
อุตุฯเตือน4จ.เหนือเสี่ยงฝนถล่ม-น้ำป่าทะลัก
อุตุฯภาคเหนือ เตือน 30-31 พ.ค.รับมือฝนตกหนักกระจาย 60% ของพื้นที่ สั่งจับตา 4 จังหวัดเสี่ยงภัย ขณะที่ปภ.น่าน เตรียมพร้อมดึงอปท.อบรมรับมืออุทกภัย วางแผนเฝ้าระวัง 2 ส่วนหวั่นซ้ำรอยปี 51 "บ้านห้วยธนู" ถูกน้ำพัดหายกว่า 8 หลังคาเรือน
(30พ.ค.) นายวรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร เวรพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เปิดเผยว่า ช่วง 1-2 วันนี้ (30-31 พ.ค.) ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
โดยส่งผลให้ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีลมกรรโชกแรง โดยจะเติ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงเย็นของวันนี้ (30 พ.ค.)และพื้นที่ในภาคเหนือที่ต้องเฝ้าระวังและจับตาน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และโคลนถล่ม มี 4 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน โดยเฉพาะในพื้นที่เชิงเขา พื้นที่ลุ่มน้ำ
ขณะที่นายธวัช เพชรวีระ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการวางแผนปฏิบัติการรับมือน้ำท่วมล่วงหน้าแล้ว เนื่องจากพื้นที่จ.น่านแต่ละอำเภออยู่ห่างไกล เมื่อเหตุอุทกภัย ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก การจะเข้าช่วยเหลือให้ทันท่วงทีเป็นเรื่องที่ยากลำบาก
โดยได้ประสานความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 15 อำเภอ ให้ส่งตัวแทนเข้ารับการอบรมวิธีการเฝ้าระวังอุทกภัย รวมถึงวิธีการอพยพชาวบ้านออกนอกพื้นที่เสี่ยงภัยเบื้องต้นกรณีฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่ปภ.ไม่สามารถไปถึงสถานที่เกิดเหตุได้ทัน
ทั้งนี้ ยังมอบหมายให้มีการแต่งตั้งมิสเตอร์เตือนภัยหมู่บ้านละ 2 คนทำหน้าที่ประสานงานและจับตา รายงานความเคลื่อนไหวของสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ร่วมกับชุดอปพร.หมู่บ้าน และชุดเฝ้าระวัง เพื่อรายงานข้อมูลมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแจ้งต่อปภ.น่าน ต่อไป
นายธวัช กล่าวต่ออกีว่า สำหรับพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดน่านจะมีทั้งหมด 302 หมู่บ้าน กระจายอยู่ใน 15 อำเภอ โดยแผนรับมือในปีนี้จะเฝ้าระวัง 2 ส่วน คือ ส่วนแรกบริเวณลำน้ำน่าน ที่ทุกปีจะเกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน และส่วนที่ 2 คือบริเวณร่องน้ำ ไหล่เข่า ที่ชาวบ้านไปรุกล้ำที่แนวลำน้ำสาขาต่างๆ
ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยกับปี 2551 ที่บ้านห้วยธนู อ.ท่าวังผา ที่โดนน้ำป่าไหลหลากและโคลนถล่มส่งผลให้บ้านเรือนกว่า 8 หลังคาเรือนถูกน้ำพัดหายไป อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ในปีที่ผ่านมาทางจังหวัดน่านจึงได้สั่งอพยพชาวบ้านที่บ้านห้วยธนู และจัดหาพื้นที่ให้อยู่ใหม่จำนวน 29 หลังคาเรือน



