
'โรฮิงญา'เดินหน้าสู่วงจร'ค้ามนุษย์'
'โรฮิงญา'เดินหน้า สู่วงจร..'ค้ามนุษย์' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
กลายเป็นภาพข่าวที่น่าสลดใจไปทั่วโลก ชาว "โรฮิงญา" เกือบ 900 ชีวิต ถูกจับกุมที่ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากพวกเขาหนีตายมาจากแผ่นดินเกิด ที่แร้นแค้น อัตคัด อดสู แม้ว่าพวกเขามีชีวิตแต่ไร้สิทธิใดๆ ในแผ่นดินเกิด ถูกกระทำย่ำยีอย่างไร้มนุษยธรรม จึงต้องหนีร้อนมาพึ่งเย็น และเป้าหมายหนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย!!
ปัญหาชาวโรฮิงญาลักลอบเดินทางทางทะเลเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อผ่านไปยังประเทศที่สาม นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และนำไปสู่ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะปัญหาการค้ามนุษย์ ย่อมส่งผลให้ประเทศไทยถูกเฝ้าจับตามองจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. จะมีการรับมือปัญหานี้อย่างไร
-การลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่
จากกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด ยังไม่เข้าข่ายการเป็นค้ามนุษย์ ทั้งนี้ การค้ามนุษย์ต้องเข้าองค์ประกอบความผิด ไม่ว่าจะแสวงหาผลประโยชน์โดยประเวณี ค้ามนุษย์เกี่ยวกับแรงงานหรือบริการที่ถูกบังคับไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ถูกบังคับให้กระทำให้ทำงาน ถึงจะเข้าองค์ประกอบเรื่องการค้ามนุษย์ รวมทั้งการค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบขอทาน ถูกบังคับ ถูกกักขัง หลอกลวงมาแล้วนายหน้าส่งต่อมาให้เจ้าของกิจการหรือมีการทำร้ายร่างกายแบบการค้ามนุษย์บนเรือประมง โดยเขาไม่เต็มใจที่จะทำ หรือไม่จ่ายค่าบริการค่าเหนื่อย ค่าแรงตามสิทธิ แบบนี้ถึงเข้าองค์ประกอบ
ส่วนกรณีของชาวโรฮิงญาที่ถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 9-10 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ที่ลงไปดูแล และทาง บก.ปคม.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข รองผบก.ปคม. และ พ.ต.อ.ธวัช ปิ่นประยงค์ ผกก.6 บก.ปคม. และทีมงานเข้าไปสอบคัดแยกเหยื่อร่วมกับ พม.พื้นที่ใน จ.สงขลา ทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่า ไม่ได้มีการถูกกักขัง เพียงแต่เขาไปรวมกันอยู่ในพื้นที่ในบ้าน ในโกดังเก่าๆ และสามารถไปไหนมาไหนได้ ไม่ได้ถูกบังคับให้ทำงาน คาดว่าน่าจะรอการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่น ข้อเท็จจริงเป็นแบบนั้น แม้ว่าจะมีเด็กก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริง จึงมีความผิดในฐานการหลบหนีเข้าเมืองเท่านั้น
-เคยพบชาวโรฮิงญาถูกนำมาค้ามนุษย์ในไทยหรือไม่
จากข้อมูลที่มีอยู่ พบว่าไม่มีสถิติการจับกุมเรื่องชาวโรฮิงญาถูกกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ต้องเข้าใจว่า ชาวโรฮิงญาเขาอยู่อย่างยากลำบาก ในเมื่อประเทศเขาเองก็ไม่ยอมรับ ไม่ยอมขึ้นทะเบียนว่าเป็นคนของเขา ทำมาหากินลำบาก สิทธิในการเป็นมนุษย์เขาไม่มี ด้วยธรรมชาติความเป็นมนุษย์ก็ต้องมีการดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตที่ดีกว่า มีพื้นที่ที่ดีกว่า มีงานทำเพื่อประทังความเป็นอยู่ในเรื่องของอาหาร ที่อยู่ เสื้อผ้า เขาก็ต้องดิ้นรนมาตายเอาดาบหน้า จึงมีการเดินทางหาช่องทางออกไปยังประเทศที่สาม และก็ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านที่จะไปยังประเทศอื่นๆ
-ส่วนใหญ่ชาวโรฮิงญามีเป้าหมายจะเดินทางไปประเทศใด
ก็มีประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือจากข้อมูลเก่าๆ ก็มีการเดินทางเรือจากยะไข่มุ่งหน้าไปทางอันดามัน ไปยังประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย พอถึงเป้าหมายแล้วก็ว่ายเข้าฝั่ง ซึ่งประเทศที่สามก็ต้องรับโดยปริยาย เพราะเป็นหลักสิทธิมนุษยชน
บางส่วนก็เดินทางผ่านเข้ามาที่ประเทศไทยก่อน ล่องเรือมาขึ้นฝั่งที่ จ.ระนอง จ.สตูล บางทีขึ้นฝั่งมาก็ยอมให้ถูกจับ เพราะยังดีกว่าอยู่ที่บ้านของเขา แต่บางคนก็จะหลบหนี เพื่อให้ไปประเทศที่สามให้ได้ เพราะบางคนเสียเงินค่าเรือ เสียเงินค่านายหน้า มาทีก็เป็นร้อยๆ คน ตามแต่ขนาดเรือ เมื่อขึ้นฝั่งแล้วก็มาเดินเท้าและหาวิธีไปต่อยังประเทศที่สามโดยอาศัยนายหน้าทางฝั่งที่พามา กับนายหน้าคนไทย ก่อนที่จะนำส่งต่อไปยังประเทศที่สาม เขาก็จะได้สิทธิ เป็นคนของประเทศนั้นๆ และมั่นคงกว่าอยู่ที่เดิม รองรับความเป็นมนุษย์ให้ได้ หรือส่งต่อแรงงานไปให้ภาคธุรกิจที่ต้องการแรงงานโรฮิงญา
