ข่าว

อนาคตส่งออก'กล้วยไม้ไทย'

อนาคตส่งออก'กล้วยไม้ไทย'

20 ม.ค. 2556

อนาคตส่งออก'กล้วยไม้ไทย'เน้นคุณภาพ-สร้างมูลค่าเพิ่ม : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...ธานี กุลแพทย์

               ในงานสัมมนาเกษตรกรก้าวหน้า หัวข้อ "ก้าวหน้า ก้าวไกล ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปศุสัตว์ และพืชผล" ครั้งที่ 3 ที่โรงแรมสีมาธานี จ.นครราชสีมา โดยบริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ผู้จัดงานแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้ภูมิภาคเอเชีย (Horti ASIA) ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเกือบ 300 คน โดยเฉพาะผู้ประกอบกิจการกล้วยไม้เพื่อการส่งออก หัวข้อหลักของการสัมมนา เนื่องเพราะภาครัฐมีนโยบายผลักดัน โดยตั้งเป้าหมายไว้หนึ่งหมื่นล้านบาท ในปี 2559 ซึ่งมีความเป็นไปได้หรือไม่ จากบทสรุปของการสัมนนา ระบุว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศเป็นสำคัญ

               "ลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์" ผู้จัดการทั่วไป บริษัทวีเอ็นยูฯ บอกว่า  จากที่กล้วยไม้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งมีพื้นที่ปลูกประมาณ 2 หมื่นไร่ และเกษตรกร พร้อมทั้งผู้ประกอบการอีกกว่า 3,000 ครัวเรือน ทำให้ไทยสามารถส่งออกทั้งกล้วยไม้ตัดดอกเป็นอันดับสองรองจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และส่งออกต้นกล้วยไม้มากเป็นอันดับสองรองจากไต้หวัน โดยมีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ทว่ามูลค่าของการส่งออกกลับลดลงเรื่อยๆ นั่นหมายถึงขายของได้มากขึ้น แต่ได้เงินน้อยลง

                "เนื่องจากการเติบโตของตลาดกล้วยไม้โลก โดยเฉพาะตลาดในจีนและอินเดีย ตลาดส่งออกกล้วยไม้ของไทยที่มีการเติบโตค่อนข้างสูง แต่เป็นการเติบโตเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ แต่หากเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจกล้วยไม้ไทยหันมาผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้มากขึ้นได้อีก อย่างไรก็ตาม จะต้องศึกษาถึงลักษณะความต้องการใช้กล้วยไม้ และปริมาณความต้องการที่แท้จริงของตลาดด้วยเช่นกัน"

               ทั้งนี้ ตลาดกล้วยไม้ไทยจะยังคงศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกได้นั้น จะต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานและคุณภาพของสินค้า โดยเฉพาะกล้วยไม้ ที่มีอายุความสดใหม่สั้นและบอบช้ำง่าย จึงต้องให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อการเก็บรักษา แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มอื่นๆ ได้ อาทิ ความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ รวมถึงกระบวนการจัดเก็บสินค้า การคมนาคมขนส่ง เพื่อให้กล้วยไม้มีคุณภาพดีตามมาตรฐานการส่งออกภายในต้นทุนที่แข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ ขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

               "การเพาะพันธุ์กล้วยไม้ใหม่ๆ โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างความหลากหลาย การหมุนเวียนพันธุ์ เหล่านี้ ก็เพื่อไม่ให้ตลาดเกิดภาวะหยุดนิ่ง ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจกล้วยไม้ไทยจะต้องพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพในการผลิตสินค้าที่ดีของตนอยู่เสมอ" ลัดดา แจง

               สอดคล้องกับ เจตน์ มีญาณเยี่ยม นายกสมาคมผู้ส่งออกกล้วยไม้ไทย และเจ้าของสวน ยืนยันว่า การผลิตกล้วยไม้เชิงธุรกิจหรือเพื่อการค้าจะต้องมีการศึกษาข้อมูลพื้นฐานเป็นการเบื้องต้นก่อน รวมถึงเรื่องเทคโนโลยี และนวัตกรรมการผลิต การบรรจุหีบห่อ การขนส่ง และการตลาด ซึ่งผู้ประกอบการส่วนมากละเลย ก่อให้เกิดปัญหาที่ตามมา อันได้แก่ ต้นทุนในการผลิตสูง การสูญเสียผลผลิตระหว่างการขนส่ง ในขณะที่ราคาที่ขายได้ไม่สูงนัก

               พร้อมระบุถึงสาเหตุว่า ส่วนใหญ่เกิดจากระบบการจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งกล้วยไม้มีจุดเด่นที่ความสวยงาม แต่มีอายุสั้นและช้ำได้ง่าย ดังนั้นกระบวนการรักษาและการขนส่งจึงเป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่บรรจุภัณฑ์ก็จะต้องป้องกันการกระแทก รักษาความชื้นได้ สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการสร้างความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ หรือแม้แต่การติดฉลากหรือสัญลักษณ์ต่างๆ อาทิ ฉลากเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (eco-labels) ตราส่งเสริมการตลาดอื่นๆ เช่น สัญลักษณ์การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า หรือการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เป็นต้น

               "ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกกล้วยไม้ควรหาแนวทางการผลิตใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตลงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมถึงการเพาะพันธุ์กล้วยไม้ใหม่ๆ โดยนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างความหลากหลาย และหมุนเวียนพันธุ์ หากปรับตัวและพัฒนาศักยภาพสินค้าของตนได้ตามที่กล่าวก็น่าจะเป็นข้อได้เปรียบสำหรับประเทศไทย ที่จะเป็นฐานการผลิตและส่งออกกล้วยไม้ที่สำคัญในการเป็นศูนย์กลางกระจายการส่งออกกล้วยไม้ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

               ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการยอมรับว่า เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกกล้วยไม้รายใหญ่ มีตลาดหลัก เช่น สหภาพยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น

               อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมผู้ส่งออกล้วยไม้ไทยย้ำว่า จากศักยภาพและจุดแข็งของกล้วยไม้ไทย ทั้งด้านสายพันธุ์ที่มีความหลากหลาย ความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของกล้วยไม้เขตร้อน การพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่ต่อเนื่อง เป็นไปได้สูงที่กล้วยไม้ไทยจะเกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้น 10-12% ในอนาคตอันใกล้นี้

 

 ....................................................

(อนาคตส่งออก'กล้วยไม้ไทย'เน้นคุณภาพ-สร้างมูลค่าเพิ่ม : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...ธานี กุลแพทย์)