหตุการณ์ในช่วงสงกรานต์มาเป็นประเด็น ซึ่งมันไม่เป็นข้อเท็จจริง ตนก็มีการเปิดโอกาสให้มีการอภิปราย ชี้แจงและขณะนี้คณะกรรมการฯของสภาฯก็พยายามที่จะนำเอาทุกปมที่เป็นข้อสงสัยมาคลี่คลาย ตนก็หวังว่าจะช่วยทำให้เงื่อนไขเหล่านั้นหมดไป
 
 เมื่อถามว่า ในการพูดกับนักธุรกิจนายกรัฐมนตรีระบุถึงขนาดว่าจะเป็นการเผาบ้านเผาเมือง ในทางการข่าวประเมินว่าการชุมนุมจะรุนแรงถึงขนาดนั้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ ตนเพียงแต่บอกว่าเวลาที่มาทำผิดกฎหมายในอดีตนั้นถึงขั้นที่จะนำไปสู่ความรุนแรงอย่างนั้น ก็อยากบอกว่าอย่าทำ แต่จนถึงวันนี้ในทางการข่าวยังไม่มีสัญญาณที่จะมีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่เราก็ต้องไม่ประมาท แต่เราก็ต้องยอมรับว่าตราบใดที่ยังมีคนบางกลุ่มที่คิดว่าทำอะไรก็ได้ มันก็ต้องระมัดระวัง ทั้งนี้ก็ไม่อยากให้ฝ่ายใดทั้งนั้นที่ตกเป็นเหยื่อ
 
 “แม้แต่ฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมเองก็มักจะบอกว่าไม่เห็นด้วยกับหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาและก็ไม่แน่ใจว่าตกลงว่าเป็นคนในกลุ่มของเขาจริงหรือไม่ อย่างไร ก็ต้องช่วยกันอย่าให้เกิดเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใดก็ตาม" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีกลุ่มนักธุรกิจใดที่ยังให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า ตามรายงานก็มีบ้าง ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ต้องมีหน้าที่ที่ต้องตรวจสอบต่อไปให้ชัดเจน ทั้งนี้จะไม่มีการคาดโทษก่อนแต่ถ้าทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างที่บอกไป
 
 เมื่อ ถามว่าความเคลื่อนไหวนอกสภาจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2535 และร่าง พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรามีหน้าที่ไม่ให้เกิดผลกระทบ ก็ต้องทำให้งานต่างๆเดินหน้าต่อไปได้ อย่างที่ตนได้ย้ำไปว่าในช่วงเดือนมิ.ย.นี้ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วทุกอย่างเรียบร้อย รัฐบาลก็ต้องเร่งขอสภาเพื่อจะได้เดินหน้า ซึ่งสิ่งที่เราต้องการทำคือการสร้างงานให้ประชาชน 1.5-2 ล้านคน ให้เร็วที่สุด และทำให้บ้านเมืองเข้มแข็งขึ้นโครงสร้างพื้นฐานพร้อมมากขึ้น