ข่าว

ตัวประกันแอลจีเรียเผยนาทีวิกฤติ!

ตัวประกันแอลจีเรียเผยนาทีวิกฤติ!

19 ม.ค. 2556

ตัวประกันชาวแอลจีเรีย เผยเหตุสะเทือนขวัญในนาทีวิกฤติหลังถูกจับ ชี้ผู้ก่อการร้ายตั้งเป้าจ้องสังหารชาวต่างชาติ

                      19 ม.ค.56 ตัวประกันชาวแอลจีเรีย ที่รอดพ้นจากวิกฤติตัวประกันในแอลจีเรีย ได้เล่าเหตุการณ์สะเทือนขวัญจากกรณีที่ผู้ก่อการร้ายบุกเข้ายึดโรงแยกก๊าซอิน อามีนาส ที่ตั้งอยู่ห่างไกลในทะเลทรายซาฮาร่า

                      หนึ่งในตัวประกันที่เดินทางถึงสนามบินอัลเจียส์ เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ เปิดเผยว่า เมื่อเขาบอกกับผู้ก่อการร้ายว่า เขาเป็นชาวแอลจีเรีย และเป็นมุสลิม พวกเขาก็รับฟังและบอกว่าไม่ต้องกลัว พวกเขาไม่ได้ทำตั้งใจมาทำร้ายชาวชาวแอลจีเรียที่เป็นมุสลิม แต่จะมาฆ่าพวกรุกรานศาสนาพวกเขาต้องการส่งเสริมศาสนาอิสลาม และแสดงให้สหรัฐเห็นว่า ศาสนาอิสลามคืออะไร

                      ตัวประกัน ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ บอกด้วยว่า ผู้ก่อการร้ายเริ่มบังคับให้ทุกคนออกจากห้อง และฆ่าคนไปถึง 5 คน ที่อยู่ห้องถัดจากเขา ส่วนตัวเขาได้แต่นอนอยู่บนเตียงภายในห้องตลอด48 ชั่วโมง ส่วนตัวประกันอีกคนหนึ่ง บอกว่า ผู้ก่อการร้ายจ้องเล่นงานแต่ชาวต่างชาติ พวกเขาเขาเห็นรถบัสที่บริเวณทางเข้าในส่วนของที่พักอาศัย ปล่อยตัวคนไปแค่ไม่กี่คนและสังหารชาวต่างชาติที่พบ รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวแอลจีเรีย ก่อนจะกลับไปยังส่วนที่พัก และจับตัวประกันไว้

                      ตัวประกันอีกคน บอกว่า ผู้ก่อการร้าย 3 คน จับชาวต่างชาติ 3 คน ไปขึ้นรถ ในช่วงที่ทหารแอลจีเรียบุกเข้ามาพอดี และยิงจรวดโจมตีจากเฮลิคอปเตอร์ ทำให้ผู้ก่อการร้ายเสียชีวิตทั้งหมด ตามด้วยเหตุการณ์นองเลือดภายในส่วนที่พักอาศัย

                      ในช่วง 3 วันที่เกิดวิกฤติ ที่โรงแยกก๊าซในซาฮาร่า ยังไม่แน่ชัดว่า ผู้เสียชีวิตไปเป็นจำนวนเท่าใดในการเผชิญหน้าระหว่างผู้ก่อการร้ายและกองทหารแอลจีเรีย ที่ได้ชื่อว่า ไร้ความปราณีที่สุดในภูมิภาค รัฐบาลแอลจีเรีย เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า มีคนงานต่างชาติราว 100 คน จาก 135 คน ที่อยู่ที่โรงงาน ได้รับการปล่อยตัวโดยปลอดภัย ส่วนอีก 18 คน จากอีกราว 30 คน ที่ตกเป็นตัวประกัน ถูกสังหาร และตอนนี้ ศูนย์กลางของวิกฤติตัวประกันได้ไปอยู่ที่โรงกลั่นน้ำมันแทนแล้ว

                      รัฐบาลแอลจีเรีย เปิดเผยรายละเอียดน้อยมาก เกี่ยวกับความคืบหน้าของสถานการณ์ที่ยังดำเนินอยู่ ที่โรงแยกก๊าซ อิน อามีนาส ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมระหว่าง บีพี ของอังกฤษ สตัทออย ของนอร์เวย์ และบริษัทน้ำมันของรัฐบาลแอลจีเรีย ผู้ก่อการร้ายซึ่งเป็นสมาชิกของกองพันสวมหน้ากาก เปิดเผยต่อสำนักข่าวออนไลน์ มอริทาเนียน นิวส์ ว่า พวกเขาเตรียมก่อเหตุมานาน 2 เดือน และสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวแอลเจีย , มาลี , อิยิปต์ , ไนเจอร์ , มอริทาเนีย และแคนาดา และที่พุ่งเป้าไปที่แอลจีเรีย ก็เพราะเชื่อว่า แอลจีเรียสนับสนุนความพยายามของนานาชาติ ในการถอนรากถอนโคนกลุ่มหัวรุนแรงติดอาวุธในประเทศมาลี

 

'ผู้นำอังกฤษ' สั่งหน่วยรบพิเศษเตรียมพร้อมยุติวิกฤติตัวประกันในแอลจีเรีย

 

