ข่าว

'เชลซี'เฉือนปืนหวุดหวิด2-1ผีเจ๊า

'เชลซี'เฉือนปืนหวุดหวิด2-1ผีเจ๊า

21 ม.ค. 2556

'เชลซี' แผ่วครึ่งหลังเฉือนเอาชนะ 'อาร์เซนอล' หวุดหวิด 2-1 ขณะที่ 'แมนฯ ยูไนเต็ด' ถูก 'สเปอร์ส' ตีเสมอ 1-1 ช่วงเวลาทดเจ็บ

             ศึกพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี รองจ่าฝูงเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำศึกดาร์บี้แมทช์ กรุงลอนดอนกับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล โดยเจ้าถิ่นส่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส กลับมาเป็นกองหน้าตัวจริงอีกครั้ง เริ่มเกมได้ 6 นาทีเจ้าถิ่นได้ประตูนำเมื่อ เซซาร์ อัซปริกูเอตา เปิดบอลยาวให้ ฆวน มาตา หลุดไปยิงเป็น 1-0 และอีก 10 นาทีต่อมา รามิเรส ถูก วอยเซียก เชสนี เกี่ยวเป็นจุดโทษ แฟรงค์ แลมพาร์ด สังหารเข้าไป จบครึ่งแรก เชลซี นำ 2-0

             เข้าครึ่งหลัง อาร์เซนอล เปิดเกมรุกอย่างหนักนาทีที่ 58 ตามตีไข่แตกได้ ซานติ กาซอร์ลา แทงทะลุให้ ธีโอ วัลคอตต์ หลุดเดี่ยวไปยิงผ่าน ปีเตอร์ เช็ก เป็น 2-1 แต่ช่วงเวลาที่เหลือของเกม อาร์เซนอล ก็ไม่มีทีเด็ดที่จะตีเสมอได้ จบเกม เชลซี เฉือนชนะไปหวุดหวิด 2-1 ตามหลัง แมนฯ ซิตี รองจ่าฝูง 6 แต้มเท่าเดิม

             ขณะที่"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงที่มี 55 แต้มออกไปเยือน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 4 ที่มี 40 แต้ม ที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน ทำได้แค่เสมอ 1-1 แม้นจะขึ้นนำไปก่อนแต่ถูกตีเสมอในช่วงเวลาทดเจ็บ

             ขณะที่เกมนัดวันเสาร์ที่ 19 มกราคม "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี รองจ่าฝูงเปิดสนามอิติฮัด รับการมาเยือนของฟูแลม เริ่มเกมได้ 2 นาทีเจ้าถิ่นได้ประตูนำก่อนจาก ดาวิด ซิลบา นาทีที่ 2 จากนั้นก็ยังครองเกมได้เหนือกว่าและมาได้ประตูย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาดจาก ซิลบา คนเดิมนาทีที่ 69 ทำให้ชนะไป 2-0 มีเป็น 51 แต้มขยับใกล้ แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือแค่ 4 แต้ม

             หลังจบการแข่งขัน เดวิด แพลท มือขวาของมันชินี ออกมาพูดถึงเกมนี้ว่าเป็นความยอดเยี่ยมอีกครั้งของ ซิลบา โดยที่ผ่านมากองกลางรายนี้มีส่วนสำคัญกับทีมมาตลอด และนัดนี้ก็พิสูจน์ได้ว่ายังเป็นนักเตะที่ทำประตูได้ดี และการที่ยิงประตูได้เร็วเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมได้ชัยชนะแบบไม่ลำบากนัก

             "เมื่อปีที่แล้วเขายิงประตูได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่เรารู้ว่าเขาสำคัญอย่างไรไม่ว่าเขาจะยิงได้หรือไม่ ผมคิดว่าฟอร์มการเล่นของเขากำลังขึ้น เขาอยู่ในทีมด้วยหลายเหตุผลที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่เพียงแค่ความสามารถในการทำประตูของเขา ผมคิดว่าฟอร์มของเขาคงทำประตูได้อีกมาก ผมพอใจที่เขายิงได้ 2 ลูกและน่าจะเป็น 3 ด้วยซ้ำ เราทำประตูได้หลังจาก 90 วินาทีและคุณคงคิดว่านั่นทำให้เราตั้งหลักได้ แต่เราก็ไม่ได้คุมเกมตลอดครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลังเราดีขึ้น" แพลทกล่าว

             ขณะที่เรื่องการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แพลท เชื่อว่าทีมยังคงมีลุ้นเนื่องจากยังเหลือเกมอีก 15 นัด และมีความเชื่อว่าทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และแมนฯ ซิตี มีโอกาสจะทำแต้มหลุดมือได้อีก และหากว่า แมนฯยูไนเต็ด สะดุดเมื่อไหร่ก็จะมีลุ้นขึ้นมาทันที

             ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ส่ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงมาประสานเกมรุกกับ หลุยส์ ซัวเรซ ในการเปิดแอนฟิลด์ถล่ม "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช 5-0 โดยได้ทั้ง 5 ประตูจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นาทีที่ 26, หลุยส์ ซัวเรซ นาทีที่ 36, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ นาทีที่ 59, สตีเวน เจอร์ราร์ด นาทีที่ 66 และ ลีออน เบนเนตต์ ทำเข้าประตูตัวเองนาทีที่ 74

             เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ออกมาพูดถึงการประสานงานที่ยอดเยี่ยมของ ซัวเรซ และสเตอร์ริดจ์ ที่เล่นเกมรุกร่วมกันตั้งแต่นาทีแรกเป็นนัดแรกว่า ช่วยทำให้ทีมมีความอันตรายขึ้นมาก และทำให้คู่ต่อสู้มีความกังวลมากกว่าที่จะจัดการกับ ซัวเรซ เพียงคนเดียว

             "ผมคงไม่ขออะไรมากไปกว่านี้แล้ว พวกนักเตะเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และเกมของพวกเขาก็เป็นสุดยอดฟอร์มการเล่น ซัวเรซ กับ สเตอร์ริดจ์ ประสานงานกันได้ดี ทั้งคู่ต่างก็ยิงประตูได้ มันยิ่งเยี่ยมเข้าไปใหญ่ หลุยส์ ทำให้สิ่งที่เขาทำให้พวกเราในฤดูกาลด้วยการทุ่มเท 100 เปอร์เซ็นต์ในทุกเกม และเขาประสานกับ ดาเนียล ได้ดีในแนวรุก ผมคิดว่าคู่ต่อสู้กังวลกับซัวเรซ แต่ตอนนี้มีดาวยิงมาอยู่เคียงข้างเขาแล้ว ดาเนียล มีความเร็ว มีพลัง แต่เขาก็ฉลาดเล่นและนั่นเป็นสิ่งสำคัญในวันนี้" ร็อดเจอร์สกล่าว