-ชาวโรฮิงญาที่ถูกจับกุมได้ครั้งนี้ มีขั้นตอนการคัดแยกคนที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์อย่างไร
การคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์เราจะลงไปทำร่วมกับ พม.ในพื้นที่ และพนักงานสอบสวนในพื้นที่ อัยการพื้นที่ เอ็นจีโอ มารวมกันสอบปากคำเบื้องต้นทีละคน โดยใช้ล่ามชาวพม่า ว่าเขาเป็นเหยื่อกระบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ วัตถุประสงค์ที่เขาเข้ามาคืออะไร และจะไปไหน อย่างไร ถูกทำร้ายกักขังบ้างหรือไม่ ใครนำพามา ทำอาชีพอะไร ซึ่งมีบางคนถูกทำร้ายเพราะขัดขืน แต่ยังไม่ได้แสวงประโยชน์จากชาวโรฮิงญาเหล่านี้ จึงยังไม่เข้าข่าย ส่วนใหญ่พวกนี้จะสมัครใจออกมา ชาวโรฮิงญาที่ค่อนข้างจะมีฐานะหน่อยจะยอมจ่ายค่านายหน้า หรือรวบรวมเงินกันซื้อเรือ
ที่ผ่านมาจากการตรวจสอบตามเรือประมงของไทยก็ยังไม่พบแรงงานชาวโรฮิงญาที่ถูกบังคับใช้แรงงาน ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานชาวพม่า หลังจากเกิดเหตุ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษา (สบ10) ในฐานะผู้ดูแลศูนย์พิทักษ์เด็กสตรีและเยาวชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการให้หน่วยเรา ซึ่งเป็นหน่วยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ลงไปในพื้นที่ เพื่อประชุมร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 และคัดแยกเหยื่อร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เอ็นจีโอพื้นที่ ซึ่งในเบื้องต้นเป็นความผิดฐานพาบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เมื่อไต่สวนแล้วก็จะให้สถานทูตเขามารับกลับ ระหว่างนั้นก็ทำเรื่องขอให้เหยื่อพวกนี้อยู่ในความดูแลของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ หรือ พม.จังหวัดนั้นๆ
-หากเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว จะทำให้ชาวโรฮิงญาเข้าเมืองไทยเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหรือไม่
ถึงแม้จะเปิดเออีซี แต่คนเหล่านี้ไม่มีเอกสารยืนยันสิทธิแสดงตัวตน ก็ยังถือว่าเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ ถ้าเข้ามาในไทยก็ต้องมีการติดตามจับกุม แต่ก็เป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานในพื้นที่ต้องเป็นที่เฝ้าจับตาเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ พวกเขาไม่มีเอกสารยืนยันอะไรเลย แต่ในเวทีโลกก็มีการเรียกร้องให้ประเทศของเขายืนยันสิทธิเพื่อความเสมอภาคมากขึ้น ผมก็ห่วงในเรื่องการเข้ามาในประเทศทุกประเทศต้องมีกฎหมายเหมือนกัน อาชญากรรมข้ามชาติจะน่าเป็นห่วงมากขึ้น
ในปีที่ผ่านมา ไทยยังถูกเฝ้าจับตาจากประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ ก็ยังอยู่ใน Tier 2 Watch List อยู่ ก็ต้องมีการควบคุมช่วยกันดูในทุกภาคส่วน ซึ่งมีการเร่งระดมจับกุมให้ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีปัญหาการค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัญหาการค้ามนุษย์ที่รุนแรงของไทย คือ เรื่องการค้าประเวณี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกภาคต้องร่วมมือกัน พร้อมกับการเร่งระดมกวาดล้างจับกุม
-ประชาชนมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ได้อย่างไรบ้าง
หากประชาชนท่านใดที่พบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ให้รีบแจ้งมาที่ศูนย์รับแจ้งเหตุด่วน (คอลเซ็นเตอร์) 1191 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 8 คู่สาย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือพวกเขาเหล่านี้ที่เป็นเหยื่อ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังต้องอาศัยการแจ้งเหตุจากประชาชน เพื่อร่วมกันช่วยเหลือเหยื่อเหล่านี้ และขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดไป
..............
(หมายเหตุ : 'โรฮิงญา'เดินหน้า สู่วงจร..'ค้ามนุษย์' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