                      นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอากาศ หรือ SAS และผู้เชี่ยวชาญการเจรจา เตรียมพร้อมในการเข้าแทรกแซงวิกฤติตัวประกันในแอลจีเรียขณะที่ชีวิตของพนักงานชาวอังกฤษ 12 คน กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

                      ผู้ก่อการร้ายที่มีสายสัมพันธ์กับอัล ไกดา ได้ขู่ว่าจะระเบิดโรงงานแยกก๊าซในเมืองอิน อามีนาสที่ตัวประกันถูกควบคุมตัวอยู่ ทำให้นายคาเมรอน ต้องเพิ่มความกดดันไปที่รัฐบาลแอลจีเรีย ให้ยอมรับความช่วยเหลือจากต่างชาติ โฆษกของกลุ่มก่อการร้าย อ้างว่า พวกเขามีระเบิดกันทุกคน และจะขว้างใส่โรงแยกก๊าซ ถ้ากองทัพพยายามจะเข้าไปข้างใน ขณะที่ทางการแอลจีเรียระบุว่า พยายามจะแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ด้านสำนักข่าวกรองในประเทศ หรือ เอ็มไอไฟว์ และสำนักข่าวกรองต่างประเทศ หรือ เอ็มไอซิกซ์ ต่างกำลังอยู่ระหว่างการตรวจว่า หนึ่งในผู้ก่อการร้าย อาจเป็นชาวอังกฤษ หลังจากหนึ่งในตัวประกันที่รอดมาได้ ระบุว่า มีคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอังกฤษแท้ ไม่ใช่สำเนียงต่างชาติ

                      ตัวประกันชาวอังกฤษ 16 คน ปลอดภัย หลังจากกองทัพแอลจีเรีย ใช้ปฏิบัติการช่วยเหลือเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งพบว่า ในจำนวนนี้ มีอยู่ 3 คน ที่ซ่อนตัวจากผู้ก่อการร้ายนาน 2 วัน ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือ ส่วนอีกคนหนึ่งวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ทั้งที่ยังมีระเบิดพลาสติก เซมเท็กซ์ ติดอยู่ที่คอ หลังจากขบวนรถที่ผู้ก่อการร้ายนำออกจากโรงแยกก๊าซ ถูกโจมตีโดยกองทัพแอลจีเรีย

                      นายกรัฐมนตรีคาเมรอน ได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ก่อนที่จะเกิดปฏิบัติการที่ล้มเหลวของกองทัพแอลจีเรีย เขาได้แจ้งไปก่อนแล้วว่า ให้คำนึงถึงความสำคัญของความปลอดภัยของตัวประกันอย่างสูงสุด แเละผู้เชี่ยวชาญด้านการเจรจาก็เตรียมพร้อมอยู่กับผู้เชี่ยวชาญด้นเท็คนิคที่อังกฤษสามารถจัดความช่วยเหลือไปให้

                      SAS อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ถ้าได้รับการร้องขอ และนายกรัฐมนตรีคาเมรอน ได้แจ้งเรื่องนี้ต่อนายกรัฐมนตรีอับเดลมาเล็ค เซลลัล ของแอลจีเรีย ถึง 4 ครั้งแล้วด้านสื่อในอังกฤษ ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจรจาของอังกฤษเตรียมพร้อมออกเดินทางไปยังแอลจีเรีย ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะร่วมคณะไปกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงต่างประเทศ และกาชาด 15 คน

                      นายกรัฐมนตรีคาเมรอน ยังบอกด้วยว่า ผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลังวิกฤติตัวประกัน รวมทั้งนายม็อคห์ตาร์ เบลม็อคตาร์ ผู้นำกลุุ่มกองพันสวมหน้ากาก ที่จะต้องถูกไล่ล่าและถูกนำตัวไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ นางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่าทางสหรัฐยังอยู่ระหว่างการทำงานเพื่อช่วยเหลือตัวประกันในแอลจีเรีย และขอแสดงความเสียใจไปยังทุกครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และห่วงใยอย่างลึกซึ้งต่อคนที่ยังตกอยู่ในอันตราย

                      นางฮิลลารี่ กล่าวด้วยว่า ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีของแอลจีเรีย เกี่ยวกับความคืบหน้าของสถานการณ์และทำงานร่วมกับชาติต่างๆทั่วโลก เพื่อยุติวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งรายงานเมื่อวันศุกร์ ระบุว่า มีตัวประกันชาวอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 1 คน

                      รายงานล่าสุดระบุว่า ยังมีชาวอังกฤษอีก 30 คน ที่อยู่ในกลุ่มตัวประกันชาวต่างชาติ 132 คน แต่หลังการใช้ปฏิบัติการบุกเข้าช่วยเหลือของกองทัพแอลจีเรีย ทำให้ยากที่จะทราบชะตากรรมของชาวต่างชาติเหล่านี้ แต่พบว่า ยังมีอีกกว่า 30 คน ที่ยังอยู่ในโรงแยกก๊าซ รวมทั้งชาวอังกฤษ 12 คน ขณะที่ข่าวบางกระแส ระบุว่า ตอนแรกคนร้ายได้จับตัวประกันไว้หลายร้อยคน และได้ปล่อยตัวไปแล้ว 670 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวแอลจีเรีย