
เยอรมนีขนทองคำแท่งกลับบ้านเตรียมทิ้งยูโร
เยอรมนีกำลังขนทองคำแท่งกลับบ้านเตรียมทิ้งยูโร : หน้าต่างอาเซียน โดยทนง ขันทอง
เป็นข่าวใหญ่เมื่อวันพุธที่แล้ว เมื่อบุนเดสแบงก์ หรือธนาคารกลางของเยอรมนีออกแถลงการณ์ว่า มีความประสงค์ที่จะขนทองคำแท่งที่ฝากไว้ในตู้นิรภัยของเฟดเดอรัลรีเชร์ฟแห่งนิวยอร์กและธนาคารกลางของฝรั่งเศส เพื่อเอากลับมาเก็บดูแลรักษาในตู้นิรภัยของตัวเองที่แฟรงก์เฟิร์ต ทำให้มีคำถามขึ้นมาว่า เยอรมนีเตรียมทิ้งยูโรเพื่อกลับไปพิมพ์เงินมาร์กเหมือนเดิม โดยมีทองคำแท่งหนุนเพื่อความเชื่อมั่นหรือเปล่า?
ขณะนี้เยอรมนีมีทองคำแท่ง 3,400 ตัน มากเป็นอันดับสองของโลก รองมาจากสหรัฐอเมริกา ก่อนปี 1990 เยอรมนีเก็บทองคำแท่ง 98% อยู่นอกประเทศ คือสหรัฐอเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศส แต่หลังจากสงครามเย็นสงบลง เยอรมนีค่อยๆ ทยอยขนทองคำแท่งที่เพิ่มพูนขึ้นมาจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกลับบ้าน อีกประการหนึ่งเยอรมนีได้เข้าร่วมเขตยูโร โดยใช้เงินสกุลยูโรแทนเงินมาร์กของตัวเองที่ยกเลิกไป ทำให้มีความจำเป็นน้อยลงในการเก็บทองที่ตู้นิรภัยในธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศส เพื่อช่วยในการบริหารเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ
เมื่อปี 2000 เยอรมนีได้ขอคืนทองคำแท่ง 930 ตันที่เก็บไว้ที่ธนาคารกลางของอังกฤษ แต่จะยังคงเก็บทองไว้ที่ธนาคารกลางอังกฤษ 13% ของทองคำทั้งหมดที่เยอรมนีมีอยู่ เริ่มปีนี้เยอรมนีจะขนทองคำแท่ง 300 ตัน ที่ฝากไว้ที่นิวยอร์กกลับบ้าน และจะขนทองคำแท่งทั้งหมด 374 ตันที่ฝากไว้กลับธนาคารกลางของฝรั่งเศสไม่เหลือหลอ
ตารางของการขนทองคำแท่งของเยอรมนีจากนี้ไปถึงปี 2536 เป็นดังนี้ :
31 ธันวา 2555 31 ธันวา 2563
แฟรงก์เฟิร์ต 31% 50%
นิวยอร์ก 45% 37%
ลอนดอน 13% 13%
ปารีส 11% 0%
ต้องเข้าใจว่าระบบการเงินกระดาษ (fiat currency) ของโลกเริ่มจะแกว่งไม่มีเสถียรภาพหลังวิกฤติปี 2551 เพราะระบบธนาคารล้มละลาย มีหนี้เสียมาก เศรษฐกิจถดถอย ตลาดเงิน ตลาดทุนเกือบจะพัง ทำให้ธนาคารกลางในประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธนาคารกลางอังกฤษและเฟดเดอรัล รีเชร์ฟของสหรัฐอเมริกาต้องพิมพ์เงินเข้าไปอุ้มระบบการเงินไม่ให้ล้ม การพิมพ์เงินกระดาษโดยไม่มีทองคำหนุนหลัง ทำให้ความเชื่อมั่นในเงินกระดาษไม่ปกติ
ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจและค่าเงินยูโรลดลงอย่างมากหลังจากที่ประเทศยุโรปใต้หลายประเทศประสบภาวะวิกฤติต้องขอความช่วยเหลือทางด้านการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารกลางแห่งยุโรป ระบบธนาคารของสเปนและกรีซหนักที่สุดตอนนี้ เพราะว่าเงินกองทุนติดลบ จากหนี้เสียกองมหึมา มีความเป็นไปได้ว่าบางประเทศอาจออกจากเขตยูโรเพื่อไปตายเอาดาบหน้า โดยการหันกลับไปใช้เงินสกุลเดิมของตัวเอง ถ้าเหตุการณ์ที่เลวร้ายนี้เกิดขึ้นระบบการเงินยูโรจะยิ่งวิกฤติหนักขึ้นไปอีก
นี้จะเป็นข้ออ้างให้เยอรมนีถอนตัวจากเขตยูโรเหมือนกัน เพราะว่าเยอรมนีไม่สามารถจะอุ้มทุกประเทศที่มีปัญหาทางการเงินได้ ความเป็นไปได้ในเรื่องนี้สูงพอสมควร การขนทองคำแท่งกลับบ้านตัวเองก็เป็นข้อยืนยันอย่างหนึ่งว่า เยอรมนีต้องมีทองคำสำรองระดับหนึ่งเพื่อหนุนหลังเงินมาร์ก ในกรณีที่ตัดสินใจทิ้งเงินยูโร
ทั้งจีน อินเดียและรัสเซียตอนนี้กำลังตุนทองกันยกใหญ่ เพราะรู้ดีว่าต่อไปเงินกระดาษจะมีความน่าเชื่อถือต้องมีทองหนุนหลัง ไม่ใช่พิมพ์ออกมาเปล่าๆ หรือมีดอลลาร์กระดาษที่กำลังจะไร้ค่าหนุนหลัง
ระบบการเงินอังกฤษ และฝรั่งเศสต้องเซพอสมควรจากการที่เยอรมนีเล่นขอถอนทองคำแท่งแบบนี้ เพราะว่าทองที่ประเทศอื่นฝากเอาไว้ถูกนำไปปล่อยกู้ยืมต่อเป็นทอดๆ แถมถูกใช้หนุนตราสารกระดาษอิงทองคำ คล้ายๆ กันกับแบงก์ที่ถูกลูกค้ารายใหญ่ถอนเงิน ฐานะการเงินถึงกับเซได้ ถ้าหมุนเงินไม่ทัน และถ้าเอาทรัพย์สินอื่นมาอุดไม่เพียงพอ
เมื่อปี 2554 เวเนซุเอลาสร้างความฮือฮาด้วยการขอขนทองคำแท่ง 99 ตันที่ฝากไว้ที่อังกฤษกลับบ้านหมด สาเหตุต่างๆ เหล่านี้อาจเป็นเหตุผลหลักทำให้สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษต้องไปเยี่ยมเยือนตู้นิรภัยเก็บทองคำแท่งของธนาคารกลางของอังกฤษเมื่อเร็วๆนี้ เพื่อเรียกร้องความมั่นใจในระบบการเงิน การบริหารทองคำแท่งและตลาดทอง ซึ่งลอนดอนเป็นศูนย์กลางของโลก ภาพที่สมเด็จพระราชินีอังกฤษเยี่ยมตู้นิรภัยเก็บทองคำแท่งออกมาอย่างจงใจมากผิดปกติ เพื่อให้ชาวโลกเห็นว่าทองคำแท่งยังมีอยู่ครบสมบูรณ์ และให้เชื่อมั่นในความเป็นศูนกลางทางการเงินและทองของลอนดอนต่อไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีทองอยู่ประมาณ 250 ตัน และได้เก็บ 150 ตันเอาไว้ที่ลอนดอนเพื่อช่วยในการบริหารสภาพคล่องเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อาจจะสายไปเสียแล้วสำหรับธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะต้องเริ่มตุนทองเพื่อใช้หนุนธนบัตรเงินบาทเพื่อความเชื่อมั่นในอนาคต เพราะที่ผ่านมามีทองมากตั้งแต่สมัยโบราณแต่ก็ขายออกไปแทบจะหมด เพราะหลงเชื่อว่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่เป็นเศษกระดาษเปล่าๆ มีค่าและความน่าเชื่อถือมากกว่าทองคำแท่ง



